ไม่จบง่ายๆ เดือดสนั่น ครูไพบูลย์ ฟาดกลับแรงหลังเมียเก่าแฉเมียใหม่ เปิดภาพหวาน กระต่าย ลั่นคู่ชีวิต เอ๋ ซัดกลับขอให้จบ

เป็นประเด็นโต้ตอบกันมาอยู่เรื่อยๆ ทั้งเรื่องราวฟ้องร้องกันในศาล รวมทั้งเรื่องราวในโลกโซเชียลที่เป็นประเด็นวิวาทะกัน สำหรับ เอ๋ มิรา ชลวิรัลวานิศร์ กับอดีตสามี ครูไพบูลย์ แสงเดือน ล่าสุดศาลตัดสินในส่วนของการเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรและอุปการะเลี้ยงดู ให้ครูไพบูลย์จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่วันนี้จนบุตรบรรลุนิติภาวะ และให้แม่ดูแลเรื่องลูกจะอยู่ในความดูแลของใคร แม่ก็ให้ลูกตัดสินใจลูกขออยู่กับแม่นั้น

ก่อน เอ๋ มิรา จะโพสต์ข้อความระบุว่า “เพิ่งมีเวลาอ่านคำอุทธรณ์ แล้วคือเขียนคำอุทธรณ์ว่า เอ๋ให้ลูกเรียกปุ๊ปว่าพ่อ เอาคนอื่นมาแทนที่พ่อ ตัวเองไม่เคยให้ลูกเรียกภรรยาใหม่ว่าแม่เลย ให้เรียกพี่ เดี๋ยวนะ!! คิดได้ไงก่อน เรียกพี่มาแต่แรกแล้วไหม” เอ๋ ยังคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า “ปุ๊ปอายุเท่าเอ๋ เพื่อนเอ๋ทุกคนสายแนนต้องเรียกแม่ เรียกพ่ออยู่แล้ว แต่คุณคะ ลูกเรียกเมียคุณว่าเอื้อย…ตั้งแต่เขาจำความได้จ๊ะ แปลกๆ นะความคิดคุณอะ ในเอกสารลูกบอกศาลว่าเมียคุณตีลูกด้วยหนิ ลูกถึงไม่อยากกลับไป ดึงสตินะ ปกป้องลูกไม่ได้ วันไหนไม่เหลือใคร จะสมน้ำหน้าให้ ซัง!!”

เรื่องราวไม่จบ ล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย.66 ครูไพบูลย์ เคลื่อนไหวฟาดกลับเช่นกัน โดยโพสต์ข้อความเดือดแรงว่า “คนโง่เท่านั้นที่เชื่อคนสร้างเรื่อง สร้างกระแส พูดเอง เออเองอยู่ฝ่ายเดียว กล่าวหาคนอื่นเป็นนิจ ไม่พูดไม่ใช่ว่าเราผิด คนที่พูดมากใช่ว่าจะจริง สำเนียงส่อภาษากริยาส่อสกุล ยังใช้ได้เสมอ ปล. คันสูดีจริง เก่งจริง เซาเว้าฮอดตี้หละสิมีคนเบิ่งสูบ่”

ก่อนจะโพสต์ภาพคู่กับ กระต่าย พรรณนิภา นักร้องสาวภรรยา โมเมนต์สุดหวาน พร้อมระบุแคปชั่นคลั่งรักเอามากๆด้วยว่า “หากวันนี้ฉันต้องรักใครอีกครั้ง คนร่วมทางขอเป็นเธอนั้นได้ไหมเอ่ย ให้เลือกกี่ครั้งก็ยังเลือกเธอเป็นคู่ชีวิต”

ด้าน เอ๋ ก็โพสต์กลับเดือดเช่นกัน โดยแคปข้อความอดีตสามีในศาลเรื่องตัวเองให้ลูกเรียกภรรยาใหม่ว่า พี่ แต่ เอ๋ กลับให้ลูกเรียกสามีใหม่ว่า พ่อ เป็นการอบรมสั่งสอนให้คนอื่นมาแทนที่พ่อ สอนลูกให้เกลียดชังพ่อ…..

พร้อมแคปชั่นว่า “ทำดีแต่ถูกนินทาว่าชั่ว ก็ไม่ทำให้ความดีกลับเป็นความชั่วได้ เมื่อทำดีก็คงเป็นทำดีอยู่นั่นเอง” และยังคอมเมนต์ใต้โพสต์บอกอีกว่า “ข้อเท็จจริงก็ตามนี้แหละค่ะ ถ้าไม่อยากให้พูดถึง คุณก็ควรจบนะ ศาลบอกให้จบ คุณสองคนก็บอกจะฟ้องต่อ คดีลูก ฉันก็ขอสิทธิ์คนละครึ่ง ถ้าคุณยอมดีๆฉันก็คงไม่ต้องฟ้องให้มันวุ่นวายขนาดนี้ อยากวุ่นวายไม่ใช่หรอ ประสาทหรือเปล่าสูเป็นคนเริ่มนะ”

“หนูทั้งเลี้ยงลูก ทั้งทำงาน ทั้งต้องไปศาล มันเหนื่อยมากจ้า จนบางทีโมโห ต้องไปเจอหน้าเขาสองคน ต้องไปนั่งฟังอะไรก็ไม่รู้ ได้แต่นั่งถอนหายใจ อีเมียก็บอก ไม่เคยรู้จักหนู อิผัวก็ยกนิ้วให้เมีย ยิ้มเยาะเย้ยเรา หนูต้องอดทนกับความรู้สึกขนาดไหน”

“เอาจริงถ้าไม่มีผู้ใหญ่ช่วยหนู ไม่มีลูกค้า ไม่มีพี่ๆทุกคน หนูคงต้องตกเป็นจำเลยสังคมต่อไป คงต้องยอมเพราะอำนาจความดัง อำนาจเงิน มันทำให้คนถูกเป็นคนผิด ทำให้คนดีเป็นคนชั่วได้เลย หนูไม่ได้หวังให้ทุกคนมารักหนู แต่อยากให้กรณีของหนูเป็นตัวอย่างให้ผู้หญิงหลายๆคนที่เป็นแบบหนู ลุกขึ้นสู้ อยากให้รู้ว่ายังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่เข้าใจและคอยให้กำลังใจ หนูไม่มีอะไรจะเสียยุแล้ว ถึงจุดที่ต้องลุกขึ้นสู้ หนูก็สู้สุดใจ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน