โหดเกินไป บิวกิ้น เล่านาทีเจอซาแซงฮาร์ดคอร์ จองที่นั่งประกบข้างบนเครื่องบิน พ้อ! พื้นที่สาธารณะจัดการเอาผิดยาก วอนอย่ารักมากจนเลยเส้นความพอดี
ยังคงแก้ปัญหาไม่ได้อย่างเด็ดขาด สำหรับกรณีที่แฟนคลับบางคนรุกล้ำพื้นที่ความเป็นส่วนตัวจนเกินขอบเขต แม้ว่าต้นสังกัดของนักแสดงชื่อดัง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล จะออกประกาศขอความร่วมมือหลายครั้งแล้วก็ตาม
ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่หนักขึ้นกว่าเดิม ระหว่างที่ บิวกิ้น และ พีพี เดินทางไปจัดงานแฟตที่มาเก๊า ปรากฏว่ามีซาแซงจองตั๋วที่นั่งประกบข้างบนเครื่องบิน โดย หนุ่มบิวกิ้น ได้เผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังหลังมาร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชั่น “UNIQLO Spring/Summer 2024” วันนี้(30ม.ค.) ที่ ห้อง 301 ชั้น 3 ตึก West True Digital Park
งานแฟนมีตติ้งที่มาเก๊าเป็นยังไงบ้าง? “ดีครับ แฟนมีตปิดท้ายทัวร์หลังจากที่เว้นมาหลายเดือน ความที่เป็นแฟนมีตสุดท้าย สเกลใหญ่ที่สุด เอาต์ดอร์ด้วย แล้วอากาศเย็นด้วยมันก็ได้อีกฟีลลิ่งหนึ่ง ผมกับพีพีไม่เคยได้ไปทำงานที่นั่น รีแอ๊กต์เขาก็น่ารัก มีโปรเจกต์ ส่งเสียงเชียร์เต็มที่ จริงๆ ทุกที่ที่ไปก็จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง”
แต่ระหว่างเดินทางก็เกิดดราม่าขึ้นบนเครื่องบิน? “จริงๆ ผมกับพีพีก็นั่งใกล้ๆ กัน แล้วมีแฟนคลับมาจองที่นั่งข้างๆ ผม แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ทั้งยวงตรงนั้นเป็นแฟนคลับหมดเลย ตอนนั้นก็เลยมองหน้ากับพีพี สุดท้ายก็ตัดสินใจสลับที่ไปนั่งข้างหลังตรง Economy แล้วก็ให้พี่บีกับพี่หวานเจี๊ยบขึ้นมานั่งแทน”
ตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น? “ตกใจครับ จริงๆ เขาก็เป็นกลุ่มแฟนคลับที่ตามเราอยู่ตลอด เราก็ดีใจเวลาที่มีแฟนคลับมาตาม แต่ว่ามันก็มีเส้นของความพอดีอยู่ในพื้นที่ที่จัดสรร แล้วก็ในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งคนนี้ตามแบบฮาร์ดคอร์ ตั้งแต่เช็กอินเข้ามาข้างใน เดินไล่บี้มา เราเข้าเลานจ์ก็เข้าเลานจ์มาแบบประกบ พอขึ้นเครื่องก็มาจองที่นั่งข้างๆ ผมก็รู้สึกว่าโหดนิดหนึ่ง”
ได้มีโอกาสพูดอะไรกับเขาตรงนั้นเลยไหม? “จริงๆ ก็มีการพูดคุยกันหลายครั้ง เพราะครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ก็มีพูดคุยทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง แต่สุดท้ายคุยกันไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่ แต่รอบล่าสุดผมก็รู้สึกว่าโหดนิดหนึ่งกับการที่มาจองที่นั่งประกบ ผมก็เลยคุยกับพีพีว่าถ้าอย่างนั้นเราย้ายไปดีกว่า”
คนนี้เป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ? “ชาวต่างชาติครับ เขาก็ตามอยู่เรื่อยๆ ถามว่าได้มีการสอบถามมั้ยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเรานั่งที่นั่งตรงไหน ทางทีมงานเหมือนมีไปคุย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร ชื่อยังไม่รู้เลย แต่ผมจำหน้าได้”
มีมาตรการเด็ดขาดที่จะใช้จัดการในสถานการณ์อย่างนี้ไหม? “เราคุยกันภายในหลายครั้ง แต่พอได้ปรึกษากับหลายๆ ฝ่ายก็พบว่ามันเป็นเส้นที่ค่อนข้างจัดการยาก พอมันเป็นพื้นที่สาธารณะในเชิงกฎหมายมันเหมือนกับว่าไม่ได้มีข้อกฎหมายไหนที่จะสามารถไปเอาผิดได้”
“สนามบินก็เป็นพื้นที่สาธารณะ ตั๋วเครื่องบินเขาสามารถจองได้ หรือเวลาที่เขามานั่งประกบเราในพื้นที่สาธารณะเวลาเราไปทำงาน เขาก็บอกว่ามันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ตรงนี้มันเลยเป็นเส้นที่ยากจริงๆ”
แต่หลายคนมองว่าการจะได้ไปนั่งประกบข้างแบบนั้นคงไม่ใช่ความบังเอิญ? “ใช่ๆ ผมว่าคงมีการหาข้อมูลมาก่อนที่จะจัดการหลังบ้านอะไรก็ตาม แต่พอมันมาถึงผลลัพธ์ปุ๊บมันก็จัดการยาก แต่จริงๆ แฟนคลับส่วนใหญ่ก็น่ารักมาก ก่อนหน้านี้มีบางคนที่เราอาจจะยังขีดเส้นไม่ตรงกัน เราก็มีการประกาศขอความร่วมมือ หลังจากนั้นก็แทบจะไม่มีใครมาตามที่สนามบินเลย เพราะในพื้นที่สาธารณะบางครั้งมันก็ไปรบกวนคนอื่น”
ในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าเขาได้ข้อมูลเรื่องที่นั่งเรามาได้ยังไง? “ผมไม่มั่นใจเหมือนกันนะครับ แต่ก่อนหน้านี้มันก็จะมีกรณีเรื่องของการขายข้อมูลในโซเชียลมีเดีย แต่ในกรณีนั้นที่มันมีหลักฐานที่เอาผิดได้ ผมกับพีพีก็จัดการไปตามกระบวนการ แต่พอมัน Hidden Agenda แบบนี้เราก็สืบไม่เจอเหมือนกัน”
มองว่าการที่เขามาตามขนาดนี้มันเกินคำว่าความรักในตัวศิลปินไปไหม? “ผมว่ามันคงมีเชื้อของเจตนาที่ดีแหละ เชื้อของความรักความคลั่งไคล้ แต่บางครั้งรักมากมันก็อาจจะทำให้เลยเส้นความพอดี แน่นอนว่ามันก็จะทำให้เรารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ตั้งแต่ตอนโน้นที่ผมโดนตามมาถึงบ้าน ไหนจะครอบครัวเราด้วย มันก็มีเสียวๆ บ้าง”
ถ้าเขายังไม่หยุดพฤติกรรมแบบนี้ ในขณะที่เราจัดการอะไรไม่ได้ ทำยังไง? “เราก็คงต้องหาทางไปเรื่อยๆ ถ้าสุดท้ายแล้วมันมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดได้จริง พิสูจน์ได้ว่าเขามีการสะกดรอยตาม หรือมีการคุกคามจริงๆ เราก็คงทำ เพราะรู้สึกว่าในเส้นนี้มันก็เกินเส้นล้ำเส้นจริงๆ ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะรับมือได้ มันก็ยังมีมาเรื่อยๆ แต่ก็แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไป”






