ยังไม่ชินหน้าใหม่ ต้อม รชนีกร เผยเจอบูลลี่แรงสุดในชีวิต ดราม่าศัลยกรรมยกหน้าใหม่ กระทบงานพรีเซ็นเตอร์โดนแคนเซิล สูญเงินหลักล้าน
วันที่ 17 ม.ค. 2567 ที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี อดีตนางเอกชื่อดัง เปิดใจให้สัมภาษณ์ในงานบวงสรวงละคร “มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗” หลังทำศัลยกรรมยกหน้าในวัย 52 ปี แต่กลับเจอชาวเน็ตวิจารณ์แรง ซ้ำหนักโดนแคนเซิลงานพรีเซ็นเตอร์สูญเงินหลักล้าน
อัพเดตหน้าใหม่ตอนนี้เข้าที่หรือยัง? “คิดว่าอีกนิดนึงเพราะว่ายังบวมอยู่ อย่างตากับโหนกแก้มก็ยังไม่เข้าที่ ก่อนหน้านี้ที่เจอกระแสเยอะๆ ถามว่าฝ่าฟันมายังไง เอาจริงๆ ถ้าเกิดว่าจังหวะในการปล่อยรูปออกมาเหมือนกับที่ดาราทั่วไปที่ทำ มันก็จะไม่กระทบมาก แต่ว่า ณ ตอนนี้ที่มันกระทบมากเพราะเขาลงรูปเร็วไปหน่อยแค่นั้นเอง ซึ่งผลที่ออกมามันยังไม่เข้าที่หรอกเพราะเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด จริงๆ เราทำใจอยู่แล้วว่าการทำศัลยกรรมยังไงก็ต้องรอเวลา 3 เดือน 6 เดือนก็ว่ากันไป”
เครียดไหมที่เจอคนเห็นภาพที่ปล่อยออกมาก็วิจารณ์แรงเลย? “ตอนแรกยังไม่ได้เห็นก็เลยไม่ได้เครียด อาทิตย์แรกๆ ก็ยังอยู่แต่ในห้อง เลยไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่มันเริ่มมาเครียดตรงที่ว่าเรามีงานพรีเซ็นเตอร์ที่รอรับอยู่แล้ว แล้วมันมากระทบตรงที่เขาบอกว่า พอมีรูปแบบนี้ออกไปทำให้เสียภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เขา เขาก็แคนเซิลกลางอากาศ สูญเงินไปก้อนใหญ่”
“อย่างที่รู้กันว่าพรีเซ็นเตอร์ที่ขึ้นบิลบอร์ดหรืออะไร มันไม่ใช่แค่หลักหมื่นหลักแสน เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างกระทบกับเรา ถ้าเขาบอกเราก่อนว่าจะเป็นอย่างนี้เราก็จะไม่เสียโอกาส เราเองก็มีโอกาสได้อธิบายกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ แต่เขาไม่ฟัง”
รู้สึกยังไงกับความสวยที่ต้องแลกกับการสูญเสียเงินล้าน? “ตรงนั้นมันก็ร่วมด้วย แล้วก็อีกตรงหนึ่งคือเมื่อก่อนเวลาเราไปไหนคนจะเข้ามาบอกว่าคิดถึงจังอยากถ่ายรูปด้วยสวยจังเลย แต่ตอนนี้กลายเป็นเออ…หน้าใหม่โอเคแล้วนะคะ ซึ่งมันคือคำปลอบใจที่เรารู้ว่าเขาปลอบใจเรา แต่ว่าเราไม่ต้องการอย่างนั้น และแฟนคลับเราก็ไม่ต้องการที่จะเห็นเราเป็นแบบนั้น”
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ยังจะตัดสินใจทำอยู่ไหม? “เอาจริงๆ ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดที่จะทำ แต่เขาก็ตื๊อนานมาก เลยแบบทำก็ได้”
หลายคนเป็นห่วงสภาพจิตใจเพราะเห็นเราปล่อยโฮเลย? “ยังนอยด์อยู่แหละ ตอนนั้นที่ร้องไห้เพราะเป็นอะไรที่กดดันด้วย แล้วมันมีภาพบางภาพที่เราเองยังไม่ได้คิดว่าเราจะได้เห็นด้วยซ้ำ แล้วมาได้เห็นตอนช่วงหลังก็เลยรู้สึกว่ามันรุนแรงไป”
ครั้งแรกเลยไหมที่ทำศัลยกรรมมาแล้วเจอการวิจารณ์หนักหน่วงขนาดนี้? “ใช่ค่ะ แล้วมันเหมือนเป็นอะไรที่บางคนก็เอามาล้อ หน้าเหมือนคนนั้นคนนี้ โอเคก็แล้วแต่ก็เข้าใจในยุคสมัยแหละ แต่ว่าก็ไม่มีใครเขาเคยทำกันเนาะ”
ทุกวันนี้ส่องกระจกแล้วพอใจหน้าตัวเองไหม? “เราไม่ได้บอกเลยว่าเขาทำไม่ดี ดีหมด แล้วก็สวย ถามว่าตั้งใจมั้ย เขาตั้งใจทำให้ แผลเป็นอะไรไม่มี ทำเก่งจริงไม่ได้ว่า แต่ปัญหาเดิมของเราไม่ได้หนักมากขนาดที่บอกว่าไปทำมาซ้ำซ้อน ไม่เคยทำ เราแก้ครั้งเดียวชีวิตคือตอนอายุ 20 กว่าๆ”
แต่หลายคนก็บอกว่าหลังทำมาแล้วหน้าเด็กลง? “อันนี้ก็แฮปปี้แหละ แต่ถามว่าชินกับหน้าใหม่หรือยัง ก็ยังไม่ชินกับการที่เราจะต้องมาแต่งหน้าทำผมแต่งตัวใหม่ แต่เดี๋ยวสักพักก็คงปรับตัวได้เอง”
คนใกล้ชิดว่ายังไงบ้าง? “ทุกคนก็คงพยายามชิน ไม่รู้ปลอบใจหรือเปล่าทั้งลูกทั้งแฟนเลย อารมณ์ตื่นมาตอนเช้าก็อุ๊ย! ใครเนี่ย ไม่รู้ว่าใครเนี่ยของเขาคือสวยหรือไม่สวยว้า ถามว่าแฟนห้ามเรื่องทำสวยมั้ย ไม่ค่ะ อะไรที่เราทำแล้วสบายใจก็ทำ”
“ถามว่าในอนาคตมีแพลนที่อยากทำอะไรอีกมั้ย เอาจริงๆ นะคะก็ยังไม่ได้คิด เหมือนที่ก่อนหน้านี้ที่เราไม่ได้คิดว่าอยากทำ ถามว่ากลัวมั้ย กลัวทุกครั้งที่ทำศัลยกรรม ถ้าฉีดยาชามันได้อยู่ แต่ถ้าดมยาเนี่ยคือแอบคิดว่านะว่าจะตื่นมามั้ย ยังมี 2 หน่อที่ต้องดูแลอยู่(หัวเราะ)”
หลังจากนี้บทรันทดไม่รับแล้ว เพราะหน้าเราดูแพงขึ้น ต้องบทคุณหญิงคุณนายเท่านั้น? “ใช่เหรอ ไม่ค่ะ รันทดก็เล่นได้ รับหมด ค่าเทอมลูกเหนือสิ่งอื่นใด(หัวเราะ)”.



