บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ เปิด 3 ข้อเรียกร้อง ใช้กฎหมายยื่นสิทธิดูแลลูก-แบ่งสมบัติ เคลียร์ชัดคนอื่นถ่ายคลิปลูกสร้างรายได้ ต้องมาขออนุญาต
ย้ำจุดยืนทุกอย่างต้องชัดเจน ‘บิ๊ก ธิติวุฒิ’ หรือ ‘ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์’ เปิดใจหลังเข้าปรึกษาทีมทนายพัฒน์ ทนายความชื่อดัง เดินหน้าใช้สิทธิตามกระบวนกฎหมาย ยื่นโนติส 3 ข้อ เรียกร้องสิทธิขอดูแลลูก ลั่นไม่ได้อยากเอาชนะใคร แต่ต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจน
พร้อมเคลียร์ประเด็นแบ่งทรัพย์สิน และหลังจากนี้ ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่จะถ่ายคลิปวิดีโอลูกของตน เพื่อทำคอนเทนต์สร้างรายได้ ต้องได้รับอนุญาตก่อน
ถามถึงเรื่องที่ถ่ายรูปกับทนาย? “ก็ปรึกษาครบวงจรครับ หลายๆ เรื่องที่มีปัญหา เราต้องการความชัดเจน หมายถึงเรื่องของลูก ครอบครัว เราไม่ต้องการชนะใครหรือต้องการไปแย่งชิงอะไรจากใคร แต่เราต้องการความชัดเจนแค่นั้น ปัญหาหลักๆ ตอนนี้ลูกด้วย สมบัติด้วย แต่เราไม่ได้ไปทำเรื่องเอามานะ ขอแค่ชัดเจนไปมาหาสู่กัน (ยังเคลียร์ไม่ลงตัว?) ครับ”
จุดตัดสินใจที่ต้องพึ่งทนาย? “กว่าจะพบทนายก็ 2 เดือนนะ เราก็ไม่คิดที่จะเจอทนายเลย เพราะไม่ใช่ประโยชน์ของเรา แต่พอมาคิดๆ เรารู้สึกว่าไม่ชัดเจน ต่างฝ่ายต่างไม่ชัดเจนก็เลยปรึกษาทนาย กระบวนการทางกฎหมายเริ่มแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่ามีการยื่นโนติสหรือยัง”
ข้อเสนออะไรที่เราอยากได้ ทำให้เราต้องพึ่งทนาย? “ก็มี 3 ข้อที่ทนายโพสต์ลงไป 1.เรื่องการปกครองสิทธิ ผมไม่ได้ต้องการปกครองเพียงผู้เดียวแต่ต้องการมีสิทธิดูแลลูกบ้าง 2.เป็นเรื่องของทรัพย์สิน ก่อนหน้านี้ไม่ได้แบ่งอะไร พอตอนนี้กลับมาคิดใหม่ ปัญหาดราม่าต่างๆ ที่เข้ามา อย่างนั้นผมขอตัดสินใจใหม่ เลยชัดเจนเรื่องสมบัติด้วย แบ่งกันให้ชัดเจนก่อนค่อยแบ่งให้ลูก เพราะกลัวไม่ถึงลูก”
“3.เรื่องของการถ่ายวิดีโอหรือเผยแพร่คลิปบุตรของเราโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผมก็อยากจะบอกว่าให้พ่อกับแม่ถ่ายแต่เพียงผู้เดียว ถ้าคนอื่นจะถ่ายต้องได้รับอนุญาตก่อน แม่เขามีสิทธิอยู่แล้วเต็มร้อยในตัวลูก เราเป็นพ่อก็มีสิทธิ แต่คนอื่นต้องมีการพูดคุยกันก่อน เพราะว่าการถ่ายคลิปลูกเรามันเป็นยอดวิว เป็นรายได้ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาไม่เคยพูด ตอนนี้ขอพูด”
ก่อนหน้านี้เขาเคยโพสต์ว่าเรื่องส่วนตัวเคยคุยกันส่วนตัว ไม่ควรคุยกันส่วนรวม? “ก็คุยในบ้านไม่รู้เรื่อง ถ้าคุยรู้เรื่องคงไม่มาเป็นแบบนี้ (กลัวบานปลายไหม?) คนที่เงียบไม่ได้แปลว่าเขาไม่ทำอะไรนะ ผมไม่ได้มีปัญหากับใครนะ ผมจบทุกอย่างแล้ว แค่อยากมีความชัดเจนเรื่องสิทธิของตัวเอง ไม่ต้องทะเลาะกับใคร”
“ทนายเราก็มีบอกว่าไม่ต้องโพสต์อะไรแล้ว จัดการเอง เหมือนล่าสุดที่ผมโพสต์เรื่องการไปหาลูก แล้วหาว่าผมพูดทำไมอีก ถ้าไม่มีต้นเหตุผมจะพูดทำไม ผมจะเอาเรื่องอะไรมาพูดได้ แค่ไปหาลูกชั่วโมงเดียวเป็นเรื่องเป็นราว”
เราไม่โอเคที่ถูกหาว่าเอาลูกไปทำคอนเทนต์? “ใช่ ก็อย่างที่โพสต์ชัดเจนเลย เราไม่โอเคจริงๆ เพราะเป็นลูกเรา เราถ่ายมาตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง ส่วนที่ดีเราก็ชม อันไหนไม่ดี ก็ว่าไม่ดี อันไหนไม่ผ่าน ก็ว่าไม่ผ่าน (พร้อมขึ้นศาล?) พร้อมตลอด (ยังไม่มีกำหนด?) ยังๆ เพิ่งคุยกับทนายเอง”
เหมือนว่าอีกฝ่ายก็มีทนายมาสู้? “ผมไม่ได้ไปต่อสู้กับเขานะ ผมไปเรียกร้องสิทธิตัวเองเฉยๆ ไม่อยากต่อสู้กับคนที่เคยอยู่ด้วยกัน คนเคยรักกัน ไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร แต่เมื่อมีองค์ประกอบหลายอย่างผมก็ต้องชัดเจนแค่นั้น ถามว่ามีเคลียร์ส่วนตัวไหม ก็พูดคุยกันอยู่ พิมพ์ๆ ก็จบไม่ลง”
ในพาร์ตความเป็นพ่อสิทธิดูแลลูก? “เขาก็ไม่ได้บอกว่ากีดกันหรืออะไรนะ แต่มันมีเหตุการณ์ที่ต้องทำ ถ้าวันนี้ไม่ทำวันหน้าต้องเกิดขึ้นเรื่อยๆ เพราะการมีลูกขั้นกลาง ถ้าไม่มีลูกเราไม่สนใจอยู่แล้ว แต่วันนี้เรามีลูกเป็นแก้วตาดวงใจ ซึ่งคำว่าพ่อแม่ตัดไม่ขาด ต้องเห็นกันถึงลูกโต ทำไมต้องสร้างศัตรู ทำไมไม่ปรองดองกัน คุยกันให้รู้เรื่องสิ”
ไม่อยากให้ลูกมองว่าพ่อแม่มีปัญหากัน? “ใช่ ไม่อยากให้มองว่าพ่อต้องมาขึ้นศาล แต่ในเมื่อทำอะไรยากก็ต้องชัดเจน เพราะอนาคตก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว”
ลูกก็เริ่มโตแล้ว เรามีวิธีอธิบายยังไง? “เอาจริงๆ ทุกวันนี้เรามีสิทธิอธิบายให้ลูกฟังได้ พ่อทำงานเป็นอินฟูลฯ ก็ต้องสอนเขาทำคลิป บางคนอาจจะมองว่าผมเอามาทำคอนเทนต์ ยกตัวอย่างคนขายก๊วยเตี๋ยวยังสอนลูกลวกเส้น เก็บชาม เราเป็นพ่อเหมือนกัน ลูกเราก็ชอบ แต่ถ้าวันไหนเขาไม่ให้ถ่ายเราก็ไม่ถ่ายนะ เราก็ให้สิทธิลูกตัดสินใจเต็มที่”
อยากให้เรื่องจบยังไง? “ผมมองว่าทุกอย่างต้องชัดเจน การเลี้ยงลูกหรืออะไร จะไม่แบ่งเธอเอาคนนี้ ฉันเอาคนนี้ ผมจะไม่ทำแบบนั้น เพราะเป็นการแยกลูกออกจากกันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ผมแค่ต้องการชัดเจนว่าจะไปรับลูกนะ ให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมายออกคำสั่ง คือที่ผ่านมาก็ไปรับลูกได้แหละ แต่มันอาจจะมีความไม่ชัดเจนนิดนึง”
พอมีข่าวมีผลกระทบกับงานไหม? “มีงานทุกวันนี้ก็เพราะข่าว แต่ไม่ได้อยากมีชื่อเสียงเพราะข่าวแบบนี้ แต่เราก็มีเอฟซีอยู่แล้วตั้งแต่แรก พอเป็นเรื่องก็มีคนรู้จักมากขึ้น แต่ไม่กระทบงาน เราชัดเจนตลอด แล้วเราเป็นคนที่พูดความจริง”
จะฟ้องไหมกับคอมเมนต์พูดจาไม่ดี? “ถ้าฟ้องก็คงประมาณหมื่นคน แสนคน ปลงเรื่องการฟ้อง เราตอบกลับในโซเชียลเลย ไม่ฟ้อง”
พอเริ่มกระบวนการทางกฎหมาย กลัวจะมองหน้าป้ากับลุงคนที่เลี้ยงลูกเราไม่ติดไหม? “ผมว่าถ้าไม่ทำยิ่งมองไม่ติด ต้องทำให้ชัดเจนเลย จะได้สบายใจ ไม่มีใครคิดไปเอง ตอนนี้ก็ต้องการความชัดเจน ตอนนี้วิดีโอคอลหาลูกผ่านป้าแจ๋ว หรือไม่ลูกก็โทรมาเอง ที่ผ่านมาเรื่องถ่ายคอนเทนต์ไม่เคยห้ามคนใกล้ตัวเลย ไม่เคยว่า จนคนรอบข้างมีรายได้กันหมด”
“เงินเพจกี่แสน คนในหมู่บ้านที่เป็นพี่น้องถ่ายรูปผมเอาไปลงโซเชียลมีเดีย เดือนหนึ่งได้รายได้ 5-6 หมื่น โดยที่ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย แค่เดินมาถ่ายคลิป สูงสุดเป็นแสนสองแสน เราไม่เคยว่า ก็เคยเป็นหมู่บ้านยูทูบเบอร์ช่วงนึง เวลามีกิจกรรมก็ตามมาถ่ายๆ มีแต่อยากให้เขาได้มีรายได้ช่วยเหลือกันไป ส่วนเรื่องที่มีคนบอกว่ารายได้เขาได้มาจากโรงสีข้าว ผมไม่รู้อะไรยังไง ผมอยู่ 5 ปี ก็ไม่รู้ว่าเขาอะไรขนาดไหน แต่ว่าอาณาจักรก็สร้างตอนที่ผมอยู่นะ”








