เบียร์ เดอะวอยซ์ มูฟออนดราม่าโฟกัสการทำงาน ยันไม่ใช่คนมั่นแค่ต่อสู้เพื่อตัวเอง ลั่น! มีให้ฟ้องอีกหลายคน ขอโทษถ้าทำให้ใครผิดหวัง
จากประเด็นดราม่าที่มีมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่พูดถึงในโซเชียลไม่หยุด สำหรับนักร้องสาวเซ็กซี่ เบียร์ ภัสรนันท์ หรือ เบียร์ เดอะวอยซ์ วันนี้ (31 ม.ค. 67) ได้เดินทางมาร่วมงาน Obliv Young KOREAN เปิดตัว Obliv Young Clinic Grand Opening ที่ อาคารเศรษฐีวรรณ จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเคลียร์ชัดประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น

อยากชี้แจงอะไรไหม? “ไม่มีอะไรมาก พูดไปหมดแล้ว ก็โอเคค่ะ ตอนนี้ก็โฟกัสการทำงาน ทำเพลงของเราต่อไปค่ะ ที่ผ่านมาสภาพจิตใจก็มีทั้งแย่และทั้งไม่แย่ คนเราก็ต้องต่อสู้ฝ่าฟันกันไป ตอนนี้โอเคค่ะ หลายคนก็เข้ามาให้กำลังใจกันเยอะ อยากขอบคุณคนที่ยังเห็นใจกันนะคะ และขอบคุณคนที่ยังซัพพอร์ตกันเสมอค่ะ”
รับมือกับคอมเมนต์ต่างๆ ที่เข้ามาเยอะยังไงบ้าง? “คิดว่าอนาคตก็บล็อกๆ ไปดีกว่า (หัวเราะ)”
หนักมากถึงขั้นร้องไห้? “ตอนที่สัมภาษณ์แล้วร้องไห้ เราก็คนหนึ่งที่รักครอบครัวของเรา ก็อยากลองให้ทุกคนคิดดูว่าก่อนจะต่อว่าใคร ถ้าเป็นคนที่เขารักจะอยากมีใครมาว่าคนที่เขารักไหม อันนี้ก็อยากให้ลองคิดดู แต่ไม่เป็นไรเราทำงานอยู่ตรงนี้ ก็เข้าใจว่าไม่สามารถควบคุมคนได้มากมายขนาดนั้น นั่นก็เป็นสิ่งที่เบียร์ยอมรับอยู่แล้ว สำหรับในส่วนที่เบียร์ต้องรู้สึกผิด เบียร์รู้สึกผิดกับคู่กรณีหรืออะไรใดๆ เราเคลียร์กันแล้วค่ะ ส่วนกับคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง อันนี้เบียร์ก็อยากบอกว่าถ้าทำให้ใครผิดหวังเบียร์ขอโทษ แต่ถ้าเกิดว่าใครที่ยังรู้สึกว่าต้องอะไรกว่านี้ เบียร์ขออนุญาตที่จะบอกว่า เบียร์รู้สึกผิดแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเบียร์จะต้องจมอยู่กับความเศร้าให้มันนาน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตของเรา ให้มีความสุขให้ได้เหมือนเดิม ความทรงจำที่เราเคยมีมันแย่ เราก็ต้องเดินหน้าสร้างความทรงจำที่ดีใหม่ นั่นคือประเด็นที่คนอาจจะเห็นเบียร์มีความสุขแล้วก็ยังไม่ยอมแพ้ ยังเข้มแข็งอยู่ นั้นคือเหตุผลของการมูฟออนและใช้ชีวิตต่อไปได้ คือเบียร์ไม่เห็นประโยชน์ของการที่จะต้องโศกเศร้าให้มันนานแสนนานค่ะ”
แล้วจริงๆ ข้างในของเราเครียดไหมคนเห็นเราเข้มแข็งขนาดนี้?
“มีบ้างในมุมที่เราเครียด แต่ว่าเวลาเราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกหรือเจอเพื่อน ไปเที่ยว เบียร์ก็สนุกกับมันเต็มที่ คือไม่ได้ซึมเศร้า คือก็ยัง อื้ม (ยิ้ม) ยังมีความสุขในสิ่งที่มันเกิดขึ้นข้างหน้า คือเราไม่อยากให้เรื่องในโซเชียลมันมามีผลกับชีวิตเราขนาดนั้น วันหนึ่งเราปิดโซเชียลไปก็เท่านั้น เราก็ยังต้องเจอหน้าทุกคน ออกไปใช้ชีวิต กินข้าวให้อร่อย ประมาณนั้นอ่ะค่ะ เบียร์แค่อยากจะบอกว่าอย่าให้โลกโซเชียล มาเป็นส่วนหนึ่งทั้งหมดในชีวิต เบียร์คิดว่าหลายๆ คนก็ควรจะเป็นแบบนั้นค่ะ”
จัดการกับข้างในยังไงเพราะดราม่าถาโถมหนัก? “ในนี้ค่ะ (ชี้ที่หัว) ด้วยความที่ว่าเราก็ยืนหยัดด้วยตัวเองมาตั้งแต่เรียนจบ ม. 6 ใหม่ๆ เราก็พึ่งตัวเองมาโดยตลอด มันทำให้เราค่อนข้างที่จะเข้มแข็งในเรื่องของการพึ่งตัวเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าชีวิตใครเราก็ต้องพึ่งตัวเอง คือพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต สุดท้ายแล้วก็มีแค่ตัวเราเองเท่านั้น ที่จะต้องเข้มแข็งเพื่อตัวเราเอง ปกป้องตัวเอง ทุกคนก็เช่นกันนั่นแหละคือสิ่งที่เบียร์คิดอยู่ข้างในเสมอ”
เสียน้ำตากับเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง? “บอกตรงๆ ว่าส่วนใหญ่ร้องไห้เพราะเวลาเรานึกย้อนในชีวิตเรา เบียร์ร้องไห้แค่เรื่องคนที่ตัวเองรักแค่นั้นแหละค่ะ ส่วนใครจะยังไงกับเบียร์นั้น คือคนที่จะมีความสุขได้คือคนที่แคร์คนที่เรารักก็พอ ถ้าเราแคร์ทุกๆคน ลองคิดดูนะว่าทุกคนนั้นเขาได้มารักเรารึเปล่า เขารักเราจริงๆ ไหม ถ้าเขารักเราจริงๆ เขาคงไม่ทำแบบนั้น เบียร์เป็นคนที่แคร์คนที่รัก อาจจะเห็นว่าเบียร์ไม่แคร์ใครเลย ซึ่งโดยปกติแล้วคนเราต้องแคร์คนที่เรารักมากที่สุดนั่นคือประเด็นค่ะ”
แคร์ตัวเองด้วยใช่ไหม? “ใช่ มันก็มีบ้างที่เราเจอคนใหม่ๆ คบคนใหม่ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเพราะเราไม่รู้จักใครดีพอ เราก็ต้องเรียนรู้มันไป บางทีเราก็พลาด เราอาจจะไม่มีประสบการณ์มาก่อน เราไม่เคยรู้ว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์นั้นเราต้องทำยังไง มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าต่อไปเราต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น ก็ถือเป็นบทเรียน เบียร์ยอมรับอะไรที่ผิดพลาดแล้วมันเกิดขึ้น อย่างแรกเราต้องยอมรับมันก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าเอามันมาเป็นตัวบอกว่าแบบนี้เราต้องจบชีวิตแล้วนะ เราต้องช่างมันบ้าง ชีวิตยังมีอะไรดีให้ลอง และรอเราอยู่ ก็คิดแบบนี้”
จากนี้วางแผนชีวิตตัวเองยังไงต่อกับสิ่งที่เคยผิดพลาดไปแล้ว? “ก็จะระมัดระวังให้มากขึ้น อะไรที่มันดูแล้วจะมีปัญหาเข้ามาก็จะไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก เฉยๆ ไปเลยดีกว่าเพื่อตัวเราเอง”
ก่อนหน้านี้ก็พักโซเชียลไปแล้ว กลับมาใหม่ก็โดนต่อ?
“หลายๆคนหรือแฟนคลับที่ติดตามเขาจะบอกว่าเบียร์คือตัวแสบ ซึ่งก็ยอมรับว่าเราก็มีความแสบสันอยู่บ้าง แต่เบียร์คิดแล้วว่าใครมีปัญหาอะไรก็ยอมรับในส่วนๆ นั้น ใครจะอะไรก็แล้วแต่เลย”
กับคู่กรณีต่างๆ มีอะไรอธิบายเพิ่มเติมไหม? “ไม่มีอะไรจะอธิบาย ได้อธิบายในส่วนในโซเชี่ยลไปหมดแล้ว เบียร์รู้สึกว่าไม่ว่าใครมาทำร้ายใคร คนรอบข้างย่อมมีเสมอ นี่คือสิ่งที่เบียร์อยากบอกเขา เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็นึกถึงแฟนตัวเอง นึกถึงคนข้างๆ ตัวเองก็ดีเช่นกัน เพราะอยากบอกว่าการขึ้นโรงขึ้นศาลมันไม่ได้ดีหรอกนะ มันทั้งเสียเวลาและเสียเงิน”
ที่เขาจะฟ้อง ตอนนี้ซีเรียสไหม? “ก็แล้วแต่เขาค่ะ (ได้คุยกันหรือยัง?) ไม่ได้คุยกันค่ะ เบียร์เองก็มีให้ฟ้องอีกหลายคนเช่นกัน อะไรยังไงค่อยว่ากัน”
กับ หนุ่ม กรรชัย ? “ไม่มีอะไรแล้วนะ กับพี่หนุ่มไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยค่ะ (มีทักหลังไมค์ไหม?) ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลยทั้งสิ้น เบียร์กับกับพี่หนุ่มโอเคค่ะ”
หลายๆ คอมเมนต์ที่บอกว่าเรามั่น อยากให้เราลดความมั่นลง? “มั่นเหรอ อยากจะบอกว่าเบียร์ไม่ได้มั่นใจอะไรขนาดนั้น แค่จะบอกว่าอะไรที่เราไม่ผิดเราก็ต่อสู้เพื่อมัน เบียร์เชื่อว่าหลายๆ คนก็ต้องการความมั่นใจเช่นกัน อะไรที่เราไม่ผิด ทุกๆ วันนี้ทุกคนต่อสู้เพื่อสิ่งนั้นกัน นั่นก็คือสิ่งหนึ่งที่เบียร์ต่อสู้เช่นกัน ก็หวังว่าจะเข้าใจค่ะ”
ความมั่นก็เป็นเหมือนเกราะป้องกันของเราอย่างหนึ่ง? “เบียร์ว่าส่วนตัวชอบคนที่ความมั่นใจนะคะ ความมั่นใจทำให้เราได้กล้าเรียนรู้อะไรต่างๆ มากมายเช่นกันค่ะ ยังไงก็เอาเป็นว่าขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ยังเป็นกำลังใจให้และขอบคุณที่ยังเข้าใจ และข้อความที่ส่งกำลังใจก็มีเยอะมาก ขอบคุณมากๆ นะคะ”