วันที่ 28 ต.ค. ที่ท้องสนามหลวง นิว-วงศกร ปรมัตถากร และ นาว-ทิสานาฏ ศรศึก นักแสดงช่อง 7 นำพัดและริบบิ้นดำมาแจกประชาชนที่แสดงความอาลัย
โดย นิว เผยว่า “ผมว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าพ่อไม่สอนให้เราทะเลาะกับใคร ไม่สอนให้เราจับผิดใคร เรามาทำดีเพื่อตัวเราเอง เราอยากให้เขาเป็นแบบไหน เราก็ต้องทำให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าเขามีความรู้สึกเดียวกันกับเรา เขาก็จะเข้าใจในสิ่งที่เราทำ รู้ว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ผมเชื่อว่าข้างในจิตใจคนเรามันไม่สามารถวัดความเสียใจได้ว่าใครเสียใจมากหรือน้อยกว่าใคร ทุกคนเสียใจเท่ากันหมดแต่สิ่งที่แสดงออกมาภายนอกมันขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกที่จะแสดงออกมาแบบไหน ซึ่งเราก็เคารพตรงจุดจุดนั้นไม่ว่าใคร แต่ควรทำยังไงว่าอะไรที่มันไม่เหมาะสมก็อย่าทำ”
ตอนนี้เริ่มมีการจัดระเบียบมากขึ้น “ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นและไม่รู้ว่าจะตั้งตัวรับมือกับมันยังไง ก็ให้ค่อยแก้ปัญหากันไปวันนี้มันเดินมาในแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เริ่มมีกฎระเบียบ กฎเกณฑ์มากขึ้น เราอยู่ร่วมกันหลายคน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีกฎ วันนี้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล มันก็เป็นสิ่งที่ดี เราต้องสมัครสมานสามัคคีกัน เพราะคนที่มาคือคนที่เขาทำจริงๆ ทำมาเป็นจิตอาสา คนที่มาแสดงความอาลัยด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ส่วนคนที่แอบแฝง ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ให้คุณสำนึกเอาไว้ในสิ่งที่คุณทำ ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณหรอก ไม่มีใครทำอะไรคุณ แต่อยากให้คุณลองดูว่าคุณอายไหมกับสิ่งที่คุณทำ”
เดี๋ยวจะมีการเปิดให้เข้าไปสักการะพระบรมศพใกล้ชิดมากขึ้น “ผมคิดว่ายังไงต้องหาโอกาสเข้าไป เพราะต้องสักการะให้ได้ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วง คือ คนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด บางคนเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้มากรุงเทพฯ เขาอาจจะเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต เพื่อมาครั้งนี้ครั้งเดียว ก็อยากให้พี่น้องประชาชนที่อยู่กรุงเทพฯ ช่วยดูแลเขาด้วย อยากให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องการแต่งกาย ก็ต้องให้เกียรติสถานที่ด้วย อยากจะฝากให้ตรวจสอบให้ดีด้วยว่ากฎระเบียบของสำนักพระราชวังเป็นอย่างไร และให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้อย่างที่ตั้งใจ”
ฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน “ทุกคนมีกำลังใจดีอยู่แล้วทุกคนมาทำเพื่อพ่อ อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ท่านพูดที่ท่านสอนมันได้ทำให้ทุกคนเห็นแล้ว ตอนนี้ท่านจะไม่อยู่แล้ว แต่ผมก็เชื่อว่าทุกคนตั้งใจมาทำความดีเพื่อท่าน เรื่องกำลังใจทุกคนมีมากล้นอยู่แล้ว”
ด้าน นาว เผยว่า “เห็นชาวไทยรักกันแบบนี้รู้สึกดีใจ แต่ไม่อยากให้รักกันเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ อยากให้รักกันแบบนี้ตลอดไป ถ้าเรารักกันแบบนี้ตั้งแต่แรกๆ พระองค์ท่านคงจะสบายพระทัยได้มากกว่านี้ ทุกคนที่มาแสดงความอาลัยที่ท้องสนามหลวง ก็อยากให้คำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่ ไม่อยากให้เอะอะโวยวาย อยากให้คำนึงถึงสิ่งที่เรามา ส่วนตัวนาวเคยมีโอกาสได้ถวายงานเมื่อนานมาแล้ว เราได้รับคัดเลือกให้เข้าไปแสดงโขน ซึ่งเราเป็นส่วนเล็กๆ ไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก แต่เรารู้สึกมีบุญได้เห็นพระองค์ท่านมาทอดพระเนตร เป็นวันปลื้มปีติที่เราจะไม่มีวันลืมเลย ตอนเห็นพระพักตร์ท่านเราก็อึ้งจนน้ำตาไหลออกมาเอง พอมีแถลงการณ์ว่าพระองค์ท่านสวรรคตไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกว่ามันหมดแล้วทุกอย่างเรามีพระองค์ท่านเป็นกำลังใจเป็นพ่อของแผ่นดินที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเรา พอรู้ว่าพระองค์ท่านจากเราไปแล้วมันโหวงเหวง คนไทยทุกคนก็ทำใจลำบากกับเรื่องนี้ วันนั้นเราอยู่บ้านก็ร้องไห้อยู่กับคุณแม่”
“นาวจะขอทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ขอเป็นคนดีและเป็นส่วนหนึ่งสืบสานศิลปะวัฒนธรรมของไทยให้อยู่ยงต่อไป นาวเคยเป็นครูฝึกสอนด้วยจะบอกกับนักเรียนเสมอว่า ไม่อยากให้มองว่านาฏศิลป์ไทยเป็นเรื่องเชยล้าสมัย ให้มองว่าเป็นเอกลักษณ์ของประเทศชาติที่พระองค์ท่านยังอนุรักษ์ เราเป็นคนไทยเป็นลูกของท่านทำไมเราถึงจะทอดทิ้งสิ่งเหล่านี้ไป จริงๆ มีเพื่อนชวนไปเป็นครูบนดอยกันมั้ย ก็อยากไปนะไม่ต้องสอนรำก็ได้ ไปสอนหนังสือก็ได้ค่ะ คือเพื่อนจะไปอยู่ประจำเราอาจจะขอไปด้วยช่วงที่เราว่าง นาวว่าคนไทยน่าจะตระหนักถึงคำสอนของพระองค์ บางทีตัวเราเองก็ละเลยเหมือนกันเชื่อว่าหลายๆ คนก็เป็นเหมือนกัน พอพระองค์ท่านจากเราไป ก็เพิ่งมาตระหนักถึงในยามที่สายไปแล้วหรือเปล่า ก็อยากเห็นคนไทยเป็นปึกแผ่นเดียวกันไม่อยากให้แตกแยก เพื่อพระองค์ท่านจะได้สบายพระทัย”


