“เอ็มมี่” แท็กทีมนักเขียนและผู้เสียหาย เรียกร้อง “ธีร์ ภูมิธนะวัชร์” ออกมารับผิดชอบ แฉขโมยงาน แอบอ้างชื่อ หลอกลวงเงินเด็ก
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 ดาราสาว เอ็มมี่ แม็กซิม แท็กทีมผู้เขียนบท ผู้กำกับ และเหยื่อผู้เสียหาย1คน เข้าร้องสื่อ หลังถูกอดีตนักแสดงหนุ่ม ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ หลอกลวง แอบอ้าง ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นผู้เสียหายที่ต้องการให้ธีร์ออกมารับผิดชอบ
โดย ฐา พุทธิวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้เขียนบท ที่ถูก ธีร์ ภูมิธนะวัชร์ แอบอ้างขโมยงานไปจดลิขสิทธิ์ ควงคู่มากับ ใหญ่ ผู้กำกับ ที่โดน ธีร์ นำชื่อไปหลอกเอาเงินเด็ก อ้างจะปั้นเป็นนักแสดง
ส่วนนาย สุวัฒน์ สวนดอกไม้ หรือ อั๋น ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่โดน ธีร์ อ้างว่าว่าจะปั้นให้เป็นนักแสดง โดยธีร์ทำให้ไว้ใจ อั๋นจึงช่วยเรื่องเงิน จำนวน 20,000 บาท อีกทั้งออกรถให้ ตอนนี้ทางไฟแนนซ์มาตาม เพราะค้างค่างวด รวมถึงแหวนเพชร 3 วง สร้อยทองอีก 1 สลึง
และก็ เอ็มมี่ อมรวรรน หรือ เอ็มมี่แม็กซิม ที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจาก ธีร์ นำชื่อไปอ้างว่าเป็นคนอายัดเงินจำนวน 4 ล้านบาท ทำให้เขาไม่สามารถนำเงินตรงนั้นออกมาจากธนาคารได้
โดยทั้งหมดได้ตั้งตั้งโตะแถลงข่าว พร้อมนำหลักฐานทุกอย่างมาแสดงต่อหน้าสื่อที่ อีจัน รามอินทรา ซอย8

ใหญ่/ฐา/เอ็มมี่/อั๋น
ฐา นักเขียนเผยว่า “มาแถลงข่าวเรื่องการฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ คือพี่ได้ส่งงานไปกลับบริษัทนาวา คือดำเนินการโดยคุณธีร์ ภูมิธนะวัชร์ คือเราก็ตกลงกันแล้วว่าเราจะทำภาพยนตร์เรื่องนี้ (ก๊วนซ่าตะลุยพระนคร) แต่พอมาสืบรู้ที่หลังคือเขาเอางานของพี่ไปแอบจดลิขสิทธิเป็นของตัวเอง คือพี่มองว่ามันเป็นมากกว่าการละเมิด มันคือการขโมยแล้ว การที่พี่ออกมาเรียกร้อง วันนี้ก็คือพี่ต้องการปกป้องงานของนักเขียนไม่ใช่พี่คนเดียว แต่เป็นนักเขียนทุกคนว่าไม่มีใครสามารถเอางานเราไปเป็นลิขสิทธิ์ของตัวเองได้
ผลงานของพี่ที่เขานำไปคือ ก๊วนซ่าตะลุยพระนคร ซึ่งก่อนหน้านี้เค้ามีโปรเจ็กต์ แก๊งค์ซ่าทะลุมติเวิลด์ ซึ่งทางธีร์มีโปรเจ็กต์นี้ทำอยู่แล้ว แล้วก็มีการแถลงข่าวบวงสรวงกันไปแล้ว เหมือนจะเปิดกล้องแล้ว ซึ่งตอนนั้น โปรเจ็กต์นี้ถูกเสนออยู่ใน pptv แล้วพี่ไม่ทราบว่าเขามีปัญหาอะไร เขาเลยอยากให้พี่มาแก้บท ซึ่งดูแล้วพี่ไม่สามารถแก้บทได้ โดยจรรยาบรรณก็ไม่อยากจะแก้งานของนักเขียนด้วยกัน พี่ก็เลยบอกว่าระหว่างแก้งานกับเขียนใหม่ เขียนใหม่ง่ายกว่าไหม ก็เลยได้รับโจทย์จากพี่สมปอง
จริงๆพี่ไม่ได้รู้จักกับพี่สมปอง แต่พี่สมปองเป็นคนของไลน์บียอน แล้วเหมือนว่าตอนนั้นการเสนองานผ่านบริษัทไลน์บียอน ซึ่งบริษัทไลน์บียอนเขาติดต่อผ่านกับคุณใหญ่ ซึ่งคุณใหญ่เป็นเพื่อนพี่ คุณใหญ่ก็เลยแนะนำพี่กับพี่สมปอง ก็เลยสร้างบท ก๊วนซ่าตะลุยพระนครขึ้นมา แล้วพอสร้างเสร็จ คุณสมปองเขาโอเคเหมือนซื้อแล้ว แล้วพอทุกคนตกลงปุ๊บ ขั้นตอนต่อไปมันก็คือการรอว่าใครจะเป็นผู้ผลิต จะเป็นบริษัทอะไรจะเป็นผู้จัดก็ได้รับคำตอบว่าเป็นบริษัทนาวา ก็คือคุณธีร์นี่แหละ

พี่ก็ได้ยินชื่อธีร์แต่ยังไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว การพูดคุยก็ยังคงผ่านพี่สมปอง แล้วโปรเจ็กต์มันก็ยังไม่ได้ชัดเจนถึงขั้นเซ็นสัญญา พี่ก็ได้มาเจอกับธีร์จริงๆ เมื่อปลาย ปี 65 และแนะนำกันเป็นทางการเมื่อ7 กุมภาพันธ์ แล้วหลังจากนั้น โปรเจ็กต์ของเราก็ดำเนินการไป4คน มีพี่ปองเป็นโปรดิวเซอร์ มีธีร์นามโดยบริษัทนาวาเป็นผู้จัด มีใหญ่เป็นผู้กำกับ แล้วพี่เป็นเจ้าของเรื่องและเป็นผู้เขียนบท และเราคุยและรอในการเซ็นสัญญามาตลอด
และขณะที่หนังเรื่องก๊วนซ่ารอเซ็นสัญญา มันก็มีโปรเจ็กต์ผุดขึ้นมาอีกหนึ่งโปรเจ็กต์คือผีเสื้อราตรี ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ธีร์รับปากกับพี่กับพี่ใหญ่ว่าจะทำทั้งสองเรื่อง เพราะน้องบอกว่าอยากสร้างโอกาสอยากสร้างงาน พี่กับพี่ใหญ่ก็ให้โอกาส น้องบอกไม่มีเงิน ก็ไม่เป็นไรก็ค่อยหาทุนมาลง พี่กับพี่ใหญ่ก็ให้ใจไป แต่มาสังเกตว่าการเซ็นสัญญาของพี่กับพี่ใหญ่ไม่คืบหน้า ธีร์บ่ายเบี่ยงและอ้างตลอด อ้างว่ารอทนายตรวจสอบสัญญา ซึ่งพี่มองว่าทำไมมันยุ่งยากจัง เพราะว่าสัญญาต้นฉบับอ่ะ ใหญ่เป็นคนส่งไปให้ แค่เปลี่ยนชื่อเรื่อง วันที่และจำนวนเงินค่าจ้าง มันผิดปกติ
แต่ในขณะเดียวกัน หน้าเฟสของธีร์พยายามจะเอางานพี่ขึ้นโปรโมตคือเรื่องก๊วนซ่าตะลุยพระนคร แล้วพอเขาโปรโมตไปเรื่อยๆ แต่ระยะหลังชื่อก๊วนซ่าตะลุยพระนคร มันถูกเปลี่ยนเป็นแก๊งค์ซ่าตะลุยพระนคร ซึ่งมันไปละม้ายคล้ายกับชื่อเรื่องที่เคยเปิดกล้องไป แล้วพี่ก็เลยพยายามตามเก็บหลักฐานตามดูพฤติกรรม จน 90% มั่นใจว่าใช่ แต่ว่าพี่ก็ยังไม่ได้ฝันธงว่าธีร์จะทำแบบนี้ เพราะว่าธีร์กับพี่คุยกันตลอดเวลาอยู่ในกลุ่มสามคน พี่จึงตัดสินใจโพสต์เฟสว่างานของพี่ตอนนี้ ว่ามีอยู่ 10 เรื่องที่เสนอตามค่ายต่างๆที่มันเป็นลิขสิทธิ์ของพี่รวมถึงเรื่อง ก๊วนซ่าตะลุยพระคร และพอพี่โพสต์ได้ไม่กี่นาที ก็มีบุคคลหนึ่งทักมาหาว่า ตกลงลิขสิทธิ์เรื่องนี้เป็นของใครกันแน่ พี่ก็ยังยืนยันว่าเป็นของพี่เพราะพี่เป็นคนเขียนจริงๆ มันมาจากมันสมองพี่จริงๆ คนที่โทรมาเขาบอกว่า มันเป็นของธีร์ไม่ใช่หรือ เพราะธีร์ไปจดแล้ว มันก็เลยเป็นจุดกำเนิดให้พี่ต้องตามค้นหาหลักฐานว่ามันใช่หรือเปล่า
จนกระทั่งที่สุด ธีร์ยอมโทรมาเคลียร์กับพี่เรื่องค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์ ว่าพี่จะเรียกเท่าไหร่ คือประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงที่อยากจะได้ค่าลิขสิทธิ์ พี่อยากจะทราบว่าประเด็นอยู่ที่คือพี่อยากทราบว่าเอางานที่พี่เขียนไปจดเป็นลิขสิทธิ์ตัวเองทำไม แล้วข้อสอง ธีร์เป็นคนดิวงานกับพี่ แต่ทำไมชื่อจดลิขสิทธิ์เป็นชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ กัญญารัตน์ ซึ่งพี่รู้ว่าเป็นคนชื่อจิ๊บที่อยู่ในบริษัทนาวาเหมือนกัน ซึ่งพี่ไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นเลย พี่พยายามคุยกับธีร์ถึงสามรอบให้โอกาสธีร์ไปตัดสินใจไปแก้ไขในสิ่งที่ธีร์ผิด แต่ธีร์ไม่เคยมีความรับผิดชอบในความผิดอย่างจริงจังเลย ทั้งธีร์และจิ๊บ ซึ่งพี่มีคลิปเสียง พี่ไม่ได้อยากได้เงินแต่พี่อยากจะปกป้องงานของพี่
เอางานของพี่ไปจดลิขสิทธิ์ไม่พอ เอางานของพี่ไปเล่ขายกับผู้ปกครองเด็ก แล้วให้ผู้ปกครองเด็กจ่ายเงินเพื่อที่จะได้เล่นหนังในบทของพี่ แล้วเอาภาพของพี่กับพี่ใหญ่ไปอ้างว่า พี่สองคนเซ็นสัญญารับเงินแล้ว พี่ไม่เคยได้รับเงินกับธีร์จากเรื่องก๊วนซ่าตะลุยพระนครเลยสักบาท หลักฐานพี่มีทั้งหมด เขาจะบ่ายเบี่ยงพลัดผ่อนพี่ตลอด ทั้งสองเรื่องแค่แค่พอร์ตยังไม่ได้เป็นบทขยาย แต่พี่มีหลักฐานที่ธีร์พยายามอยากจะได้คาแรกเตอร์อยากจะได้เรื่องขยาย อยากจะได้องค์ประกอบเพื่อโปรดักชั่นจะได้สมบูรณ์
อย่างเรื่องผีเสื้อราตรีใหญ่ ก็บอกว่าหยุดไม่ต้องเขียนแล้วไม่ต้องให้ใครแล้วเพราะว่าเขาจะเอางานของเราไปฟรีๆเพราะว่าเราเริ่มเอะใจเรื่องก๊วนซ่าฯแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์เอาไปแอบอ้างเพื่อเรื่องหาผลประโยชน์และก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาความฝันของเด็กมาตีค่าเป็นเงิน แล้วก็มาหลอกในโปรเจ็กต์ที่มันไม่มีอยู่จริง พี่รู้สึกว่าบุคคลที่ได้รับความเสียหายและอันตรายที่สุดคือเด็ก
และที่ต้องมีเอ็มมี่และ อั๋น ผู้เสียหายที่โดนหลอก ออกมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ เพราะเรื่องราวมันโยงกันหมด โดยย้อนไปที่ว่า ธีร์ได้อ้างว่าตนมีเงินอยู่ 4ล้าน 8ล้าน แต่ถูกอายัดโดยดีเอสไอ ในคดี Forex เราก็ถามว่าทำไมถึงต้องโดนอายัด เราต้องถามถึงเรื่องเงินเพราะเงินตรงนั้นเขาบอกจะเอามาให้เราสองคนในการทำสัญญา เขาเลยอ้างว่าไปเกี่ยวพันกับแม่พิ้งกี้ในคดี Forex แต่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องซึ่งจะได้รับการอ้างแบบนี้มาตลอด จนกระทั่งวันนึงตัดสินใจฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์ก็มารู้เรื่องอั๋น และได้ข่าวมาอีกว่าเงินก้อนนี้ก่อนหน้า ถูกเอ็มมี่ อายัด พี่ก็เลยมีคำถามกับพี่ใหญ่ว่า เอ็มมี่คือใครเป็นใครทำไมสามารถอายัดเงินชาวบ้านเขาได้ คิดอย่างคนมีสมอง ก็เลยทำให้พี่ต้องหานาง พี่อยากจะรู้คำตอบ เพราะว่าการมาฟ้องธีร์แบบนี้ หรือการจะให้ข่าวกับสื่อ พี่จะต้องหาหลักฐานก่อนก่อนที่จะจะต้องรู้ความจริง คือน้องเอ็มมี่ก็ถูกอ้างจริงๆว่าเป็นคนอายัดเงิน เพราะอั๋นก็เป็นคนได้ยิน สรุปเงิน 4ล้าน 8ล้าน งงไปหมดมันมีจริงไหม ถ้ามีไม่จริง คนที่แย่คือพี่ด้วยนะ เพราะว่าธีร์ก็หลอกให้พี่รอมาเป็นปี กับเงินนี้ สรุปมันมีไหมล่ะ ถ้ามี ใครกันแน่ที่อายัด ดีเอสไออายัดหรอ
ถ้าดีเอสไออายัดจริง พี่ก็เคารพดีเอสไอ เพราะพี่เข้าใจในกระบวนการ เพราะฉะนั้นธีร์ควรออกมาตอบพี่ กับตอบคนอื่นด้วยว่าอะไรคือความจริง”

ด้าน อั๋น เด็กที่ถูกธีร์หลอกขายฝัน บอกจะปั้นเป็นนักแสดง ได้เปิดใจว่า ได้รู้จักกับ ธีร์ผ่านเฟซบุ๊ก “อั๋นก็โพสต์เงินลงโซเชียล พี่ธีร์ก็ทักมาคุย สวัสดีครับ แล้วก็ถามว่าอยากเป็นนักแสดงไหม พี่เป็นโปรดิวเซอร์นะ เคยดูไหมเรื่อง โกสรันเนอร์ ที่พี่ทำ เราก็มีความฝันจะเป็นนักแสดง พอคุยไปสองสามวัน เขาก็เริ่มยืมตังค์เล็กๆน้อย เขาก็อ้างว่าเงินที่โดนอายัดถ้าใช้ได้เขาจะทยอยคืนให้นะ
ครั้งแรกยืม 1,500 แล้วก็ทยอยยืม 4,000 6,000 อ้างคอมฯพัง รถพัง ยังไม่ได้จ่ายค่าเช่าบ้าน คือเขายังไม่คืนสักบาทเลย หลังจากนั้นเขาได้มีการชวนไปอยู่บ้าน อยู่กับเขาก่อน เขาก็อ้างว่าจะมีงานถ่ายละคร ให้ไปอยู่กับเขามันจะได้สะดวก พออยู่กับเขาประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์ ก็กลับมาบ้าน เขาก็โทรมาถามว่าอยากมีรถใช่ไหม จะได้พาพ่อไปนู่นไปนี่ แล้วถ้ามีงานถ่ายละคร จะได้แยกกันกับคันสีดำที่เขามี เขาก็ไปรับอั๋นที่บ้าน แล้วก็เอาเอกสารทุกอย่างไปกู้กรุงศรีออโต้ โดยเอกสารทุกอย่างเป็นของอั๋นหมดเลย
ที่อั๋นยอมเพราะว่าอั๋นเชื่อใจเขาว่าจะมีงานจริงๆ อั๋นก็บอกว่าเริ่มมีงานแล้วนะ จะถ่ายละครแล้วอั๋นจะได้เล่น ก็เลยออกรถให้เขาเป็นกระบะ โตโยต้าวีโก้สีขาว คือเขาบอกว่าเขาจะผ่อนเองแต่เป็นชื่อเรา แล้วเหมือนว่ากู้เกินมา ได้ค่าส่วนต่าง 50,000 นะ แต่เขาให้เรา 5,000 พอ ผ่อน ได้2-3งวด ก็มีประเด็น เขา บอกว่ามีคดีเรื่องเช็คเด้ง บอกว่าเด็กฟ้องเขา เขาบอกว่าขอยืมรถอั๋นจำนำก่อนได้ไหม อั๋นก็ยอมอีก ไปจำนำให้เขามาอีกแสนห้า ตอนนี้ค้าง อยู่สี่เดือน คือไฟแนนซ์น่ะเดือนละ 9,000 กว่าบาท แต่ที่เอาไปจำนำไม่แน่ใจว่ากี่บาท เขาเก็บหลักฐานหมด แต่คือต้องผ่อนสองที่”

อั๋น
ฐา: “คือเขาก็รับปากว่าจะผ่อน การทวงหนี้อ่ะมาที่น้อง แล้วประเด็นคือน้องไม่รู้ว่ารถอยู่ไหน น้องไม่เคยเห็นรถ เราอยากให้ธีร์เอารถออกมา เพราะน้องรับปัญหากับการโดนทวงหนี้ไม่ไหวแล้ว แล้วตอนนี้ติดอยู่ประมาณสี่เดือนซึ่งทางไฟแนนซ์โทรตามทวงแล้วน้องก็เครียดว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย เพราะว่าเป็นชื่อน้อง ถ้าโดนคดีก็คือน้อง แล้วน้องเสียแหวนเพชรสองวง สร้อยทองหนึ่งสลึง แล้วก็เงินของพ่อ คือพ่อไปกู้มาด้วยแล้วธีร์เป็นคนบอกกับพ่อเองว่าจะใช้แต่ก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ ถ้าวันนี้ที่คิดว่าบริสุทธ์ใจออกมา ของพี่คงเคลียร์กันในศาลแน่นอน แต่อยากจะให้มาเคลียร์กับน้อง ออกมาตอบประเด็นสังคมว่าเงิน 4ล้าน8ล้าน มันมีจริงไหม แล้วถ้ามีจริงไป ใครอายัด เพราะรู้สึกว่าน้องเอ็มมี่ก็ถูกกล่าวหาและเสียหาย”

เอ็มมี่ ที่ถูกธีร์เอาชื่อไปแอบอ้างว่าเป็นคนอายัดเงิน ได้เปิดใจว่า “การอายัดบัญชีไม่เป็นความจริง หนูไม่ได้มีอำนาจที่จะไปอายัดบัญชีส่วนเรื่องจะฟ้องหรืออะไรก็แล้วแต่ทนาย แอมมี่ขอให้เป็นการตัดสินของทนาย คือในส่วนของเอ็มมี่ก็แค่อยากจะถามเขาว่าทำไมต้องเอาชื่อเอ็มมี่ไปแอบอ้างในการทำมาหากินหรือหาเงินแบบนี้ ตลอดระยะเวลาน่าจะ4ปี คือมันมีหลายเคสที่พยามติดต่อมาเรื่องผู้ชายคนนี้แต่เอ็มมี่ปัดตลอด เพราะว่าหลายคนรอบข้างเตือนว่าตัดไปเถอะเพราะว่าไหนๆเราก็ช่วยเขาหางานแล้วก็หาเงินรักษาเขา
เรื่องที่แปดล้านนั่นแหละตั้งแต่ตอนที่เขาป่วย ตอนนี้เขาก็อ้วนท้วนสมบูรณ์มีบ้านมีรถ ทีนี้เขาก็มาบอกว่าเอ็มมี่เป็นคนไปอายัด ซึ่งเอ็มมี่ไม่เชื่อเลยอยากจะฟังจากปากเขาจริงๆ และเอ็มมี่ก็ได้ยินจากปากเขา เอ็มมี่มีคลิปเสียง เขาไม่ได้พูดว่าเอ็มมี่อายัดนะคะ แต่ว่าคุณพ่อน้องอั๋นถามว่า พี่บอกว่าน้องเอ็มมี่ แม็กซิมเป็นคนอายัดจริงไหม เขาบอกว่าก็ตามนั้นแหละครับมันก็คือใช่ แต่คือเหมือนเขาน่าจะรู้ว่าเราโทรไปหลอกถาม เขาก็เลยบ่ายเบี่ยงว่าเป็นเพราะพิ้งกี้ด้วย คือหยุดเอาชื่อเอ็มมี่ ทำมาหากินและสร้าง stories ให้เป็นความน่าสงสาร ถ้าวันนี้พี่คิดว่าพี่เจ๋ง พี่จงหาเงินด้วยตัวพี่เองหยุดใช้ชื่อหนูโอเคมั้ยคะ โอเค๊?”

เอ็มมี่/อั๋น

เอ็มมี่/ฐา

ใหญ่/เอ็มมี่/อั๋น