ไผ่ พงศธร ฮึดสู้ เปิดร้าน ‘คนบ้านเดียวกัน’ อีกครั้ง เผยเข้าใจหัวอกคนสู้ชีวิต

ไผ่ พงศธร ฮึดสู้ – ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลายครอบครัวสู้ชีวิต ขยันทำมาหากิน และช่วยเหลือคนไทยด้วยกันอย่างสุดกำลัง และหนึ่งในนั้นก็มีนักร้องลูกทุ่งดัง ไผ่ พงศธร ที่ปรับตัวสู้โควิดเปิดร้านลาบ “คนบ้านเดียวกัน” อีกครั้ง หลังจากที่ปิดไปช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก

ล่าสุด ไผ่ พงศธร ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดบันเทิงออนไลน์ถึงเรื่องการกลับมาเปิดร้านลาบ “คนบ้านเดียวกัน” พร้อมอัพเดตชีวิตในช่วงไร้งานวงการบันเทิง

คนฮือฮาเห็นกลับมาเปิดร้านลาบคนบ้านเดียวกันอีกครั้ง? ร้านเปิดมาหลายปีแล้วครับ แต่ก็พักไปช่วงโควิดหนักๆ กลัวครับ ทุกคนยังไม่ฉีดวัคซีน แต่ตอนนี้ทุกคนฉีดวัคซีนแล้ว พี่สาวก็ฉีดแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ทีมงาน และร้านที่พักไปก็เกิดปัญหาตามมา

คนงานที่เขาหยุดงาน เขาก็ออกไปเลยครับ เราก็เข้าใจเขาแหละ กว่าจะมาเปิดได้ก็วุ่นๆ นิดหนึ่ง การขายก็ไม่เหมือนเดิมครับ ยังขายได้ไม่ดีเหมือนเดิม คนยังน้อยอยู่ แต่ก็ดีกว่าช่วงก่อนที่จะปิด เงียบมากครับ คนน้อยมาก จากร้อยเหลือแค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ก็ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ได้แล้วครับ

เตรียมตัวอย่างไรบ้าง กับการกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง? “ดีที่เรามีโอกาสได้กลับมาทำงานครับ ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องรายได้เลย แต่ว่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพมากกว่า เพราะว่าพี่สาวเป็นไทรอยด์ ทีนี้ถ้าเกิดว่าเขาเป็นอะไรขึ้นมาสักคนหนึ่ง เขาอาจจะเป็นคนที่ภูมิต้านทานต่ำมากที่สุด แต่ตอนนี้ฉีดวัคซีนแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น เราก็กลัวครับ

แต่ตอนนี้เราก็สบายใจได้ เพราะเราต้องอยู่กับมันให้ได้ ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาคงต้องดูแลรักษากันไป แต่ก็อยู่โดยที่ไม่ทำอะไรเลย มันก็ลำบาก เราก็ปฏิเสธไม่ได้ มันมีรายได้ทุกวัน รายจ่ายเท่าเดิม แต่การที่รายได้ไม่มีมันก็แย่เหมือนกันครับ

แต่ตัวเราก็ต้องเริ่มคิด สมมติเราไม่มีคอนเสิร์ตในปีนี้ หรือไม่มีงาน เราจะทำอะไร เราจะขายอะไร จะเป็นพ่อค้าออนไลน์ไหมหรือจะทำธุรกิจ เราต้องมานั่งคิดแล้วครับ เพราะโควิดไม่ได้อยู่กับเราแค่วันนี้วันเดียว และก็ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะหาย หรือเมื่อไหร่จะมียารักษาโรคหรือวัคซีนที่เป็นเหมือนไข้หวัดธรรมดา แบบฉีดยาตัวนี้แล้วก็หายปกติ”

กระแสตอบรับตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? “โอเคครับ ตอนที่ปิดไปลูกค้าเขาโทรตามนะ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เปิดร้านวันไหน แต่เรากลับมาเปิด ทุกอย่างก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมนะ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำงาน เห็นรอยยิ้มก็รู้เลยว่าเขาอยากทำงาน

พี่สาว พี่เขย อยากทำงานครับ ส่วนมากคนในร้านจะเป็นหลานๆ มาช่วยแม่ขายของ เพราะว่าน้องๆ ยังเปิดเทอมไม่ได้ เรียนออนไลน์ก็มาช่วยแม่ขายของ ก็มีญาติทางพี่เขยมาช่วยกันด้วยครับ รู้สึกว่าเป็นงานครอบครัวนะตอนนี้

การเปิดร้านรอบนี้ปรับตัวอย่างไรบ้าง? เปิดใหม่รอบนี้ก็มีวิธีการดูแลตัวเองเยอะขึ้น ก็ต้องมีมาตร การในการดูแลลูกค้าด้วย แต่ก็ทำให้ดีที่สุดครับ แต่ถ้าเกิดมันเกิดอะไรขึ้นมาก็ต้องดูแลกันไปตามนั้นครับ ก็สู้ในการทำงานขะมักเขม้น เราก็ดีใจ ลูกค้ามานั่งทานข้าวมีรอยยิ้ม เราก็รู้สึกว่ามันเริ่มไปในทิศทางที่ดีขึ้น

แต่ก็เป็นกำลังใจให้กับคนที่ยังไม่ได้ทำงานอีกหลายคน หรือคนที่มีร้านเป็นห้องแอร์ที่ยังไม่ได้เปิด แล้วก็อีกหลายร้านก็ปิดตัวลงครับ เป็นห่วงอยู่ สมัยก่อนเส้นทางเข้ามาหมู่บ้านผม จะเป็นเส้นทางที่มีร้านอาหารเยอะพอสมควร

ตอนนี้ขี่รถไป เหมือนย้อนกลับไปเป็น 10 ปีเลยนะ เงียบ ปิดทุกร้าน หลายคนก็เซ้งร้าน เห็นป้ายแล้วเป็นบรรยากาศที่รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราก็เลยอยากจะเห็นบรรยากาศเดิมๆ ที่เราไปร้องเพลง ขี่รถกลับมาตอนดึกๆ เขาก็ยังขายของกันอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

ถือว่าช่วงนี้พอได้กำไร หรือว่าพอไปได้ไหม? กำไรก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น พอเลี้ยงครอบครัวไปได้ในแต่ละเดือนเป็นค่าใช้จ่ายครับ แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งส่วนรายจ่าย รายได้ครับ เพราะที่ตรงนั้นเป็นที่ดินของเรา แต่เป็นร้านของพี่สาว

พี่สาวเขาก็ดูแลกันเอง เราเห็นเขาขายของ เขาก็คงมีรายได้ที่จะไปดูแลครอบครัวของเขา แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องตัวเลขว่าได้กำไรเยอะไหม แต่ก็น่าจะมี พอเป็นค่าใช้จ่ายในรอบเดือน ดูท่าทางค่อนข้างจะดีขึ้นอยู่นะ คิดว่าแบบนั้นนะ”

นอกจากธุรกิจร้านลาบแล้ว มีช่องทางรายได้จากทางอื่นเสริมไหม?
“ช่วงนี้ไม่มีเลยครับ งานเราก็ไม่มี แต่ช่วงนี้ก็เริ่มกลับมาถ่ายละครได้บ้างแล้วครับ ช่วงนี้ก็ยังไม่มีคิว คงต้อนรอต้นเดือนตุลาคม

แต่มาตรการค่อนข้างเข้มข้นมากในการดูแลคนในกองถ่าย การถ่ายก็ยากขึ้น พอไม่ได้ทำงานนานๆ มันยากครับ จากที่ยากอยู่แล้ว ก็ยากขึ้นไปอีก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับไปร้องเพลงแหละเนอะ มีงาน มีรายได้บ้างก็ยังดี ช่วงนี้ก็รอไปก่อนครับ ตอนนี้ภาวนาเอา คิดว่ามันจะดีขึ้น”

ถามถึงที่มาของชื่อร้าน “คนบ้านเดียวกัน” หน่อย? “จำง่ายดีครับ คือเพลงคนบ้านเดียวกันมันมีความหมายว่ามองตาก็รู้ใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่งตัวดีหรือไม่ดี คุณก็ยังต้องสู้เหมือนกัน ขอให้คุณโชคดีนะ พอมองตากันก็เข้าใจว่าเป็นกำลังใจให้นะ สู้นะ มาที่นี่ก็เหมือนเป็นคนบ้านเดียวกัน เหมือนบ้านคุณน่ะ มากินข้าวนี่ราคาไม่แพง

มากินข้าวก็ไม่ได้มากินอย่างเดียว มาคุยกัน มาเจอกัน เป็นสถานที่ที่รวมคนบ้านเดียวกัน หัวอกเดียวกัน ใช้ชีวิตเหมือนกัน ต่อสู้เหมือนกัน แล้วที่สำคัญก็อยากช่วยพี่สาวด้วย

อย่างน้อยเราก็ทำให้คนรู้จักในเพลงของเราแล้ว รู้จักชื่อของเราบ้างแล้ว แล้วถ้าเกิดไปช่วยพี่สาวคนก็คงรู้จักมากขึ้น เป็นการช่วยเหลือคนในครอบครัว เราก็อยากให้ชื่อร้านมันเป็นชื่อที่เรียกได้ง่าย ก็เปิดมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว”

กำลังใจพ่อค้า แม้ค้าดีไหม? “กำลังใจดีมากเลยครับ ตอนนี้ก็เป็นธุรกิจครอบครัว แต่เราก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขานะครับ คอยดูแลเป็นห่วงมากกว่า เป็นห่วงขั้นตอนการทำร้าน จนปัจจุบันก็ยังไปยุ่งวุ่นวายกับเขาอยู่นะ ถ้าเกิดเรารู้ว่าคนของเขาไม่พอ เราก็จะคิดว่าทำยังไงดีนะ ก็ดูแลกันไปครับ ส่วนมากจะเป็นญาติพี่น้องครับมาทำ”

คิดถึงงานคอนเสิร์ต? คิดถึงมากเลยครับ ไม่ได้ทำก็เหมือนมันขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำงานมา 2 ปีกว่าแล้ว เราไม่ได้สัมผัสการร้องเพลงเลย ตอนนี้ก็ร้องพลางๆ ในห้องน้ำไปก่อน มันเหมือนขาดอะไรไปครับ เหงาๆ นะ จากที่เราเคยไปงานมาโดยตลอด อยู่ดีๆ มันหายไปเลย มันใจหาย มันไม่มีเงินเข้ามาเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน