นักปั้นชื่อดัง อุ๊บ วิริยะ ลั่นไม่มีจะกินแล้ว ตัดใจขนทอง 40 บาท ขายเกือบหมด ยอมรับอายแต่ต้องทำ เพื่อต่อชีวิตคน-หมาแมว
เจอผลกระทบจากพิษโควิดทำไร้งานมา 7 เดือน จนต้องควักเงินเก็บออกมาใช้แทบไม่เหลือ นักปั้นชื่อดัง อุ๊บ วิริยะ สู้เฮือกสุดท้ายตัดใจขายทองที่ใส่มาทั้งชีวิต 40 บาท ขายแลกเป็นเงิน เพื่อต่อชีวิตตัวเองและหมาแมว
ทั้งนี้ อุ๊บ วิริยะ ได้เปิดใจกับทาง “ข่าวสดบันเทิงออนไลน์” ถึงเหตุผลที่ต้องขายทองจนเกือบหมดเกลี้ยงว่า “ก็ไม่มีจะกินนี่คะ ตกงาน(หัวเราะ) คือมันจะมีผลกับคนในวงการบันเทิงค่อนข้างเยอะ แล้วอย่างเราไม่ใช่ดาราตัวท็อป ไม่ใช่นักปั้นรวยๆ ไม่มีงานมาประมาณ 7-8 เดือน กินเงินเก่า แล้วต้องกินทุกวัน เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวอีก เรื่องกินมันเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับเรา เราต้องกินต้องอยู่เพื่อความอยู่รอด”
“ทีนี้ไม่ไหวแล้วงานก็ไม่มี เงินเก่าก็ร่อยหรอ ที่พึ่งสุดท้ายก็คือสมบัติที่มีก็คือทองค่ะ ทองประมาณ 40 บาท ตอนแรกอายนะคะดิฉันไม่กล้าไปขาย ปรึกษาคนในวงการหลายๆ คนก็บอกว่าอุ้ย! เป็นเรื่องปกติ ทองของเราทองจริงนี่หว่าไปขายได้เลย”
“เราก็พูดตรงๆ ว่าในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ขนาดกลางวันแสกๆ คนอายุ 40 ผู้ชายเดินแถวเดอะมอลล์บางกะปิ-ตะวันนาโดนจี้โดนปล้นแล้วพี่ใส่คอทั้งหมดทั้งมวลประมาณ 30 กว่าบาท อันตรายมาก”
“หลายๆ คนเป็นห่วงก็เลยบอกว่าเพื่อความปลอดภัยเราก็เลยต้องเอาไปขาย แล้วเอาเงินเก็บครับ ขายเกือบหมดเลยนะครับ เพราะว่าทองที่ซื้อมาราคา 19,000 บาท ขายบาทละ 25,000 ก็ได้กำไร แล้วเงินนี้เราก็ต้องใช้อย่างอดออมประหยัดมากที่สุดเลย ก็ไม่ยึดติดอะไร”
“ตอนแรกใจหายมากเพราะเราใส่มาเกือบตลอดชีวิต มันเป็นหน้าเป็นตาใช่มั้ย ทองมันบ่งบอกถึงความภูมิฐาน ถึงชื่อเสียงเงินทอง ไปไหนเราก็มั่นใจ ไม่ใส่ทองแล้วเดินขาขวิดเลยค่ะ(หัวเราะ) เดินไม่ออกเลย ใจหายมาก แต่ก็ต้องทำใจบอกว่าไม่ตายเราก็หาใหม่ได้ ของนอกกาย ยามจำเป็นจริงๆ ขายไปเถอะเพื่อความปลอดภัยตัวเองด้วย”
“คิดว่าเหตุการณ์โควิดนี้คงอีกยาวนาน คาดว่าจะถึงสงกรานต์ปี65 เราก็ต้องเก็บเงิน คือมันก็มีข้อคิดอย่างหนึ่งว่าต่อไปนี้เราต้องระมัดระวังกับการใช้จ่าย ประมาทไม่ได้ เห็นมั้ยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา แต่ก่อนอยากจะบินไปกกกอก อยากไปไหนก็ไปลั้นลา เดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่หมาแมวและคนต้องอิ่มท้อง”
พนักงานในร้านทองจำได้ไหม? “จำได้ ก็บอกเขาแหละว่าอาย เขาก็บอกว่าธรรมดาพี่อุ๊บ ทองมันเป็นของของเรา ตอนแรกอายทองเราซื้อมาด้วยเงินบริสุทธิ์ โอ๊ย! ทำใจเดินสามสี่รอบกว่าจะเข้าไป ปกติมันมีร้านประจำอยู่ในห้างแต่ตอนนี้ห้างมันปิดก็ขายไม่ได้ เลยต้องมานอกห้าง”
“พอขายแล้วมันก็รู้สึกโล่งใจ เดินไปไหนสบายตัวสบายใจไม่ต้องระวัง สมัยก่อนใส่เยอะๆ เวลาไปไหนต้องระแวงระวังมองซ้ายมองขวา ใครจะตามมาทุบหัวเราบ้างเนี่ย(หัวเราะ) พูดตรงๆ ว่าไว้ที่บ้านก็ไม่ปลอดภัย ที่คอนโดฯ เขาบอกว่าทอง 2 บาท เงิน 40,000 อาบน้ำแป๊บเดียวออกมาหายหมดเลย แล้วพี่อุ๊บอยู่ชั้นล่างด้วยคนก็รู้ว่าเรามีทองเยอะ เกิดมันมาตีมาอะไรก็ลำบาก ขายไปแล้วก็รู้สึกว่าดีนะครับ”
ขายทองขนาดนี้บางคนก็มองว่าตกอับแล้วหรือเปล่า? “จริงๆ ไม่ซีเรียสคำนี้ มันเป็นเรื่องปกติ เรามีเหตุผลคือเราขายมาเพื่อเซฟตัวเอง แล้วทองก็ขึ้นได้ราคาได้กำไร เราก็นำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มันเป็นเงินของเราเราไม่ได้ไปขโมยหรือไปยืมใครมา จริงๆ ก็ทุกวงการแหละมีขึ้นมีลง ถึงบอกว่าคนเรามีขึ้นมีลง เวลาขึ้นแล้วอย่าหลง เวลาลงแล้วอย่ากลัว”
“บางคนไม่มีอะไรเลย แต่ดิฉันยังมีทองค่ะ ยังเหลืออีกประมาณ 5-7 บาทเก็บไว้หน่อยให้เป็นสิริมงคลว่าฉันยังมีทองอยู่บ้าง ตรงนี้เราต้องพึ่งด้วยสองมือ สองขา หนึ่งสมอง หนึ่งปัญญาของเรา ไม่ขอทาน ไม่รับบริจาค ไม่ใช่ขอทานออนไลน์นะคะ”
“ไม่ได้ตกอับ ยังไม่ได้ไปขอทานออนไลน์ ยังไม่ได้แบมือขอใคร ยังกินเงินของตัวเองจากน้ำพักน้ำแรง ยืนยันเลย คนเขาก็ขายกันมันเป็นเรื่องเล่นแร่แปรธาตุ ของมันอยู่กับเราเดี๋ยวมันก็มาเดี๋ยวมันก็ไป เซฟตัวเองด้วย ใส่ไปเยอะๆ โดนตีตายใครมารับผิดชอบล่ะ คนสมน้ำหน้าอีก”




