แก้วตาดวงใจของตา โมเมนต์สุดเศร้า น้องมีบุญ กราบลาคุณตา เผยนาทีครอบครัวกล่าวลา ต้อย เศรษฐา ค่อยๆหลับไป ข้างในเขาคงเหนื่อยมากแล้ว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ก.พ 65 ที่ ศาลา 1 ศาลาเตชะอิทธิพร วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร มีพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรม ต้อย เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 ด้วยวัย 77 ปี เมื่อวันที่ 20 ก.พ.65 โดย อี๊ฟ พุทธิดา ศิระฉายา ลูกสาว ได้เคลื่อนร่างคุณพ่อจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มาถึงวัดเทพศิรินทร์ทราวาสราชวรวิหาร ต่อมา เปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์ ภรรยาคู่ชีวิตได้เดินทางมาถึงที่ศาลาบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางเหล่าคนบันเทิงเดินทางมาร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก พร้อมทั้งมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายเศรษฐา ศิระฉายา (ศิลปินแห่งชาติ)

ทั้งนี้เผยภาพครอบครัวศิระฉายา โดยเฉพาะโมเมนต์สุดซึ้งของน้องมีบุญ แก้วตาดวงใจของตาต้อย ก้มกราบลาคุณตาต้อย ด้วย โดย อี๊ฟ พุทธิดา ลูกสาว เผยว่า ความรู้สึกมันมีช่วงเวลาหลายช่วงเวลาที่เราก็รู้ว่าสักวันนึงที่ต้องลากัน ถึงจะคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ทำทุกอย่างแล้ว พร้อมแล้ว มันก็คงไม่พอ คือคุณพ่อทานได้น้อยมาหลายเดือน แต่เขาก็จะดีขึ้นเป็นพักๆ บางช่วงเริ่มสดชื่นทานได้เยอะ แล้วเริ่มทานไม่ได้ จะสลับๆ ในการดูแล ครอบครัวเราอยากให้คุณพ่อมีความสุขที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว เราก็ยังโชคดีที่ได้ทำให้พ่อมีความสุข

อี๊ฟ เผยถึงอาการก่อนจะไปโรงพยาบาลว่า ไม่ได้มีอาการอะไรเพิ่มเติม แต่ที่ไปโรงพยาบาลเพราะตรงกับวันที่หมอนัด ตั้งใจว่าอยากให้พ่อไปสัก 2-3 วัน เนื่องจากพ่อทานไม่ได้และดูผอมลงเยอะมาก เลยตัดสินใจว่า อย่างน้อยในวันที่หมอนัด เข้าไปแล้ว หมออาจจะให้น้ำเกลือ หรือให้สารอาหารหรือวิตามินเพิ่มเติม ให้เขาสดใสสดชื่นขึ้น

คิดว่าเข้าไปสักวัน 2 วัน ก็น่าจะได้กลับบ้าน แต่ปรากฏว่าพอเข้าไป มีเรื่องของเสมหะที่เหนียวข้นมาก และทำให้หายใจไม่ออก ก็มีการดูดเสมหะ และพ่อค่อนข้างนอนราบแล้วไม่สบาย คงอึดอัดหายใจไม่ออก สุดท้ายก็เลยตัดสินใจดูดเสมหะ

การดูดมันก็คงเจ็บและทำให้เหนื่อย ความดันก็ตก หมอก็พยายามใช้ยากระตุ้น มันก็ไม่น่าจะตกขนาดที่เขาจะไป คิดว่าคงเป็นความบอบบางของเขาในภาวะที่เป็นอยู่ มันมาก เราอาจจะคิดว่ามันอาจจะไม่น่า แต่ว่าเราไม่รู้ว่าข้างในเขาคงเหนื่อยมากแล้ว ก็เลยกลายเป็นเป็นว่า ความดันตก และยากระตุ้นไม่ขึ้น

ตอนนั้นอี๊ฟไม่ได้อยู่ ช่วงที่ผ่านมามันเป็นช่วงที่ยากลำบากพอสมควร นอกจากคุณพ่อ คุณแม่เองก็ค่อนข้างเหนื่อย เพราะพ่อไม่กิน แม่ก็ไม่อยากกิน เขาอยู่ด้วยกันมา เขาดูแลกันมา ตอนที่คุยกันว่าเรื่องหมอนัดจะเข้าโรงพยาบาล ก็คุยกันว่าถ้าพ่อไปแค่ 2-3 วัน แล้วเรามีธุระที่จะต้องไปคุยงานที่เสม็ด พาแม่ไปด้วย เพราะไม่มีใครอยู่บ้าน คิดว่ากลับมาเราก็ไปรับพ่อกลับบ้านนี่คือที่เราคุยกัน

ในวันที่เดินทางเช้าเราก็อยู่ส่งพ่อขึ้นรถคุยกันว่าพ่อไปหาหมอนะ เดี๋ยวกลับมาเจอกันนะ เดี๋ยวไปรับที่โรงพยาบาลนะคะ พ่อก็โอเค ก็ไม่มีอะไร ดูเหมือนไม่มีอะไร เหมือนที่เคยเข้าๆออกๆ พอส่งพ่อขึ้นรถเสร็จเราก็เดินทาง แล้วก็โทร.คุยกันว่าคุณพ่อได้ห้องหรือยัง ก็คุยกันเป็นช่วงๆ ก็ดูไม่มีอะไร

นักแสดงสาวเล่าต่อว่า พอช่วงกลางคืน ก็ไม่มีอะไร คุยกันครั้งสุดท้าย เราก็เข้าที่พักเรียบร้อย สวดมนต์ แม่ก็คุยว่าโอเคไหม ก็บอกว่าดูเขามีเรื่องเสมหะ ก็คุยกันเรื่องเสมหะไม่มีอะไร แล้วพอตีสองนิดๆ ผู้ช่วยก็โทร.มาเรื่องความดันที่เอาไม่ขึ้น คุณหมอก็โทร.มาปรึกษาเรื่องการใช้ยากระตุ้นความดัน ผู้ช่วยก็ถามว่าพรุ่งนี้กลับเลยได้ไหม เราก็บอกว่าได้ จะโทร.ไปแจ้งเรือให้มารับเช้าเลย ก็เตรียมกลับ

แต่พอตีสี่ก็โทร.มาใหม่ว่าไม่น่านาน อยากให้คุยเลย ซึ่งเรายังงงๆว่าไม่น่าจะไปถึงตรงจุดนั้น แต่พอเราเห็นเขาแล้ว เราก็รู้สึกว่า เราไม่อยากให้เขากังวลใจ หรือทุกข์ใจ ตนก็ได้แต่บอกเขาว่าถ้าพ่อเหนื่อยก็ขอให้พักเลย แม่ก็พูดเหมือนกันว่า พ่อไม่ต้องห่วงนะ พวกเรารักพ่อมากที่สุด และเขาก็ค่อยๆหลับไป

โดย อี๊ฟ เผยว่า ตั้งใจเก็บร่างคุณพ่อไว้ 100 วัน คิดว่าช่วงนี้มีโควิด คนก็จะทยอยกันมา ก็เลยคิดว่าเราอาจจะมีการสวดทุกสัปดาห์ ไปจนกว่าจะครบ 100 วันค่ะ

หลายคนเป็นห่วงคุณแม่ อี๊ฟ เผยว่า คุณแม่เข้าใจได้ดีกว่าใครๆ สิ่งหนึ่งที่แม่คิดก็คือเราทุกคนทำดีที่สุดแล้ว ถ้าเรารู้เราก็คงไม่ไป มันมีช่วงเวลาที่เราลังเลเหมือนกันว่าเราจะไปดีไหม หรือเราจะอยู่กรุงเทพฯ เราจะยังไงดี ช่วงนั้นตนคิดว่าเราคงต้องใส่ใจแม่บ้าง เพราะแม่ก็ค่อนข้างหลายอย่างเหมือนกัน

สำหรับพิธีสวดอธิธรรมศพ ต้อย เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 – 27 ก.พ. 65 ที่ ศาลา 1 ศาลาเตชะอิทธิพร วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณภาพบางส่วนอมรินทร์ทีวี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน