บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ก่อตั้งบ้านพักคนชรา เมินคนมองสร้างภาพ เพราะสร้างภาพถาวร

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

อุทิศชีวิตทำงานจิตอาสาช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อน มาตลอด 30 กว่าปี จนได้รับฉายา เทวดาเดินดิน สำหรับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” นอกจากนี้ ยังได้ควักเงินส่วนตัวมาสร้างบ้านพักคนชรา ชื่อ “บ้านสุขสุดท้าย” รับดูแลคนแก่ ป่วย ที่ไร้ญาติ ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจกับ ข่าวสดออนไลน์ ว่า ที่ผ่านมา มีทั้งอดีตดารา และคนธรรมดา ที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เจ้าตัวยังบอกอีกว่าถ้าหาว่าสร้างภาพ คงเป็นการสร้างภาพถาวร

“บ้านสุขสุดท้าย ผมก่อตั้งมาด้วยเงินส่วนตัว เพราะเวลาที่ออกไปทำงาน ผมก็จะเจอคนแก่ อย่างมีเคสหนึ่งมีคนเอามาทิ้งไว้ น่าสงสารมากเลย แมลงวันตอมปาก โอ้โหเราไปดูเปิดเสื้อมา แขนแกนี่หนังกะติ๊กรัดไว้แน่น กินเนื้อแกแล้ว แล้วไม่มีใครรู้ว่าหนังกะติ๊กกินเนื้อแก แล้วก็มีมดขึ้น เราก็เลย โหตายแล้ว ก็อุ้มไปส่งโรงพยาบาล เช็ดหน้าเช็ดตัวอยู่โรงพยาบาลสองสามวัน ผมก็เอามาอยู่บ้านสุขสุดท้าย
ตอนนั้นนึกในใจอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าวันไหนมีโอกาสผมจะทำบ้านหลังนี้ แล้วเอาคนที่ถูกทอดทิ้งที่ไม่สามารถเข้าไปบ้านบางแค กรมประชาสงเคราะห์ไม่สามารถรับไปได้ ผมคิดว่าจะเอาคนเหล่านี้มาดูแล แต่ต้องไม่มีญาติพี่น้องใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าเดี๋ยวผมเอามา หรือมีลูกที่เอาพ่อแม่มาฝากแล้วก็ปล่อยปละละเลยไม่ดูแล แล้วปล่อยภาระมาให้เรา แล้วถ้าเกิดพ่อแม่เป็นอะไรขึ้นมาแล้วบอกว่าทำไมเราไม่ดูแลพ่อแม่เขา เนี่ยแหละคือปัญหาที่ผมกลัว เพราะฉะนั้นบ้านสุขสุดท้ายจะไม่มีคนที่มีญาติพี่น้อง
ตอนนี้มีคนที่อยู่บ้านสุขสุดท้ายประมาณ 14-15 คน และเวลาเสียชีวิตเราก็จะมีการจัดฌาปนกิจให้ สวดให้สามวัน ลอยอังคารให้เหมือนญาติพี่น้องเรา แล้วก็เสียชีวิตมาประมาณ 6-7 คนแล้ว ผมทำบ้านสุขสุดท้ายมาประมาณ 7 ปีกว่าแล้ว ทุกอย่างไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรทั้งนั้น อาหาร 3 มื้อดูแลอย่างดี เผลอๆ ได้เงินใช้อีก เพราะว่าคนไปบ้านสุขสุดท้ายเจอคนแก่ เขาก็ให้เงิน อย่างผมไปผมก็ให้ก็คนละพัน เขาจะได้มีเงินเก็บไว้ เผื่อเขามีอะไรอย่างอื่นถ้าอยากจะทาน
เราก็ได้จ้างคนมาดูแล แต่คนที่เราจ้างมา ต้องมีจิตอาสา จิตใจที่ดี ผมไม่ชอบที่มาดูคนแก่แล้วตีทำร้าย เพราะบางทีคนแก่เขาอาจจะมีภาวะที่กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง อาจจะงอแง คุณต้องมีความอดทน ต้องมีความอดทนและมีภาวะที่รับตรงนี้ได้”

เคสที่ติดต่อเข้ามาหลากหลายไปทุกเคสไหม?
“ผมจะมีการให้เจ้าหน้าที่พูดคุย แล้วก็ส่งรูปภาพรายละเอียดของแต่ละเคสเข้ามาว่าเป็นยังไง ถ้าเรารู้สึกว่าน่าเห็นใจและไม่มีอะไรแอบแฝง คำว่าไม่มีอะไรแอบแฝงหมายถึง อาจจะมีพวกมิจฉาชีพเข้าไปก่อน แล้วบอกว่าจะเสนอคุณบิณฑ์ให้นะ ถ้าคุณบิณฑ์เข้ามาช่วย ขอ 20% ของยอดเงินบริจาค คือเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเช็คให้ดี
แต่ที่เราเห็นแล้วน่าสนใจน่าเห็นใจ อย่างเช่นเขาต้องการเงินโดยด่วน อยากเอาเงินตรงนี้ไปหาหมอ แบบนี้เราจะรีบเข้าไปทันที แต่ถ้าเราเข้าไปตรวจสถานที่ปุ๊บ เห็นว่าบ้านช่องใหญ่โต ไม่น่าที่จะมีวิกฤตอย่างนี้ พอสอบไปสอบมา มีหนี้นอกระบบแล้วจะให้เราไปจ่าย อันนี้มันก็ไม่ได้ อันนี้เราไม่สามารถที่จะรับรู้ในสิ่งที่เขาทำมาก่อน แบบนั้นไม่ได้ ก็คือหลายเคส แต่เราต้องดูให้แน่
และสิบกว่าปีที่มีโซเชี่ยลมา ก็หลายพันคนที่เราเข้าไปช่วยได้แล้วก็ลืมตาอ้าปากได้ มีคุณภาพที่ดีทั้งครอบครัว หลายร้อยครอบครัว สร้างบ้านให้เขาไปหลายร้อยหลัง เพราะเรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญ และก็ดีใจนะที่ทุกวันนี้หลายๆ คนออกมาทำเหมือนๆ เรา เราเห็นแล้วเรารู้สึกว่ามันดี ถึงแม้จะเป็นการสร้างภาพ แต่มันก็เป็นการสร้างภาพถ้ามันดี
ไม่ใช่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง ขอให้ทำไปเหอะ ต่อให้จะไม่มีใครเห็น ช่างมัน สักวันนึงมันก็ต้องเห็น ผมอ่ะทำมา 30 กว่าปี ผมว่าเป็นการสร้างภาพที่ถาวรแล้วแหละ”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน