หมอเจี๊ยบ รับทรมาน โรคแพนิก ต้องพึ่งยา เผยปีนี้ ต้องดูแลครอบครัวและตัวเองมากขึ้น ยันรับงานวงการบันเทิงอยู่ เผยดำน้ำ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิต

วันที่ 23 ก.พ.2566 หมอเจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ เผยว่าตนเป็นโรคแพนิก ต้องรักษาตัวมานานหลายปี โดยเริ่มเป็นตั้งแต่เรียนแพทย์เฉพาะทาง ตอนนี้กินยา คุมได้ ตัวกระตุ้น มันคือการพักผ่อนไม่เพียงพอ

โดยปีก่อนๆ ตนทำงานหนักมาก ทั้งเป็นหมอ ทั้งทำงานในวงการ แล้วก็ไม่ได้ดูแลตัวเองกับครอบครัวเท่าที่ควร แล้วเราก็เริ่มรู้สึกว่าอายุเรามากขึ้นแล้ว ปีนี้เป้าหมายของเจี๊ยบคือเราต้องทุ่มเทในการที่เราจะต้องใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการมากขึ้น

สมัยก่อนงานจะมาก่อนทุกอย่างเสมอ แต่ทุกวันนี้ จะแบ่งเวลาไว้ให้ที่บ้านเลย รวมถึงกิจกรรมที่ตนชอบทำ คนจะชอบคิดว่าเดี๋ยวรอเกษียณก่อน รอ 60 ปีก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยทำสิ่งที่เราชอบ แต่ปีนี้จะไม่รอคำนั้นแล้ว

ที่ผ่านมาคุณพ่อตนป่วยด้วย แล้วก็รู้สึกดีที่ได้ดูแลเขา สมัยก่อนตอนที่เราเรียนอยู่ คนที่บ้านป่วย เรายังไม่รู้เลย เขามาบอกเราหลังจากที่ผ่าตัดไปเสร็จแล้ว มันเหมือนเป็นปมในใจของเรา

พอตอนนี้เรามีเวลาที่จะดูแลเขามากขึ้น เราให้เวลา กลับบ้านไปกินข้าวกับเขามากขึ้น เอาเขามาเป็นลำดับสำคัญแรก เพราะงานตนอยู่กับเรื่องฉุกเฉิน เห็นคนที่เสียชีวิตทุกวัน มันเป็นสัจธรรมมนุษย์ วันหนึ่งก็ต้องตาย คนที่เรารักก็ต้องตาย

เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เรายังมีกันอยู่ ก็ควรใช่เวลาที่มีอยู่ด้วยกันให้ดีที่สุด อย่าไปคิดว่าเดี๋ยวรอทำงานนี้เสร็จก่อน รอเงิน เงินให้ได้เท่านี้เท่านั้นก่อนที่จะไปหาคนที่เรารัก บางทีก็ประมาทไม่ได้

ทั้งนี้พ่อตนป่วยเส้นเลือดโป่งพองที่เส้นเลือดหัวใจ แต่ก็ได้อาจารย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ช่วยดูแลเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็แข็งแรงปกติแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ไปออคกำลังกายได้แล้ว แต่ช่วงนั้นก็คือเป็นห่วงแหละ

ตนเชื่อว่าพวกโรคภัยไข่เจ็บ มันไม่มีครั้งเดียวไง อีกหน่อยมันก็เป็นเรื่องประจำที่ต้องเข้ามาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขายังแข็งแรงอยู่ เราก็อยากใช้เวลาที่มีคุณภาพชีวิตด้วยกัน

โดยช่วงก่อนนี้ที่เป็นโควิด 3 ปี รู้สึกว่าเหมือนอยู่ดีๆ เวลาเราหายวาบไปเลย แต่ตอนนั้นตนไม่ได้รู้สึกเดือนร้อนนะ คือตอนนั้นชีวิตมีแต่โรงพยาบาลแล้วก็กลับบ้าน จนไม่ได้คิดอยากจะเที่ยวเลย แล้วพอดีช่วงประมาณปีก่อน ไปดำน้ำ แล้วมันก็เหมือนเปิดโลก ว่ายังมีสิ่งที่น่าสนใจกว่างานกับบ้านของเรานะ ยังมีกิจกรรมมากมายที่เราอยากจะทำ เลยรู้สึกว่ามันถึงเวลาเราเราจะต้องเริ่มใช้ชีวิตที่ อยากจะใช้แล้ว กับคนที่รักมากขึ้น

เพราะเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะวันไหน บางคนรอจะเที่ยวตอน 50-60 ปี แต่วันนั้นเราอาจจะไม่มีแรงแบกกระเป๋าเดินอย่างมีความสุขแล้ว เอาง่ายๆ ตอนนี้ 35 ปี ตนก็เชื่อว่าไม่เหมือนตอนเด็กแล้ว สมมติจะต้องเที่ยวแบบ ฉันจะต้องไปทุกที่ ทุกวันนี้ไป 2 ที่ก็เหนื่อยแล้ว ยังคุยกับเพื่อนกับแฟนที่ไปด้วยกันเลย ว่าเราเที่ยวไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

เพราะฉะนั้นวันนี้โชคดีที่ยังคิดได้ ว่าเราจะใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ และโชคดีที่อยู่ในจุดซึ่งสามารถที่จะเลือกในสิ่งที่ อยากทำได้ ก็ต้องขอบคุณทุกคน

ส่วนงานในวงการนั้น ก็ยังรับอยู่ เพราะก็ต้องใช้ เงินก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะดำรงชีวิตได้อยู่ในไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ แต่ว่าเราก็อาจจะต้องดูมากขึ้น ว่าอันนี้โอเค อันนี้มีเวลาพอหรือเปล่า หรืออันนี้เบียดเวลาครอบครัว หรือเวลาที่เราจะไปทริปตรงไหนหรือเปล่า

ตนจะเลือกเวลาของตัวเองเป็นสำคัญก่อน ให้ความสำคัญกับเวลามาก เพราะเงินหาได้ แต่เวลาหาไม่ได้ มันไปแล้วไปเลย เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ก็คือรับงาน ไม่ใช่ไม่รับ แต่อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

สำหรับต้นปีนี้เป็นศักราชใหม่ ที่เริ่มปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ไม่งั้นทุกคนจะเจอเจี๊ยบแบบง่วงตลอดเวลา ซึ่งตอนนั้นสุขภาพเรามันก็แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ทำงานจนร่างกายมันฟ้อง ก็เป็นโรคที่ไม่คิดว่าวันหนึ่ง จะต้องมาเจอ เพราะตนเป็นหมอฉุกเฉิน ก็คิดว่ามันจะเป็นโรคที่ธรรมดา เวลาเราเจอคนไข้เป็นแพนิก วันหนึ่งเรามาเป็นเอง แล้วก็วินิจฉัยตัวเองว่าเป็นแพนิก แต่เราไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ในจุดนั้น ก็คือรู้ว่าไม่ตาย แต่มันเป็นภาวะที่ทำให้ไม่กล้าขึ้นเครื่องบินไปสักพักเลย

แต่ว่าการดำน้ำมันทำให้เจี๊ยบเอาชนะความกลัวตรงนั้นได้ มันก็เลยเป็นจุดเปลี่ยน ที่เราจะต้องกลับมาดูแลตัวเองแล้วแหละ

สำหรับโรคแพนิกนั้น ตนเป็นมาตั้งแต่ช่วงที่เรียนใกล้จะจบหมอเฉพาะทางแล้วแหละ แล้วก็เป็นมาเรื่อยๆ ไม่หายสักที เพราะว่าสุดท้ายแล้วตัวกระตุ้น มันคือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วสุขภาพมันฟ้อง ทุกครั้งที่อดนอนจะมีอาการแล้ว ตอนแรกคิดว่าเอาอยู่ แต่ด้วยวัยที่มากขึ้น ก็เราใช้ชีวิตอย่างนี้ จนวันหนึ่งร่างกายมันไม่ไหว แต่ละคนมันฟ้องในหลายแบบ

บางคนจะเป็นสุขภาพกาย แต่ของเจี๊ยบเป็นสุขภาพใจ อยู่ดีๆ เรารู้สึกว่าหายใจไม่ออกขึ้นมา แล้วก็รู้ด้วยนะ ว่าไม่เป็นอะไร ไม่ตาย แต่ว่าคนที่เป็นโรคนี้จะรู้ ว่ามันควบคุมอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้คุมได้ดีกว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เจี๊ยบพักผ่อนน้อยหรือดูแลตัวเองไม่พอ มันก็จะมีอาการ ตอนนี้ก็ใช้ยาในการช่วย

โดยวันหนึ่ง เราอยู่เวรหมอดีๆ แล้วกลับมานอนกลางวัน สะดุ้งเฮือกขึ้นมาแล้วก็เหมือนหายใจไม่ออก อยู่ไม่ได้ กระวนกระวายเหมือนจะลงไปดิ้นที่พื้น แต่ใจเราอยู่แล้วไงเราเป็นหมอ รู้ว่ามันคือแพนิกแอทแทค ใจเต้นรัว เหงื่อออกมือ

พอตอนขึ้นเครื่องบินก็จะมีอาการแบบนี้ ก็กลัวว่าถ้ากลัวไปเรื่อยๆ เดี๋ยวอายคนข้างๆ ว่าหมอนี่เป็นอะไร ถ้าประกาศของหมอมาช่วยหมอ มันทำให้เจี๊ยบตระหนักถึง ว่าเวลาเราอยู่ห้องฉุกเฉิน จะเจอคนมาด้วยอาการแพนิกเยอะ ทำให้เรารู้ว่ามันไม่ใช่โรคธรรมดา ใครก็เป็น มันเป็นอะไรที่ถ้าคุณไม่เป็น คุณไม่รู้หรอก ว่าความทรมานของมันตอนที่มีอาการมันเป็นยังไง ก็ทำให้เจี๊ยบเข้าใจคนไข้มากขึ้น

วันหนึ่งเราก็เป็นได้ เป็นโรคที่มันไม่สนุกเลยนะ ก็อยากเป็นกำลังให้กับทุกคนที่เจอภาวะแบบนี้ มันจะดีขึ้นแน่นอน ขอให้คุณหาปัญหาที่มันสร้างให้คุณเกิดอาการ แล้วก็ดูแลร่างกายดีๆ อย่าปล่อยปะละเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน