ชีวิต Set Zero สำหรับพระเอก ‘เอส’ กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ หลังวูบหมดสติกลางงานอีเว้นต์ 9 พ.ค. ปีที่แล้ว เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน หลับไปนาน 8 วัน และฟื้นขึ้นมาต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 3 เดือน ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ
ล่าสุดเจ้าตัวมาอัพเดตชีวิตและสุขภาพ รวมถึงแผนในอนาคต โดยนัดแนะมาพูดคุยกันที่ร้าน EFFORT ABILITY BAR ในโครงการศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9

✦ แฟนๆ ดีใจที่เห็นเอสกลับมาแข็งแรง?
เอส – “ขอบคุณมากๆ ครับ ส่วนตอนนี้เป็นยังไง ตอบยาก ต้องแยกระหว่างสุขภาพร่างกายกับสมอง สุขภาพร่างกายก็เกือบ 100% ส่วนสมองมีแยกอดีตกับปัจจุบัน ถ้าอดีตคือกลับมาแค่ประมาณ 20% แต่การใช้สมองในปัจจุบันค่อนข้างโอเคมากๆ”

✦ มีวิธีเอาความจำในอดีตกลับมาได้ทั้งหมดไหม
เอส – “มันไม่ได้มีวิธีที่สามารถเอากลับมา จนผมมานั่งคิดเองว่าจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีความสำคัญนี่นา ในเมื่อมันดีลีตอดีตไปแล้ว เอาแค่ว่าสมองผมสามารถทำงานใช้ในปัจจุบันดีกว่า เลยรู้สึกว่าไม่ได้มีความจำเป็นแล้วที่จะหาวิธีเอาความจำในอดีตกลับมา แค่อยากได้บัญชีธนาคาร บัญชีหุ้นกลับมา (หัวเราะ)”
✦ ความจำในอดีตที่หายไป มีผลต่อการใช้ชีวิตเยอะไหม?
เอส – “มีครับ อย่างที่บอกบัญชีธนาคาร หุ้น ไอจี เฟซบุ๊ก จำพาสเวิร์ดอะไรไม่ได้เลย แล้วผมตั้งรหัสเอาไว้ไม่เหมือนกันสักอัน บวกกับกลัวว่าถ้าจดไว้เดี๋ยวคนอื่นเห็น ตอนนั้นก็มั่นใจในตัวเองเกินไปว่าสมองเราดี จำได้หมด แล้วใครจะไปคิดว่าอยู่ดีๆ ความจำจะหายไปหมด ตอนนี้ก็ถือว่าทำบุญเพราะเงินหายไปไม่รู้เท่าไหร่เหมือนกัน อย่างบัญชีหุ้นมีแค่ 2 บริษัทที่พยายามติดต่อมา ส่วนที่เหลือแล้วเสียไปก็น่าจะหลายล้านอยู่ แล้วมันก็แปลกที่ดันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินที่ความจำหายไปทั้งหมด”

✦ ย้อนกลับไปวันที่ฟื้นขึ้นมา ความทรงจำแรกที่จำได้คืออะไร?
เอส – “ตอนฟื้นขึ้นมาผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจำอะไรได้ เพิ่งมารู้ตอนออกจากโรงพยาบาลแล้วญาติๆ ให้ดูคลิปที่เขาถ่ายไว้ว่าเป็นยังไง แต่หลังจากที่ทุกคนเล่าให้ฟังก็คือฟื้นมาแล้วพูดภาษาไทยไม่ได้ พูดได้แต่ภาษาอังกฤษ แล้วก็จะออกไปทำงานอย่างเดียว เพราะผมเป็นลมตอนทำงานอยู่ ผมคิดว่าสมองผมตอนนั้นเลยเข้าใจผิดว่าแค่สลบไปแป๊บเดียว ตื่นมาแล้วต้องรีบออกไปทำงาน เพราะมีคนรออยู่”
✦ จำคนรอบข้างได้ใช่ไหม?
เอส – “จำญาติๆ ได้ ส่วนเพื่อนสมัยเรียนกับเพื่อนร่วมงานจำหน้าได้แต่จำชื่อไม่ได้ ที่พอจำชื่อได้ก็น่าจะ 10-20% สิ่งที่อยู่ในความทรงจำแล้วจำได้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจสังคมการเมือง ตรงนี้อาจจะเป็นความชอบตั้งแต่เด็กของผมด้วย แต่ผมก็งงนะเพราะบัญชีธนาคารกับหุ้นผมก็ชอบ แต่ทำไมจำไม่ได้ (หัวเราะ)”
✦ จำได้ไหมว่าตัวเองเล่นละครเป็นพระเอก?
เอส – “จำได้แค่ว่าตัวเองเป็นนักแสดงเป็นพระเอก แต่จำไม่ได้ว่าเล่นละครเรื่องอะไรไปบ้าง ซึ่งตอนอยู่โรงพยาบาลญาติๆ พยายามเปิดให้ดู แต่ผมจำไม่ได้หรือจำได้น้อยมาก”

✦ พอชีวิต Set Zero ใหม่ มีสิ่งที่อยากทำไหม?
เอส – “เป้าหมายสูงสุดของผมที่ตั้งใจไว้เหมือนเดิม แต่ทางที่จะไปถึงเป้าหมายมีเหมือนเดิมบวกกับมีเปลี่ยนบ้าง ซึ่งผมจะถามคนที่ผมไว้ใจที่พอรู้ว่าความฝันของผมคืออะไร ส่วนใหญ่ทุกคนบอกว่าเป้าหมายเหมือนเดิม 100% ส่วนเส้นทางที่จะไปถึงเป้าหมายเหมือนเดิม 70% อีก 30% ที่เหลือเป็นของใหม่ที่ไม่เคยคิดถึงด้วยซ้ำ”
✦ แล้วเป้าหมายของเราคืออะไร?
เอส – “โอ้! แบ่งเป็นทางโลกและทางธรรมแล้วกัน ถ้าทางโลกก็เป็นเป้าหมายที่ทำเพื่อตัวเองและครอบครัว รวมถึงทำเพื่อสังคมและคนด้อยโอกาส ส่วนทางธรรม๊ผมเป็นคนชอบปฏิบัติธรรม เพราะมันช่วยด้านความคิดทางสมองได้ดีมากๆ ตอนเด็กๆ ผมเคยเป็นโรคหลายอย่างที่คุณหมอรักษาไม่หาย แต่ก็มาหายตอนปฏิบัติธรรม ส่วนจะสุดโต่งถึงขั้นบวชตลอดชีวิตเลยมั้ย เคยคิดตอนเด็กๆ ตอนนี้ก็มีคิด แต่ที่บ้านบอกว่าอย่าเพิ่ง รออีกสักพักมั้ย (ยิ้ม)”

✦ ทุกวันนี้เหมือนชีวิต Set Zero เลยไหม?
เอส – “ใช่ครับ ญาติๆ และเพื่อนที่สนิทชอบพูดว่า ยังโชคดีนะเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ แล้วผมเพิ่งมารู้ตัวกับคำว่า ‘ตายแล้วเกิดใหม่’ ตรงที่เหมือนเด็กที่เพิ่งเกิดจริงๆ เพราะผมใช้ชีวิตเหมือนเด็กเพิ่งเกิด จำอะไรไม่ได้เลย อาบน้ำไม่เป็น แปรงฟันไม่เป็น ผมเหมือนเด็กอายุเดือนนึง 3 เดือน แต่โชคดีที่ต่างจากเด็กเพิ่งเกิดตรงที่ว่าต้องรอเป็นปีๆ กว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ของผมเดือนนึงกลับมาเหมือนเด็ก 5 ขวบ อีกเดือนนึงเหมือนเด็ก 10 ขวบ ตอนนี้ถ้าเทียบคงเหมือนเด็กอายุสัก 20 กว่าๆ ทุกวันนี้ก็ขับรถได้แต่ญาติๆ เป็นห่วง ไม่อยากให้ขับ ซึ่งผมพยายามขอว่าให้ลองเถอะ ถ้าไม่ลองมันจะเสียมากกว่าได้อีก เดี๋ยวสมองจะยิ่งพังไปใหญ่”
✦ เชื่อคำว่าตายแล้วเกิดใหม่ไหม?
เอส – “จะบอกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อคงพูดไม่ได้ ผมเชื่อแค่พระพุทธศาสนา ผมไม่เชื่อไสยศาสตร์ ผมอาจจะไม่ได้เชื่อว่าตายแล้วเกิดใหม่มีจริงหรือเปล่า แต่ผมเหมือนตายแล้วฟื้นขึ้นมามากกว่า”

