‘ธันวา สุริยจักร’ ไม่ได้หายไปไหน มีละครอยู่ 3 เรื่อง ต่อคิวรอออนแอร์ ชีวิตตอนนี้แฮปปี้ดี แพลนอนาคตไว้หมดแล้ว

หลังจากหายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปนาน ล่าสุดวันที่ 14 มี.ค. ได้มีโอกาสพบกับหนุ่ม ‘ธันวา สุริยจักร’ ที่มาร่วมงานแถลงข่าว เปิดตัวแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ณ ชั้น 1 โซน Beacon ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมอัปเดตทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

ไม่เจอหน้าเลย?ช่วงนี้ถ่ายละคร แล้วก็ทํางานส่วนตัว ก็เลยไม่ค่อยได้ออกสื่อเท่าไร”

ก่อนหน้านี้บอกว่าอยากกลับบ้านไป ได้ชาจพลังยังไงบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน? “กลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว แล้วก็ต้องกลับมา เหมือนกลับไปดูเรื่องธุรกิจด้วยนิดหน่อย พอเสร็จธุระก็กลับมาทํางานเหมือนเดิม”

ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง? “ก็โอเคครับ ก็ยังมีสนามฟุตบอลที่โน่นเหมือนเดิม เป็นธุรกิจครอบครัวอะไรอย่างเงี้ยครับ”

วางแผนยังไงบ้าง ถ้าจะต้องกลับไปใช้ชีวิตที่นั่น? “ตอนนี้ก็ยังไม่ได้แพลนที่จะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายขนาดนั้น ตอนนี้ก็ทํางานที่เมืองไทยก่อน เพราะผมก็มีทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวด้วย แล้วละครที่จะต้องถ่าย เมื่อวานซืนก็เพิ่งปิดกล้องไปเรื่องหนึ่ง “กุหลาบเล่นไฟ” ก็มีโปรเจ็กต์เข้ามาเรื่อยๆ มีละครเข้ามาเรื่อยๆ ยังไม่ได้หายไปไหนครับ ผมมีละคร 3 เรื่องอะครับพี่ แต่ว่ายังไม่ได้ออน มันก็ต้องต่อคิวเพื่อออน”

พอละครจบแล้ว เราวางแผนยังไงบ้าง? “ก็จะมีเรื่องส่วนตัวในการทํางานมีเดีย แล้วก็ทําเกี่ยวกับเรื่องหุ้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานส่วนตัวที่ไม่ค่อยได้โปรโมตเท่าไร เพราะว่าเรื่องร้านอาหารก็ปิดไปหมดแล้ว”

ชีวิตตอนนี้ก็เหมือนจะแฮปปี้? “ใช่ครับ ชีวิตส่วนตัวก็ดีนะ ก็แฮปปี้

เป็นไงบ้างตอนนี้ พอเราได้ใช้ชีวิตที่นิ่งลงแล้วเป็นยังไงบ้าง? “จริงๆ ก็ดีนะครับพี่ เพราะมันก็ตามวัยนั้นแหละครับ พอเราอายุเยอะขึ้นหลายๆ อย่างมันก็นิ่งขึ้น แล้วคอนเทนต์ที่เราทํา ก็ไม่ได้หวือหวา และไม่ได้ซิ่งๆ เหมือนสมัยตอนหนุ่มๆ ก็แบบว่าสโลว์ดาวน์ลงตามอายุ”

หลายคนบอกว่าเป็นนักแสดง จะต้องมีอีกอาชีพหนึ่งเสริม เรามองตรงนี้ยังไง? “จริงๆ แล้วความคิดที่ว่าเราต้องมีอีกอาชีพหนึ่ง หรือว่าช่องทางด้านการเงินอีกช่องทางหนึ่ง คือจริงๆ ผมเป็นคนที่แพลนเรื่องนี้ไว้นานมากอยู่แล้ว ผมแพลนเรื่องนี้ไปเมื่อแบบ 5-6 ปีที่แล้ว ผมเลยค่อนข้างปรับตัวกับมันได้ดีพอสมควร เพราะผมเชื่อว่า มันคงจะเป็นช่วงหนึ่งที่ มันอาจจะต้องมีขาลงของเราในวงการบันเทิง

ทําไมเราถึงรีบแพลน? “จริงๆ ผมรู้สึกว่า พอเราแบบ ผมชอบในการทําธุรกิจด้วยอย่างหนึ่ง แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง ก็คือมันเหมือนกับพอผมไปถ่ายละคร ระยะเวลามันมากขึ้น เราเริ่มมีอายุ เริ่มเหนื่อยอะครับ เริ่มไม่ไหว”

ทําไมฟังแล้วเหมือนจะเกษียณอายุตัวเอง? “มันเริ่มเหนื่อยจากแต่ก่อน แบบว่าตื่นตี 5 ไปถ่ายละครก็จะฟิต สนุก แต่ทุกวันนี้ คือไม่ไหวแล้ว เบาลง แล้วเป็นพระเอกไง มันก็มีทุกซีน อย่างไปถ่ายละครที่ผ่านมา ก็จะล่วง เพราะว่ามีทุกๆ ซีน แล้วก็แบบร้อนมาก ประมาณนั้น”

แสดงว่าตอนวางแผนไว้หมดแล้วใช่ไหม?จริงๆ ก็แพลนนิดหน่อยครับ ไม่ได้แพลนอะไรมากมาย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ”

อายุเยอะขึ้นมุมมองความรักเป็นยังไงบ้าง? “จริงๆ สําหรับเรื่องความรัก ก็ดี แล้วก็นิ่งครับ รู้สึกว่าชอบอะไรที่มันหวือหวาน้อยลง ชอบอะไรที่มันไม่ฉูดฉาด ไม่ต้องออกสื่อ มันจะแบ็คทูเดอะเบสิค มันจะเรียบง่ายมากขึ้น สําหรับชีวิตผมนะ”

อะไรที่มันทําให้รู้สึกว่าเราบาลานซ์ทุกอย่างให้มันดูเป็นทางสายกลาง? “สําหรับผมมันขึ้นอยู่กับสไตล์มากกว่า บางคนเขาอาจจะชอบแต่งตัว หรือว่าชอบความหวือหวาในชีวิต ผมว่าอาจจะเป็นสไตล์ผม ที่มันค่อนข้างจืดไป ก็เลยแพลนชีวิตให้มันเรียบง่าย สบายๆ เวลาไปเจอเพื่อน เพื่อนก็จะด่าว่าแบบ แก่เกินวัย”

เราแก่ขนาดนั้นเลย? “เหมือนเวลาไปเจอแก๊งเพื่อนๆ แบบดาราอะไรอย่างเงี้ย ไปทานข้าวกัน ทุกคนก็จะมองว่าผมเป็นผู้ใหญ่กว่า เป็นคุณลุง ทุกคนที่ไปกินข้าวกัน ก็จะแต่งตัวแบบเกาหลีอะไรอย่างเงี้ย ผมก็จะแบบกางเกงขาสั้น อะไรประมาณนั้น”

ไม่เสียดายหน้าตา ความหล่อเราเหรอ? “จริงๆ มันก็ไม่ได้เกี่ยวหรอกพี่ มันขึ้นอยู่กับสไตล์มากกว่า วันว่างก็อยากแบบชิวๆ ชีวิตเรียบง่ายครับผม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน