นิว วงศกร รับติดสกินชิพ นาว ทิสานาฏ ไม่ได้กลิ่นนานแล้วคิดถึง จ่อบินไปหาช่วงสงกรานต์ เผยแพลนแต่งอาจไม่จัดงาน เชื่อผู้ใหญ่เข้าใจ
เพิ่งผ่านวันครบรอบ 11 ปีไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำหรับคู่รัก นิว วงศกร ปรมัตถากร กับแฟนสาว นาว ทิสานาฏ ศรศึก แม้ว่าปีนี้ทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ฉลองด้วยกันเนื่องจากฝ่ายหญิงเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ความหวานก็เปี่ยมล้นไอจี
ล่าสุดวันที่ 1 เม.ย.2567 ข่าวสดบันเทิงออนไลน์ มีโอกาสเจอ หนุ่มนิว ในงานบวงสรวงละคร “ดั่งธรณี” ที่ อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เลยอัปเดตถึงความรักระยะไกลที่ตอนนี้เดินทางเข้าสู่ปีที่2 แล้ว
เพิ่งครบรอบรัก 11 ปีไป เป็นยังไงบ้าง?
“ปีนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็คิดถึงครับ คิดถึงอยู่ตลอดเลย(ยิ้ม) ตอนนี้ก็กำลังจะเข้าปีที่2 แล้วที่เขาเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศ จริงๆ ความรู้สึกมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ว่าเข้าใจมากกว่าว่าด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคนต้องรับผิดชอบ ส่วนเรื่องของความรักมันก็ต้องช่วยกันประคับประคอง ระยะทางมันไกลก็จริงแต่ว่าเราก็คุยกันตลอดอยู่แล้ว
จริงๆ เราเฟซไทม์ก่อนเข้านอนด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะบินไปต่างประเทศแล้ว เลยรู้สึกว่าเหมือนอยู่ด้วยกันทุกวัน”

มีของขวัญให้ด้วยไหม?
“ไม่ได้มีครับ ปกติเราก็ไม่ได้ให้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ว่าก็จะมีซื้อของให้กันบ้าง เพียงแค่ไม่อยากนับว่ามันเป็นของขวัญวันครบรอบ เพราะเราให้ความสำคัญที่ความสัมพันธ์มากกว่า ไม่ได้เน้นที่ของครับ”
หวานทางไกลกันยังไง?
“เดี๋ยวเร็วๆนี้กำลังจะบินไปหาเขาอีก ประมาณช่วงสงกรานต์นี้ครับ ถามว่าระยะทางมีผลม้้ย มีครับ(ยิ้ม) เพราะผมเป็นคนที่ติดแฟน ติดสกินชิพ ชอบได้กลิ่นเขา ชอบดมหัวเขา พอไม่ได้กลิ่นนานๆ แล้วมันก็คิดถึง (บินไปหารอบนี้ตั้งใจเก็บเกี่ยวการดมหัวเลยไหม?) ไม่ขนาดนั้น(หัวเราะ) ตั้งใจไปเที่ยวแหละ เพราะว่าเขาปิดเทอมพอดี”
แพลนเรียนของนาวจบในปีนี้ไหม?
“เขาเรียนอีก 3 เดือน แล้วก็ฝึกงานอีก 6 เดือน หลังจากนั้นก็จบแล้ว จบปุ๊บก็ต้องกลับเพราะว่าวีซ่านักเรียนเขาหมดแค่เรียนจบ เบ็ดเสร็จคือเขาต้องไปเรียนที่โน่น 2 ปี ส่วนว่ากลับมาแล้วจะได้เห็นงานละครของเขาอีกมั้ย อันนี้ก็อยู่ที่เขาตัดสินใจอีกที
เพราะว่าเขาทิ้งตรงนี้ไปเลือกทางเดินตรงนั้น 2 ปี สำหรับการเสียเวลาในวงการบันเทิงมันถือว่าเยอะนะครับ แต่ถ้าเขาเลือกทางนั้นแล้วเราก็สนับสนุนเขาเต็มที่ ไม่ว่าเขาจะกลับมาทำงานในวงการหรือเปล่า หรือว่าจะกลับทำงานในสิ่งที่เขาเลือกก็ตาม”
หลายคนสงสัยว่าแพสชั่นการทำงานในวงการบันเทิงของนาวหมดหรือยัง?
“ด้วยความที่เขาทำงานตั้งแต่เด็กแล้วก็เรียนไปด้วย เขาเลยรู้สึกว่ายังไม่ได้ลองทำในสิ่งที่เขาชอบ ไม่เหมือนผมที่เรียนจบก่อนแล้วถึงเริ่มทำงาน ผมก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรไป อย่างเขาชอบทำขนม อยากเป็นเชฟ แล้วเขาก็ไม่เคยมีโอกาสได้ทดลองทำเลย เขาก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาชอบงานในวงการบันเทิงหรือว่าชอบทางนั้น
ทีนี้พอมีโอกาสเขาก็เลยทดลองดู ผมเองก็เคยบอกเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาไปแล้ว ว่าถ้าสมมติตัดสินใจไม่ไปแล้วอีก 10 ปีจะเสียดายมั้ย เขาก็เลยตัดสินใจว่าอยากลองดู”
เห็นเขาอยู่ที่โน่นตอนนี้แล้วมีความสุขดีไหม?
“ใช้คำว่าอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีกว่า ความที่เป็นเชฟขนมหวานด้วยอ่ะเนอะ ทำไปก็ชิมไป แต่ว่าเขาก็น่ารักเสมออยู่แล้ว”
ต่อให้หวานกันทุกวันอยู่แล้ว แต่พอต้องห่างกันด้วยระยะทางมันยังมีความเป็นห่วงอะไรอยู่ไหม?
“ผมมีโอกาสไปส่งเขาและไปดูในที่ที่เขาอยู่ ที่ที่เขาเรียน แล้วก็ดูชีวิตความเป็นอยู่ของเขาที่โน่น จนเรารู้สึกมั่นใจแล้วว่าเขาอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างสบายและปลอดภัย ผมก็กลับมาโดยที่ไม่ได้มีความกังวลอะไร”
กำชับเรื่องหนุ่มๆ บ้างไหม? “ไม่มีๆ แต่เขามาเล่าให้ฟังว่ามีหนุ่มๆ มาจีบเขานะครับ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกหวงห่วงอะไร แต่ภูมิใจว่าแฟนสวยมากกว่า อีกอย่างผมมั่นใจในตัวเขาด้วย
แต่อย่างที่บอกว่าอนาคตเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง ฉะนั้นก็ทำในสิ่งที่เราทำได้ในวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเราจะได้กลับมาคู่กันหรือเปล่า มันก็เป็นเรื่องของวันนั้นแหละ แต่ทุกวันนี้ความรักของเราก็ยังดีอยู่ครับ”
แล้วมีแพลนไว้ไหมว่ากลับมาแล้วอยากจะแต่งงาน? “เคยคุยกันไว้ว่าจะไม่ได้จัดงานอะไรอย่างนี้นะ คงเป็นแค่พิธีเรียบง่ายภายในครอบครัว แต่ไม่รู้ความคิดก็อาจจะเปลี่ยนได้เหมือนกัน เพราะยังไม่ได้คุยกันจริงจัง
คือเราคุยกันเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนโควิดแล้ว เพราะเรารู้สึกว่าในยุคปัจจุบันนี้ผู้ใหญ่เขาก็เข้าใจมากขึ้นว่าการจัดงานแต่งงานมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสิ้นเปลือง แล้วก็ไม่ได้มีผลกับความรักของคนสองคนมากนัก แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็ต้องกลับมาคุยกันอีกทีว่าถ้าถึงวันนั้นแล้วมันจะเป็นยังไง เพียงแค่ว่า ณ วันนี้มันยังเดินทางไปไม่ถึงจุดนั้น”