ชาคริต เตรียมพาครอบครัวขนของเข้าบ้านใหม่ อลังการพื้นที่กว่า3ไร่
รีโนเวทบ้านใหม่ บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ในเมืองกรุง พร้อมสร้างสระว่ายน้ำสุดอลังการ สำหรับนักแสดงดัง ชาคริต แย้มนาม ที่ตั้งใจเนรมิตบ้านหลังใหม่ ไว้ให้ภรรยาและลูกชาย ‘แอน ภัททิรา’ และ ‘น้องโพธิ์’ อยู่กันอย่างสุขสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ชาคริต เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว “เป็นต่อ ดริ๊งค์” ที่ลานอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้สัมภาษณ์อัปเดตบ้านหลังใหม่ว่าใกล้เสร็จแล้วหรือยัง พร้อมเตือนแฟนๆ ให้ระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างหลอกขายทุเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีผู้เสียหายสูญเงินนับ 100 ล้านบาท
บ้านใหม่? “กำลังจะย้ายของเข้าไปแล้ว เป็นมหากาพย์การย้ายครับ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน คงต้องเอาเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ เข้าก่อน”
ภรรยายังบ่นอยู่ไหม? “บ่นทุกวันครับ ชีวิตจริงหนักกว่าในคลิปเยอะครับ ในคลิปนี่ยังปรานี ในคลิปผมเพิ่งเห็นนะ ที่ทำคลิปเม้าธ์ผม โคตรโกรธเลย (หัวเราะ) ไม่หรอก น่ารักดี เขาก็เป็นมนุษย์ภรรยา มนุษย์แม่ เขาก็จะต้องการเซฟทุกอย่างให้มากที่สุด ถ้าทำงานเก็บเงินก็ควรจะให้ภรรยาเป็นคนเก็บเงินไว้ อยู่กับสามีมันจะหมด เราก็ตั้งใจทำ ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการสร้างบ้าน ก็ทำให้มันเรียบร้อย ตอนนี้เราไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน มีน้องโพธิ์ด้วย ธุรกิจ บริวารทุกอย่างเราก็ต้องคอยดูแลทั้งหมด ก็ไม่อยากทำทีละนิด ตอนนี้เรามีกำลังทำก็ทำไปเถอะ ไปแก้ทีหลังเดี๋ยวมันจะบานปลาย เอาบานครั้งเดียวพอ ก็สู้เต็มที่”

เขาบอกไม่อยากให้เราเหนื่อยกว่านี้? “อันนั้นเป็นสิ่งที่เขาเข้าใจว่าเขาห่วงเรา มันก็น่ารักมากๆ เราก็เป็นพวกบ้างานอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ก็เริ่มหันมาดูแลสุขภาพมาก ขอเหนื่อยช่วงนี้ดีกว่าเหนื่อยทีละนิดไปเรื่อยๆ พอทุกอย่างมันเข้าที่แล้ว มันก็น่าจะเป็นอะไรที่อยู่เฉยๆ แล้วได้ อย่างวงการบันเทิงเราก็อยู่อยู่แล้ว มันเป็นความรัก เป็นแพสชั่นของเรา แต่อย่างอื่นทุกคนสามารถรันแทนเราได้ เราไม่จำเป็นจะต้องใช้ตัวเองทั้งหมดเหมือนการแสดงเพราะไม่มีใครแทนเราได้ แต่พอเป็นเรื่องของบริษัท ธุรกิจ เรามีทีมงานที่ช่วยดูแลแทนเราได้ ก็ทำตรงนั้นอยู่ สร้างตรงนั้นอยู่”
มันบานปลายเยอะ? “ไม่นะ ไม่ได้เยอะมากสำหรับบ้าน น่าจะเป็นเรื่องสวนมากกว่าที่เขาเป็นห่วง ถ้าอยากให้ได้แบบที่อยากได้ตอนแรกเลยก็ซื้อบ้านได้อีกหลังหนึ่งเลย ก็กำลังค่อยๆ ทอนลงมาเรื่อยๆ คือไม่จบในทีเดียว เรารอต้นไม้ให้เขาโตได้ เราก็อยู่ดูเขาโตไป ไม่จำเป็นต้องเอาไม้ใหญ่มาลงเลย”
สร้างความเข้าใจให้แอนยังไงบ้าง ในความต้องการของเรา เพราะแอนพูดคำว่าเพื่อเยอะมากๆ? “เต็มที่ผมก็ลุกไปนอนครับ ผมจะนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว แล้วก็อือ ไปแล้ว เขาเข้าใจแหละ แต่เขาก็จะถามกลับว่าทำไมผมถึงไม่เข้าใจเขาซะที มันก็คงเป็นเรื่องของต่างคนต่าง…พูดแล้วขำ(หัวเราะ)”

มีที่เขาเห็นด้วย ทำเลย? “มี ก็จะมีเป็นพื้นที่ดินทิ้งไว้ ตอนแรกจะทำเป็นโซนกระต๊อบ ลงฟาร์ม ลงสวนแบบเต็มๆ เลย แต่ว่าทิ้งไว้ก่อน อยากให้เป็นสนามหญ้าให้ลูกได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ เวลาเขามา ก็จะเป็นพื้นที่ทิ้งไว้ ปูหญ้าอย่างเดียวเลย ก็จะเป็นอย่างเดียวที่เขาเห็นด้วย ที่เหลือคือลุกไปนอน (หัวเราะ)”
เถียงกันบ้านแทบแตกเลย? “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่เขาไม่อยากให้เราเหนื่อยจริงๆ เขาห่วงสุขภาพเรา ช่วงหลังๆ มันมีหลายอย่างด้วย เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ซึ่งเขาก็ดูแลเราดีอยู่แล้ว ผมก็ยังคิดเหมือนเดิมว่าเหนื่อยตอนนี้ดีกว่า หัวหน้าครอบครัว ผู้ชายก็จะมีความคิดอะไรแบบนี้แหละ แต่ผู้หญิงเขาก็จะไม่ได้ต้องการอะไรมากไง ขอแค่มีครอบครัวที่มีความอบอุ่น สำหรับเราเองขอขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่งแล้วกัน”
เป็นสร้างใหม่หรือรีโนเวท? “มีทั้งอาคารที่สร้างใหม่และรีโนเวท ตอนแรกจะทุบทิ้งและสร้างใหม่หมด แต่สุดท้ายก็ดีลกันว่ารีโนเวทจากสิ่งที่มีอยู่ จริงๆ มันเพอร์เฟ็กต์อยู่แล้ว มูลค่าของที่อยู่ในนั้นที่เราได้มา บ้านที่มากับที่ดินตรงนั้น คนที่ออกแบบก็เป็นนักออกแบบที่สุดยอดในบ้านเราแล้ว ตอนนั้นน่าจะมีความป่วยอยู่หน่อย คืออยากได้ถ้ำแบทแมน รุ่นพี่ผมที่เขาเป็นอินทีเรียมาดูให้ พอเขามาเขาถามผมว่ามึงป่วยเหรอ มึงป่วยรึเปล่า ผมตอบก็อาจจะใช่ครับ การที่เราแค่ต่อเติม แค่นั้นก็ลดทุนไปเกือบครึ่งแล้วครับ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าทุบสร้างใหม่มันจะเสร็จเร็วกว่านี้ ไม้ทุกชิ้นคือขัดใหม่ ทำสีใหม่หมด งานละเอียดเลย ช่างบอกสร้างใหม่ง่ายกว่า”

ลูกชายมีรีเควสอะไรไหม? “เขาแค่บอกว่าเขาจะไม่ไปนอนบ้านตัวเอง เขาจะนอนกับพ่อแม่จนโต เราก็โอ้ยยยยย…ไปซะทีเถอะ ทุกวันนี้ผมอายุ 40 กว่าแล้วยังนอนตกเตียงเพราะลูกมานอนแทรกตรงกลาง เราอยู่ด้วยกันตลอดด้วย เขาก็สนุก มีพื้นที่ให้เขาวิ่งเล่น ชอบว่ายน้ำเหมือนพ่อ ที่บ้านทำไมถึงมีสระว่ายน้ำ เพราะเราชอบว่ายน้ำกันจริงจัง ไหนๆ จะทำแล้วก็ทำไป เพราะที่สวนให้เขาวิ่งเล่นก็พอมีอยู่แล้ว”
ถามถึงเรื่องธุรกิจทุเรียน ยังมีปัญหาอยู่? “ก็ยังมีมาอยู่เรื่อยๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงแก้ไขกันไม่ได้เสียที ด้วยระยะเวลา หลายๆ คนเริ่มตื่นตัวแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่แค่ทุเรียนอย่างเดียว สินค้าออนไลน์อื่นๆ ก็โดนเหมือนกัน หนักสุดที่ผมได้ยินมีไปถึงเรื่องของการจองที่พักแล้วนะ ข้ามเกาะข้ามทะเลไปแล้วไม่มีที่นอน โหดมากอะ ฝากถึงสถาบันป้องกันความปลอดภัยแห่งชาติด้วย สำหรับผมเองมองว่า อยู่ข้ามตะเข็บชายแดนไป อันนี้ถือว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสิ่งที่เขาทำคือการมาปล้นเงินบ้านเราอยู่ ก็ยังหยุดกันไม่ได้ ก็ต้องช่วยกันบอกกล่าว ช่วยเตือนกัน เขยจันท์เองหมดฤดูแล้วครับ เจอกันใหม่ปีหน้า ถ้าใครยังใช้หน้าผมอยู่ ฟ้องแน่นอน ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ของเขยจันท์ต้องแอดไลน์อย่างเดียว ที่เดียวเท่านั้น เราไม่มีขายในเฟซบุ๊ก”
ที่เราแจ้งความไปมันไม่มีอะไรคืบหน้าเลย? “นั่นแหละคือคำถาม ว่าทำไมนิ่งจังเลย ยังไม่อยากคิดไกล ก็เชื่อว่าเขาทำเต็มที่แล้ว บางอย่างเขาอาจจะต้องทำเงียบๆ รึเปล่า ตอนนี้บริษัทของผมก็เป็นที่ร้องทุกข์ผู้ที่เสียหายเดือดร้อนไปแล้ว ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายเหมือนกันที่ถูกอ้างใช้ชื่อไป เราไปกองปราบฯ ไปทำทุกอย่างหมดแล้ว ทางเจ้าทุกข์คนที่เดือดร้อน เสียเป็นเงินจริงๆ โดนหลอกก็สามารถไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านได้แล้ว ไปแจ้งความทิ้งไว้เลย ถ้าคุณคิดว่าเสียเงิน 100-200 บาทเป็นค่าโง่ แต่พอรวมๆ กันทั้งหมดแล้วมันหลายร้อยล้าน สุดท้ายถ้าคุณไม่ไปแจ้งความศาลก็จะไม่ออกหมายจับ หมายดำเนินการให้กับทางตำรวจได้ ตำรวจก็จะไม่สามารถขยับทำอะไรได้เลย ฉะนั้นถ้าอยากจะให้มันหมดไปก็ต้องร่วมกันแจ้งความ ไม่ว่าจะจากไหนก็แล้วแต่ ผมว่านั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยปราบได้ ตอนนี้เทคโนโลยีมันไปไกลจริงๆ หลายๆ อย่างเราอาจจะไม่ทัน”

มูลค่าที่โดนไปเป็น 100 ล้าน? “ตอนนี้เกินแล้วครับ เฉพาะทุเรียนที่อ้างชื่อของผมนะครับ ไม่รวมสินค้าอื่น ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเยอะมากขนาดไหน ของผมที่จับได้ตอนนี้เป็นการจับบัญชีม้า ยังไม่ถึงตัวต้นตอ มันก็ยาก เอาเป็นว่าพี่ๆ น้องๆ ใครรู้ว่ามีผู้ใหญ่ที่บ้านวัยเกษียณ เขาเหงาเขาก็ท่องโซเชียล เฟซบุ๊ก เขาก็จะไปกดลิงก์อะไรที่เด้งมาบ่อยๆ อันนี้ต้องช่วยกันเตือนเขาว่าให้เช็กดูให้แน่ก่อน หรือให้เราดูให้ก่อน เพื่อตรวจสอบดูว่าเป็นของจริงรึเปล่า”
“ส่วนใหญ่ทาเก็ตที่จะโดนแปะลิงก์ก็พวกผู้ใหญ่นี่แหละ คนที่เป็นแฟนคลับเขา ยิ่งเขาเอ็นดูเราเขาก็ยิ่งไม่คิดว่าจะเป็นเพจปลอมได้ ฉะนั้นก็อยากจะเตือนคนรุ่นเรา คนรุ่นใหม่ให้ปกป้องบุพการี ผู้หลักผู้ใหญ่ของเรา สำหรับใครชอบซื้อของออนไลน์ หรือคนที่ชอบเอฟของ ตอนนี้มันน่ากลัวมาก ในฐานะที่ผมเป็นคนขายของผ่านไลน์ ผ่านช่องทางออนไลน์ ผมต้องขอเตือนเลยว่าก่อนที่จะจ่ายเงินดูให้ดีๆ ก่อน มันดูยาก ถ้าเรายังไม่แน่ใจถามคนที่เขารู้กว่าเราดีกว่า”
ตอนนี้โดนแอบอ้างอะไรบ้าง? “คือเขาดึงทุกอย่าง เพจเขาจริงกว่าเพจผมอีก เขาดึงทุกอย่างของผมไปหมดจากทุกที่ เขาจะดูดไปใช้หมด อันที่จริง ถ้าเกิดลูกค้าที่เขามองหาทุเรียนลูกละ 100-200 บาท อันนี้เราขายไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าคนที่เขาเข้าใจว่าทุเรียนราคาจริงๆ มันอย่างน้อย 150-180 ขึ้นไป ในท้องตลาดที่เราสามารถจะขายได้ แล้วได้คุณภาพที่ดี อันนี้เขายังอยู่กับเรา ถ้าเขาเจอเพจจริงแล้วขายทุเรียนโลละ 180 คูณ 3 เข้าไปตั้งเท่าไหร่ ก็ต้องบอกว่าเราทำได้เท่านี้ เพราะทุเรียนมันมีต้นทุนที่สูงจริงๆ และการดูแลมันมีความยากมาก เรามั่นใจเลยว่าราคาที่เราขายให้ไม่ได้แพงกว่าที่อื่น ถ้าพูดถึงคุณภาพด้วย คุณภาพที่เรามอบให้มันเป็นคุณภาพที่ราคาคุณจับต้องได้แน่นอน ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาเคลมกับเรา เรามีกระบวนการรับเคลม เราก็ต้องบอกความจริงว่าของสดมันไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ เราไม่มีเครื่องเอกซ์เรย์ดู แต่เราใช้ประสบการณ์ของเราคัดเลือกได้กินของดีๆ ถ้ามีข้อผิดพลาดเราก็ขออภัย แต่ของเราน้อยมากจริงๆ ที่จะเจอ”




