หลังจากมีประสบการณ์อารมณ์ร้อนจนทำให้ภรรยาหอบลูกหนีกลับไปประเทศเกาหลี นักแสดงหนุ่ม อ้วน รังสิต ศิรนานนท์ ถึงกับปฏิวัติพฤติกรรมตัวเองใหม่ ล่าสุดได้เจอนักแสดงหนุ่ม ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ของตนเองและภรรยา พร้อมอัพเดตอาการป่วยของลูกชาย

ในความสัมพันธ์ของสามี-ภรรยา เป็นยังไงบ้าง? “ภาวะของสามี-ภรรยาก็เข้าใจกันมากขึ้นครับ เรียกว่าคุมความประพฤติให้อยู่ในร่องกับรอยมากขึ้น หมายถึงตัวเราเองเเละเขาด้วย (อะไรที่มันยังติดขัดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ เพราะคู่เราก็ผ่านอะไรกันมาเยอะ?) มันคือความเครียดอะไรหลายๆอย่าง เรื่องการงาน การเงิน การเลี้ยงลูก อะไรหลายๆอย่างมันมารวมกัน มันก็อาจจะมีภาวะความเครียดเเล้วก็อาจจะทำให้เราขาดสติ และลืมสิ่งที่ควรทำไป”

อ้วน รังสิต

มีการยื่นคำขาดกันไหม? “อย่างที่ผมถ่ายคลิปไปครับ มันเป็นการสัญญากับตัวเอง เพราะผมเป็นคนรักษาสัญญา จะไม่ทำผิดสัญญา ทุกครั้งที่เหมือนจะทำอะไรไม่ดีขึ้นมาผมก็จะรู้สึกว่าเราสัญญาเอาไว้เเล้วนะเราก็จะไม่ทำ ช่วยได้เยอะทำให้เราคุมสติได้มากขึ้น”

อะไรที่เราคิดว่ามันไม่ดี ไม่ใช่เรื่องมือที่3? “ไม่ใช่เรื่องมือที่3ครับ เป็นเรื่องของทั้งคู่ครับ เราก็เตือนเขาว่าเวลาเรามีปัญหากันเราก็ควรคุยกันดีๆ ไม่ใช่โกรธเเล้วใช้อารมณ์โกรธในการคุยกัน เพราะว่าถ้าเราใช้อารมณ์โกรธคุยกันมันอาจจะมีคำพูดที่ไม่ดีความคิดที่ไม่ดีออกมา ผมก็พยายามยิ้มๆไปเวลาโกรธมาก็ยิ้มเดินหนี ไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยเพราะว่า เวลาโกรธกัน มันคุยรู้เรื่องยาก รอให้อารมณ์เย็นๆเเล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่”

เขาสัญญาไหมว่าถ้าเกิดมีปัญหากันอีก เขาจะไม่พาลูกหนีอีก? “จริงๆเเล้วไม่เชิงหนีครับ เรียกว่าเเยกย้ายกันก่อน เเต่ผมเองที่อาจจะใช้คำพูดที่ผิดไป ก็เหมือนฟีลง่ายๆประมาณว่าหนีไปเเล้ว เเต่ที่จริงคือเเยกย้ายกันไปก่อนครับ เพราะว่าช่วงนี้ทุกวันเหมือนมันไม่เข้าใจกันห่างๆกันก่อน เพื่อที่จะได้ทบทวนตัวเอง หลังจากที่เราทบทวนกันเเล้ว เราก็มองหาต้นเหตุว่ามันเกิดจากอะไร เราควรจะเเก้กับมันยังไง หลังจากนั้นเเล้วเราก็ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเเล้วเเหละที่เราจะมามีปัญหาอะไรกันแบบนี้ มันไร้สาระเเละมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับชีวิตครับ”

อ้วน รังสิต

จริงๆเเล้วเชื้อชาติกับวัฒนธรรมมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยไหม?“ก็มีส่วนครับ เพราะว่าทุกวันนี้เราอยู่กัน3คนพ่อ เเม่ ลูก มันไม่ได้มีคนกลางไม่มีคนคอยเบรก เตือนสติหรือคนที่คอยปรึกษาทั้งคู่ครับ ไม่รู้ตัวว่าใครถูกหรือผิด หรือควรจะทำอะไรยังไง การเลี้ยงลูกเขาจะมีทางของเขาผมก็จะมีทางของผม เเล้วตัวผมก็เลี้ยงลูกอยู่กับเขาตลอด มันก็เลยเหมือนมีการปะทะเรื่องการเลี้ยงลูก เพราะเราก็มีทางของเราเหมือนกันด้วยความเป็นไทยของเรา วิถีชีวิตของเราตอนเด็กๆเราก็อยู่เเบบนี้ เเต่ของเขาอยู่ในเมืองเเต่ผมอยู่เเบบบ้านนอก ก็เลยจะทะเลาะกันบ่อย

ถึงตอนนี้ก็ยังหาจุดกึ่งกลางยังไม่ได้ครับเเต่เราก็ค่อยๆปรับตัวกันไป บอกเขาเราเลือกที่จะอยู่เมืองไทย เพราะฉะนั้นเราต้องปรับตัวเพื่อที่จะเข้าหาเมืองไทย เพราะว่าบ้านที่อยู่ อาหารการกิน โรงเรียน เพื่อนๆ ทุกคนเป็นคนไทยเราก็อยากให้เขาปรับมาทางนี้มากกว่า ก็เจอกันคนละครึ่งทางครับบางที เรื่องอาหารการกินผมก็ซื้อของเกาหลีได้ มันอาจจะเเพงหน่อยเเต่เพื่อความสบายใจของเขา เเต่ก็อยากให้เอียงๆมาไทยเยอะๆหน่อย”

อยากเอาลูกไปเรียนเกาหลีไหม? “เขาไม่ได้อยากเอาลูกไปเรียนที่เกาหลี เขาอยากให้ลูกเรียนอยู่ที่ไทยครับ ตัวผมเองอยากไปมากกว่า(หัวเราะ) ผมคิดว่าที่นู่นมาตรฐานการศึกษาเเละก็เรียนฟรีด้วย เราก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องเงินเยอะ อย่างที่นี้เราก็คิดนะครับ เเม่เขาก็อยากให้เรียนอินเตอร์ ค่าใช้จ่ายมันก็สูง อย่างตอนนี้ก็ต้องคอยเเอ๊กทีฟตัวเอง เราก็ต้องหาว่าหลังจากนี้เราต้องทำอะไรที่เราต้องส่งเสริมกับชีวิตครอบครัวของเราด้วย”

อ้วน รังสิต

เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบครั้งก่อนเกิดขึ้นอีก? “ตอนนี้ก็เหมือนว่าเวลาเขาโกรธเราก็เงียบๆยิ้มๆไว้ครับ เพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามอารมณ์เบาลง เวลาเรายิ้มเเบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขาก็จะเหมือนไม่ขึ้นไปมากกว่านั้นเเล้วครับ ก็ยิ้มๆไว้ครับ สมมุติผมโกรธเขายิ้มให้ผมสักทีผมก็หายโกรธเเล้วครับ เราก็เหมือนกันพยายามยิ้มๆไว้มันจะทำให้ความโกรธเบาลงเเน่นอนครับ

ปกติจะไม่โกรธกันต่อหน้าลูกนะครับ ลูกก็มีส่วนที่ทำให้ดีกันนะครับ เพราะว่าลูกเป็นคนที่โรเเมนติกมาก เวลาเขาเห็นเราทะเลาะกันที เขาจะพูดว่า อย่าโกรธกันเลยนะ เเม่อย่าโกรธ(สรุปลูกเป็นกาวใจ?) บางทีผมฟ้องเขาว่า โรฮาช่วยด้วยเเม่โกรธ เขาก็จะวิ่งๆไปหาเเม่เเล้วบอกว่า เเม่อย่าโกรธเลยนะ อะไรประมาณนี้ครับ อย่างบางทีถ้าเขาอยู่ใกล้ๆกัน เขาก็จะดึงเรามากอดกันครับมันก็จะทำให้บรรยากาศดีขึ้น เเต่สิ่งที่สำคัญเลยครับ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายนึงโกรธ อมยิ้มใส่กันครับเเล้วมันจะดีขึ้นครับ”

ล่าสุดเห็นพาลูกไปเกาหลีมา? “รอบนี้ไปเเค่ไม่กี่วันครับ ตอนนี้ลูกเข้าโรงเรียนเเล้วก็เลยไปเเค่ช่วงปิดเทอมของลูก ให้ลูกไปเยี่ยมคุณตาคุณยายของเขาครับ เเล้วช่วงนี้เป็นหน้าหนาวเลยอยากให้ลูกได้สัมผัสหน้าหนาวเป็นครั้งเเรกของเกาหลี ก่อนหน้านี้เขามีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืดครับ พอเวลาเจออากาศหนาวเขาก็จะไอ ผมก็เลยอยากลองดูว่าเขาหายดีหรือยัง”

อ้วน รังสิต

ผลออกมาเป็นยังไง? “ครั้งนี้ไปหาหมอเเล้ว หมอบอกว่าให้ลองหยุดยาพ่นได้เลยเเล้วลองดูว่าเขาจะมีอาการอะไรมั่ง เเต่ว่าครั้งนี้ก็ดีใจกันมากๆครับ เพราะว่าน้องเขาไม่มีอาการไอเเล้ว (อาการหนักเเค่ไหน?) โรคหอบหืดของโรฮา เขาจะไอบ่อยๆ ไอไม่หยุด ไม่ได้เป็นเเบบหายใจไม่ออก หลังจากที่พ่นยามาตลอด 1ปีเต็ม ครั้งนี้เป็นครั้งเเรกที่รู้สึกว่าหายเเล้ว เเต่ก็ต้องรอดูอาการต่อไปครับ”

ก่อนหน้านี้เราใช้ชีวิตยังไง เพราะเด็กต้องพ่นยาตลอด? “ช่วงเเรกนี้เเม่เขาคือเหนื่อยมาก ทุกเช้าต้องเตรียมอุปกรณ์พ่นยา จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงทุกๆเช้า เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องพกตัวนี้ตลอด ไม่รู้ว่าอาการจะกำเริบตอนไหน เเม่เขาก็จะต้องมาเหนื่อยเป็นเวลา 1ปีเต็มกับโรคนี้”

เวลาอยู่ไทยกับเกาหลี อยู่ที่ไหนอาการหนักกว่ากัน? “อาการมันจะมาตอนที่น้องเขากินไอติม อากาศเย็น ต้องระวังเรื่องพวกนี้ เเต่เราก็สงสารเขานะ เพราะไอติมเป็นของคู่กับเด็ก จะให้กินได้นิดเดียว พยายามเลี่ยงๆไม่ให้เขากินครับ แต่เรื่องของการหายใจไม่ได้มีปัญหา ปัญหาเรื่องเเค่ไอบ่อยๆเเละทางเเม่เขาก็จะเครียดเยอะ เขาเป็นคนที่รักเเละเป็นห่วงลูกมาก ถ้าลูกไอนิดเดียวเขาก็เครียดเเล้วกลัวว่าอาการจะเยอะ”

เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ใช่ไหม? “ใช่ครับ ถ้าเราปล่อยไปโรคนี้มันอาจจะไม่หาย เเต่ถ้าจะรักษาต้องรักษาช่วงนี้ให้หายขาด เป็นสิ่งที่หมอบอกทางมะม่วงไว้ ช่วงนี้เลยต้องเข้มงวดมากๆกับการรักษาโรฮา ซึ่งเท่าที่ผมดูเเม่เขาก็น่าจะไม่เหนื่อยฟรีครับ ตอนนี้ก็น่าจะหายขาดเเล้ว”

พอน้องไปเกาหลีเเล้วเจอหิมะเเล้วก็หายเลย? “ไม่ใช่ครับ คือเขาอาจจะหายนานเเล้วเเต่ด้วยความกังวลของเเม่ก็ยังพ่นยาทุกเช้า บางทีผมก็มองว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า เพราะในยามันก็มีสารสเตียรอยด์อ่อนๆด้วย เเต่ด้วยความที่เขาเชื่อใจคุณหมอจากทางเกาหลีมากกว่า ครั้งนี้ก็เหมือนพากันกลับไปหาหมอด้วยว่าอาการเป็นยังไง 1เดือนที่ผ่านมาไม่ต้องพ่นเเล้วครับ เเล้วก็คิดว่า น่าจะหายเเล้วครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน