จากกรณีที่ นักแสดงหนุ่ม แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ประกาศขายรถยนต์หรู ผ่านหน้าไอจี ส่วนตัว ว่าต้องขายรถ Porsche Cayenne Diesel เป็นรถที่รักมาก แต่คงจำเป็นต้องขาย เพราะลูกหนี้ผิดนัดชำระมาเป็นเวลานานมาก จึงต้องตัดใจขายเพื่อกระชับเข็มขัด และต้องใช้เงินเพื่อรักษาคุณพ่อ

ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นเหตุจากที่หลายปีก่อน คุณพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ต้องผ่าตัดสมอง ขาหัก เส้นประสาทที่ขามีปัญาหา ทำให้เดินไม่ได้ ล่าสุด เจอหนุ่มแชมป์ ในงานบอลช่อง3 ได้สอบถามเรื่องนี้ จึงรู้ว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
“ขอชี้แจงก่อนกลัวคนเข้าใจผิด เรื่องนี้กับเรื่องที่คุณพ่อโดนรถชน คนละเรื่องเลย เป็นคนละเรื่องกันไม่เกี่ยวกันเลย ตอนนี้คุณพ่อผมป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายครับ ซึ่งผมค่อนข้างเครียดนิดนึง ช่วงนี้ก็เลยต้องขายสิ่งที่เรารักเพื่อเอาเงินมาเก็บไว้เพื่อเอาเงินมาเตรียมไว้เพื่อรักษาคุณพ่อ”
ตรวจเจอตอนไหน? “ตอนแรกคุณพ่อปวดหลังบริเวณคอและปวดมาเรื่อยๆ แต่ไม่หนักมาก แต่อยู่ๆ ก็หนักมากขึ้นมา เลยไปตรวจจะไปผ่า คิดว่าเป็นกระดูกทับเส้น จึงมาตรวจละเอียดที่โรงพยาบาล ก็พบว่าคุณพ่อมีก้อนเนื้อที่ปอดและไปเจาะก้อนเนื้อไปตรวจตามปกติ ก็ได้ผลเป็นคุณพ่อเป็นมะเร็ง ตอนนี้มะเร็งอยู่ในขั้นลุกลาม คุณพ่อเป็นมะเร็งปอดและแพร่กระจายไปที่บริเวณกระดูกสันคอก็เลยทำให้ปวดมาก”

“ซึ่งครั้งที่แล้วอุบัติเหตุเกิดปี 2020 ตรวจเจอมะเร็งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาปีนี้ 2024 ประมาณ 3 ปีไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
ต้องรักษาอย่างไร? “ตอนนี้อยู่ในขั้นตัดสินใจว่าคุณพ่อจะรักษาต่อไหม เพราะบางวันคุณพ่อในสู้จะยอมลุกขึ้นมาทานข้าวเดินเล่นในสวนหน้าบ้าน แต่บางวันค่อนข้างห่อเหี่ยวนอนทั้งวัน ไม่ค่อยทานข้าวรักษา ตอนนี้รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งผลตรวจเลือดของคุณพ่อร่างกายยังไม่แข็งแรงที่จะให้คีโม ก็ต้องให้คุณพ่อทานข้าวเยอะๆ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ แล้วไปตรวจใหม่”
“ตอนนี้ก็อยู่ที่การตัดสินใจของคุณพ่อเพราะปวดมากจนต้องให้มอร์ฟีนที่เป็นเม็ด แต่ถ้าผ่านไปสักพักแล้วยังไม่หายก็ต้องให้มอร์ฟีนที่เป็นน้ำ”

ให้กำลังใจให้กันยังไงบ้าง? “เข้าบ้านก็ทำตัวเหมือนเดิม พยายามกระตุ้นตัวเองให้กระปรี้กระเปร่าและสดใส ผมมีพี่สาวสองคนทั้งสองคนก็ทำเหมือนกัน แต่พยายามหาวิธีต่างๆ มาบอกให้คุณพ่อทานข้าว ออกจากบ้านไปเดินเล่นพ่อชอบทำสวนชอบขับรถก็พยายามพาพ่อไปนั่งรถเล่น”
การรักษาใช้เงินเยอะขนาดไหน? “ใช้เยอะครับ เพราะมียาตัวนึง แต่ผมจำชื่อไม่ได้ ถ้าใช้ยาตัวนี้ผลข้างเคียงจะน้อยกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ที่ร่างกายและจิตใจของคุณพ่อ แต่ยาตัวนี้ต่อหนึ่งโดสราคาสูงมาก ค่าใช้จ่ายต่อโดสสูงมากซึ่งต้องใช้เป็นคอร์สก็เลยต้องเตรียมทุกอย่างไว้ก่อน ซึ่งราคาก็ประมาณ 6 หลัก เพื่อที่เป็นหมอบอกว่าให้เตรียมไว้ เพราะต้องใช้”
สำหรับคดีความเรื่องรถชนเป็นอย่างไร? “เค้ารับผิดชอบหมดแล้ว ที่ต้องฟ้องเพราะเค้าผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ผมก็ทวงๆ แต่เขาก็ผลัดหนี้ผมไปเรื่อยๆ ผมก็ทำเป็นสัญญายอมความขึ้นมา และมีการเซ็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และพอเซ็นปั๊บ เค้าก็ยังไม่มีการจ่ายเงินมาตามสัญญา ผมก็เลยปรึกษาทนายตั้ม ซึ่งเป็นเรื่องของทางศาล ผมต้องขออภัยที่พูดไม่ได้เยอะเพราะเป็นเรื่องของคดีความ”

ระยะเวลาที่มันไม่ยอมจ่ายนานประมาณเท่าไหร่? “หลายเดือนเหมือนกันครับ มันเป็นเงินก้อนที่ต้องใช้ เนื่องจากบ้านของผมมีคนแก่เยอะ ล่าสุด คุณแม่ก็ไปตรวจร่างกายก็พบก้อนเนื้อที่ปอด เพราะคุณแม่เป็นครูใช้ชอร์คมาตลอดชีวิต”
ถ้าบอกคู่กรณีได้จะบอกอะไร? “ก็อยากบอกเหมือนในโพสต์เลยครับ คืนเงินผมเถอะครับ ผมมีเรื่องต้องใช้เงินจริงๆ ถ้าคุณแม่ผมตรวจเจออีกคนนึง มันก็ต้องเตรียมเงินไว้เยอะ ตอนนี้ที่ถามที่บ้านถ้าถามว่าโอเคไหม ก็ยังก้ำกึ่งแต่ถ้าวันนึงที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ขึ้นมาก็คงต้องต้องหาให้ได้”
เราเป็นเสาหลักเป็นผู้ชายคนเดียวได้พูดคุยให้กำลังในกันกันยังไง? “เป็นการกระทำมากกว่า เราจะพูดกันว่าเอ็งต้องไม่ดาวน์ให้พ่อเห็นนะ ห้ามทุกอย่างทำให้เป็นปกติคุยกันมากขึ้น กอดกันให้มากขึ้น”

“ผมถามตัวเองบ่อยๆ ว่าหลังโควิดมาทำไมชีวิตเล่นผมแรงจัง ยายสองคนของคน คนหนึ่งขาหัก และอีกคนก็จากไปเมื่อสามปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็มาคุณแม่ 3-4 ปีมานี้ คือ 5-6 เรื่อง
อะไรที่ทำให้เรามีกำลังกายกำลังใจสู้ต่อ” “คนที่บ้านผมครับ โชคดีที่บ้านผมค่อนข้างสามัคคีกัน ญาติฝั่งพ่อฝั่งแม่ทุกคนให้กำลังใจกันหมดสามัคคีกันครับ”
ตอนนี้ยังไหวไหม? “ไหวครับไหว ไม่ไหวไม่ได้ครับ”