อินดี้ อินทัช ตอบแล้ว หลังแม่ฮันนี่ ภัสสร ไม่อยากให้รีบแต่งงาน แต่มีแฟนได้ รับแม่ห่วงกลัวมีความรักแล้วทิ้งงาน ลั่นถ้าเจอคนที่ใช่ พร้อมมีลูกเลย
หลังจากที่ แม่ฮันนี่ ภัสสร เผยผ่านสื่อว่ายังไม่อยากให้ลูกชายคนเดียวแต่งงาน ล่าสุดมีโอกาสเจอพระเอกหนุ่ม อินดี้ อินทัช เหลียวรักวงศ์ ลูกชายสุดที่รักของ แม่ฮันนี่ และ พ่อบี๋ ธีรพงศ์ ที่กองถ่ายละคร ดอนบ้านดอย ปอยบ้านทุ่ง ณ 88 คันทรีไซต์สตูดิโอ คลอง8 ซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าแม่เป็นห่วง กลัวถ้ามีแฟนแล้วจะทิ้งงาน ซึ่งตนมั่นใจสามารถแยกแยะงานกับความรักได้ ถ้าหากเจอรักที่ใช่พร้อมมีครอบครัว และมีลูกเลย ซึ่งตอนนี้หนุ่มอินดี้แง้มว่ามีคนคุย แถมพาไปเจอคุณแม่ฮันนี่แล้วด้วย
สารจากคุณแม่ฮันนี่ห้ามมีเมีย แต่มีแฟนได้? “จริงเหรอ สารจากแม่เลยเหรอ ก็ว่าอยู่ว่าทำไมก่อนออกจากบ้านวันนี้เขามองผมแปลกๆ จริงๆ แม่ชอบพูดแบบนี้อยู่แล้ว เราบอกแม่ประจำว่าดี้เป็นคนไม่ได้มานั่งชี้จิ้มอายุอยู่แล้ว บางคนอาจจะคิดว่ามีครอบครัวสักอายุ 34-35 นะ แต่ว่าดี้เป็นคนไม่ได้ฟิกซ์อายุตัวเองว่าต้องเท่าไหร่ ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งอาทิตย์หน้าหรือเดือนหน้าเลยเรามีความรักขึ้นมา เราเจอใครสักคนถ้ามันใช่เราก็มี แล้วถ้ามันใช่มากกว่านั้นอีกเราก็โอเค เราไม่ได้มานั่งรู้สึกว่า 35 แล้วกันหรือขอทำงานอีก 4 ปี ผมไม่ได้ฟิกซ์ ผมรู้สึกว่าการทำงานกับการมีใครสักคนนึงมันแยกกันอยู่แล้ว มันไม่ใช่ว่าพอเรามีปุ๊บเราต้องหยุดการทำงาน มันไม่ใช่อย่างนั้นอยู่แล้วสำหรับเรา”
แม่อยากให้เราสร้างเนื้อสร้างตัวลุยงานก่อน? “คือแม่เขาเป็นห่วงเรามาก กลัวว่าเราจะหลุดโฟกัสงาน เขากลัวว่าวันใดวันหนึ่งที่ดี้มีความรักที่แบบมั่นคงทุกอย่างแล้ว เราพร้อมแต่งงานมีลูกมีครอบครัว เขากลัวว่าเราจะทิ้งงาน เขากลัวเรารับละครเรื่องหนึ่งจากเมื่อก่อนรับหลายเรื่อง เขากลัวตรงนั้น”
แล้วเราเป็นคนแบบนั้นจริงมั้ย? “ไม่ เราแยกได้ สมมติเรามีแฟน เราก็รับงานปกติ เราไม่ได้มานั่งเลือก ผมไม่เคยเลือกนะว่าถ้ามีแฟนต้องเลือกต้องแบ่งเวลาให้เขาหน่อย ซึ่งแม่ก็เห็นอยู่แล้วประจำว่าเราเป็นแบบนี้นะ เราไม่เคยไปปฏิเสธงานหรือว่าทิ้งงานหรือว่าทำให้ใครต้องเดือดร้อน”
ถ้าเราพร้อมก็อยากมีครอบครัวเลย? “ใช่ ถ้าผมพร้อมผมก็มีเลยนะ ผมพูดจริงๆ นะ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเว่อร์ เราไม่ได้มานั่งฟิกซ์อย่างที่บอก ต่อให้เจอความรักดีๆ หลังจากนี้อีกปีสองปีเราจะปฏิเสธผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น ถ้ามีก็โอเค (เชื่อเรื่องพรหมลิขิต?) ใช่ ถ้ามีปุ๊บเราไม่ได้มานั่งจำกัดว่าถ้าเรา 31-32 มันยังเร็วไปมั้ยถ้าจะมีลูก”
ไม่ได้อยากมีแฟน อยากมีภรรยาเลย? “มีแฟนครับ หมายถึงว่าถ้ามีแฟนแล้วพัฒนาไปมากกว่านั้นเราก็ยินดี เราไม่ได้มานั่งจำกัดเวลาอายุตัวเอง บางคนอาจจะคิดว่าคบกับแฟนไปนานๆ กว่านี้หน่อย ต่อให้ใช่ก็ให้นานกว่านี้ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น”
เราอยากมีครอบครัว? “ใช่ แม่รู้ ดี้เคยบอกแม่ว่าดี้อยากมีลูก เพราะว่าดี้เป็นคนมีงานอดิเรกเยอะ อยากเล่นเกมส์ต่อเลโก้ เราเป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ต่อเครื่องบิน ถ้าเกิดว่าทำกิจกรรมเหล่านี้กับลูกเราได้ เราก็จะเอ็นจอยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบ อันนี้คือสิ่งที่ดี้คิดไว้นะ”
มีภาพตัวเองเป็นคุณพ่อ เป็นสามี? “ภาพของการเป็นคุณพ่อเนี่ย เออ ผมยังนึกไม่ออกเหมือนกัน ผมเคยถามเพื่อนผมเหมือนกันคิดมั้ยว่าถ้าเราเป็นพ่อมันจะเป็นยังไง ก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะเขาก็เห็นว่าเราทำงานอยู่ทุกวัน เวลาให้ตัวเองยังน้อยเลย จะไปเป็นพ่อได้ยังไง เขาก็คงคิดอย่างนั้นแหละ”
แม่ถามไหมถึงเวลามีหรือยัง? “แม่เขาก็มีถาม มีหรือยัง โอเคมั้ย งานเป็นยังไง กระทบงานมั้ย เขามานั่งงี่เง่ากับงานเราหรือเปล่า เขาจะห่วงเราเรื่องนี้ แต่เขาไม่ได้มานั่งฟิกซ์ว่าคนนั้นต้องเป็นคนยังไง ชอบทำอะไร เข้ากับเราได้มั้ย ต้องนิสัยยังไงไลฟ์ไสตล์เป็นยังไงแม่ไม่เคยฟิกซ์เลย เขาจะให้อิสระในการตัดสินใจของเราพอสมควร”
ถ้ามีพาไปดูตัว? “ใช่ๆ คือผมเป็นคนที่ ณ ปัจจุบันถ้าผมคบใครก็พาไปให้แม่เจอ เราไม่ได้มานั่งปิดอยู่แล้วว่าอย่าเพิ่งพาไปเจอเลย”
แล้ว ณ ตอนนี้มีใครหรือยัง? “ก็มีคนคุยอยู่แต่ว่าไม่ได้ถึงขั้นแบบจะเปิดแล้ว เอาเว้ยคนนี้แหละ ยังไม่ถึงขั้นนั้น คนนี้แม่เจอแล้ว ก็สักพักนึงแล้วครับ (แม่ว่าไงบ้าง?) แม่เขาไม่ได้กังวล เขาเป็นห่วงฝั่งผู้หญิงมากกว่าฝั่งดี้ด้วยซ้ำ เราจะไปทำเขาเสียใจมั้ย จะไม่มีเวลาให้เขาหรือเปล่า ดูแลเขาไม่ได้ แม่จะเป็นห่วงตรงนั้น เวลาเราเล่าอะไรให้ฟัง สิ่งที่แม่จะถามกลับมาคือ เรามั่นใจแล้วเหรอว่าเราจะดูแลเขาได้ มันเป็นคำถามที่เรามานั่งคิดว่ามันต้องได้สิ”.