✦ ตอนที่นอนหลับไปนานๆ ตามความเชื่อหลายคนอาจจะสงสัยว่าได้ไปไหนมาบ้างหรือเปล่า?
เอส – “(หัวเราะ) ผมไม่แน่ใจว่าเป็นแค่ความฝันหรือเปล่า ซึ่งก็ไปสนุกมาบางที่ แล้วผมก็ยังอธิบายที่ตรงนั้นไม่ได้ว่ามันคืออะไรกับสถานที่ที่ผมไปเห็นมา แต่คิดว่าน่าจะเป็นความฝันแหละ ไม่อยากให้ทุกคนไปเชื่อ กลัวเล่าไปแล้วทุกคนจะไปเชื่อว่ามีอันนี้หรือเปล่า ที่จำได้คือสถานที่นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมเคยเห็น บุคคลที่มาตามผมก็ไม่ใช่บุคคลที่เราเคยเห็นบนโลกนี้ เขาใส่หมวกใหญ่ๆ แปลกๆ สีดำ ชุดก็เป็นสีดำ แต่รูปร่างหน้าตาไม่ได้เป็นแบบพวกเรา ผิวเป็นสีดำล้วน ผมอธิบายไม่ถูกจริงๆ เพราะไม่เคยเห็นแบบนั้นมาก่อน เลยคิดว่าเป็นแค่ความฝัน แล้วเขาก็มาเรียกผมกลับ ‘กลับเถอะครับคุณเอส’ แต่ผมพยายามบอกว่าไม่ๆ เพราะกำลังสนุกและตื่นตากับความสวยงามอลังการของที่ตรงนั้นอยู่”
✦ อะไรที่ทำให้เรากลับมา?
เอส – “คุณหมอครับ (หัวเราะ) แล้วในฝันคือเหมือนคนนั้นมาดึงด้วย”

✦ ในพาร์ตของความเป็นสามีและพ่อของลูก ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ไหม?
เอส – “ผมต้องถามภรรยาและญาติๆ ว่าเมื่อก่อนผมเลี้ยงลูกยังไง เพราะจำไม่ได้เลย โชคดีที่มีคลิปก็เลยรู้สึกว่าอ๋อ๊ใกล้เคียงเดิม คือใจดีและตามใจลูก ส่วนภรรยาผม ต้องบอกเลยว่าเขาเหมือนผู้ชายในร่างผู้หญิง เข้มแข็งมาก จัดการความเครียดของตัวเองได้ดี ผมมีโอกาสได้เห็นคำที่เขาให้สัมภาษณ์ ถ้าเป็นผมคงร้องไห้ไปแล้ว จริงๆ ผมรู้ว่าเขาเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พอถามเขาว่ามีอะไรอยากจะบอกมั้ย เขาไม่บอก ผมขอบคุณเขามากๆ นอกจากจะบอกด้วยตัวเองแล้ว ยังส่งข้อความไปบอกด้วย กลัวว่าตัวเองลืม”
✦ คิดว่าตัวเองมีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมไหม?
เอส – “ความชอบในบางเรื่อง ยกตัวอย่างเรื่องกีฬา ผมชอบเข้าฟิตเนส เล่นบาส ต่อยมวย ตอนนี้อยู่ดีๆ ชอบตีแบดโดยที่ตัวเองไม่เคยตี แม้กระทั่งมีคนถามว่าอยากกลับมาวงการบันเทิงมั้ย ชอบเล่นบทแนวไหน โอเคผมรู้สึกอยากกลับมาวงการบันเทิง ความชอบยังเหมือนเดิมคือชอบแนวบู๊ อยากเล่นที่สุดคือบู๊กับละครที่ให้แง่คิดสังคม แต่ตอนนี้บู๊คงเล่นได้ยาก เพราะมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ ที่เล่นได้และไม่กระเทือนร่างกายคือละครสะท้อนสังคม แต่สิ่งที่แปลกคืออยู่ดีๆ อยากเล่นแนวคอมเมดี้ซึ่งไม่ใช่ตัวตนผมเลย (หัวเราะ)”

✦ ระหว่าง เอสคนเดิม กับ เอสคนใหม่ อยากเป็นคนไหนมากกว่ากัน?
เอส – “ตอนอยู่โรงพยาบาลผมเครียดและผมน้อยใจ เพราะผมอยากกลับไปเป็นเอสคนเดิม 100% แบบเมื่อก่อน แต่พอเริ่มปฏิบัติธรรมแล้วผมรู้สึกว่าจะกลับไปเป็นเอสคนเดิมทำไม โชคดีขนาดนี้แล้วทำไมไม่ลองหาหนทางให้เป็นเอสยิ่งกว่าเดิมล่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดปัจจุบันเลย ผมไม่ได้อยากกลับไปเป็นเอสคนเดิมด้วยซ้ำ ถ้าเป้าหมายจริงๆ ก็เป็นเอสที่ดีกว่าเดิมดีกว่า”
✦ ทุกวันนี้มีความสุขกับสิ่งที่เป็นตอนนี้ไหม?
เอส – “สำหรับผมไม่มีทั้งสุขและทุกข์ รู้สึกเป็นกลาง ซึ่งผมดีใจกว่ามีความสุข ผมเป็นคนชอบใช้ชีวิตแล้วพยายามหาทางสายกลางให้เจอ ไม่ชอบเป็นคนไปหาความสุข เพราะความสุขจะทำให้คุณทุกข์โดยไม่รู้ตัว”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล