ปล่อยอัลบั้มแรก “ความฮักของบักดิน” ในสังกัดไทดอลมิวสิค เครือแกรมมี่โกลด์ ศิลปินหนุ่มหล่อเสียงดี ‘จา สิงห์ชัย’ ได้น้าชาย ‘ไผ่ พงศธร’ นั่งแท่น Executive Producer ซึ่งอัลบั้มนี้ ‘จา สิงห์ชัย’ เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความรักทั้งสุขและเศร้า ผ่าน 5 เพลง ประเดิมปล่อยเพลงแรก “อ้อมกอดที่ปลอดภัย” ออกมาแล้ว

วันนี้หนุ่ม จา สิงห์ชัย มีคิวว่างมานั่งคุยถึงผลงานอัลบั้มแรกและการทำงานที่กว่าจะมีวันนี้
อัลบั้ม ความฮักของบักดิน เป็นยังไง?
จา – “อัลบั้มดิจิตอลอัลบั้มแรกในชีวิต ดีใจมาก ไม่คิดว่าจะมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ผมโชคดีที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ก็ตื่นเต้น กดดัน กลัวทำได้ไม่ดี ไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เราหวัง มันอาจจะเฟลก็ได้ ทำให้ดีที่สุดก็พอ”
ปล่อยเพลงแรกมาแล้ว?
จา – “ค่อนข้างพึงพอใจเลย อัลบั้มนี้สื่อถึงความรัก 5 สไตล์ ความรักเปรียบเหมือนต้นไม้ ถ้าเราดูแลได้ไม่ดี มันจะเหี่ยวเฉาไป เป็นแนวลูกทุ่งอินดี้ เพลงที่ปล่อยจะไล่ตามเลเวล เลือกเพลง อ้อมกอดที่ปลอดภัย ปล่อยก่อน จะเป็นความรักของแฟน หรือว่าครอบครัว”
อัลบั้มนี้ ได้น้าเป็น Executive Producer ให้ คุมเข้มมั้ย?
จา – “ทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นงานเพลงด้วยเอ็มวีด้วย แกไม่ดุมาก จริงๆ แกเป็นคนขี้เล่น เวลาจริงจังก็คือจริงจัง แกจะคอยให้คำปรึกษา เวลาผมอยู่กับน้าผมจะเกร็งๆ ร้องเพลงให้ฟังยิ่งเกร็งครับ จะมี 3 คน ที่ผมร้องเพลงให้ฟังจะยิ่งเกร็ง หนึ่งคือน้า สองคือครูสลา สามคืออาจารย์วสุ ห้าวหาญ คนที่แต่งเพลงคนบ้านเดียวกัน เพราะแต่ก่อนผมมาอยู่กับแก เริ่มต้นชีวิตเหมือนน้าเลยเข้ามาอยู่กับอาจารย์ ทำกับข้าว ถือของ ติดตามแก”

การทำงานทุกวันนี้เป็นยังไง?
จา – “เกินฝันด้วยครับ ไม่คิดว่าจะได้มาร้องเพลง ไม่ได้คิดจะเป็นนักร้องตั้งแต่แรก อยากเป็นครูพละ อยากเป็นตำรวจ นักฟุตบอล ที่ผู้ชายแมนๆ เป็น แต่ว่าผมตอบคำถาม น้าถามว่าโตขึ้นมาอยากเป็นอะไร ตอบว่านักร้อง ก็หันมาคิดกับตัวเองว่าเราพูดอะไรออกไป พูดเป็นนายเรา ก็ลองทำตามในสิ่งที่อยากทำดู พอมาลองก็ ตื่นเต้นดี”
“จริงๆ เข้ามาทำตั้งแต่อายุ 17-18 แล้วตอนนั้นมีโควิด จากที่รับงานมา งานก็ไม่ได้เล่น พอเพลง บักฮูขี้ มีกระแสก็โควิดมาอีก แต่โชคดีที่ได้ละครช่องวัน ทายาทพันธุ์ข้าวเหนียว ก็ต่อยอดมาที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสว่าอยากเซ็นกับแกรมมี่โกลด์มั้ย น้าถามว่าอยากเข้ามั้ย ก็เข้ามาอยู่แกรมมี่โกลด์ ในไทดอล มิวสิค แล้วก็มาละครเรื่องที่สอง ดอกหญ้าป่าคอนกรีต แล้วก็มาทำเพลงเรื่อยๆ”

ไม่ได้ตั้งใจจะมาเส้นทางนี้ พอได้มาแล้วมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหม?
จา – “น้าบอกผมมาคำหนึ่งว่า ท้อได้แต่อย่าถอย ดูน้าไว้นะ เพราะสมัยก่อนน้ากว่าจะดังนานมาก เราได้เห็นการเดินทางของน้าด้วย เรายิ่งเข้าใจว่ามันต้องใช้เวลานะ อาจจะต้องอดทนมากกว่านี้ ยิ่งวันนี้นักร้องเยอะมากใครก็เป็นได้ ผมได้ถ่ายทอดทุกอย่างมาจากน้า การร้องเพลง การใช้ชีวิต การเล่นละคร แกจะบอกว่าอะไรที่ดีก็นำไปใช้ อะไรที่ไม่ดีก็ไม่ต้องนำไปใช้”
10 ปีที่ผ่านมามีเสียน้ำตามั้ย?
จา – “ไม่ถึงขั้นเสียน้ำตา แต่เสียใจ ผมฟังเพลงเก่าๆ มามองย้อนทำไมตอนนั้นร้องได้แค่นั้น เราทำได้ดีกว่านี้ ทำไมเราถึงไม่ทำ ตอนนั้นอาจจะเป็นเด็กด้วยความรับผิดชอบไม่ค่อยเยอะ แต่ตอนนี้ถ้าเราร้องได้ไม่ดีเราก็จะไม่เอา บางที ส่งให้น้าฟังน้าบอกยังไม่ได้เข้าไปอัดใหม่เรื่อยๆ จนกว่ามันจะผ่าน”
ตอนนี้เรียกว่าเป็นศิลปินเต็มตัว 10 ปี ต้องมีการปรับเปลี่ยนจากชีวิตเด็กต่างจังหวัด?
จา – “มันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะวันนี้คลื่นลูกใหม่มาเรื่อยๆ นักร้องทุกวันนี้ก็เยอะแยะ เราก็ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะไปสู้กับเขา และแน่นอนว่ามาเป็นศิลปิน ต้องมีงานจ้างเพื่อจะมีรายได้ และก็มีอาชีพเสริม ผมก็มีจิ้มจุ่มคนบ้านเดียวกัน ที่ขายอยู่ทุกวัน ถ้าเกิดไม่มีงานก็ไปขายของ ถ้าวันหนึ่งไม่ดังมา ไม่มีเงินอื่นแล้ว อย่างน้อยเราก็ยังมีร้าน”

ความฝันจากการเป็น ครูพละ ก็ไม่ได้แล้ว เพราะมาเส้นทางนี้แล้ว เสียดายไหม?
จา – “ไม่ได้เสียดาย ผมเชื่อโชคชะตามากกว่า มันอาจจะพาเรามาทางนี้ก็ได้ แต่ว่าที่อยากเป็นครูพละเพราะชอบเตะฟุตบอล อยากเป็นนักฟุตบอลเพราะครูคนนี้ด้วย”
นอกจากน้าที่เป็นเลือดศิลปินแล้วในครอบครัวมีใครเป็นศิลปินอีกไหม?
จา – “เริ่มจากตากับยายครับ เป็นหมอลำขอข้าว น้าไผ่ก็เป็นหมอลำขอข้าวตาม ตอนนี้ต่างจังหวัดก็มีอยู่แต่ว่าน้อยลง เป็นหมอลำซิ่งซะมากกว่ามันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย”
ภูมิใจไหมพาตัวเองมาได้ถึงตรงนี้?
จา – “มันเกินความคาดหวัง เกินความฝันจริงๆ มันมี 5 ทางให้เลือก ไม่ได้ไปสักทางเลย เหมือนเราโดนตีมาอีกทางหนึ่ง”
ในฐานะหลานศิลปินกดดันมั้ย
จา – “กดดันแน่นอนครับ กลัวทำได้ไม่ดีเหมือนน้า ผมเข้ามาได้เพราะน้าก็จริงแต่ผมก็ต้องผ่านการสกรีนเทสต์เหมือนทุกคน แต่แค่เราโชคดีที่ผู้ใหญ่แนะนำ น้าก็บอกเสมอว่าไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ถ้าเรามัวแต่อ่านคอมเมนต์แง่ลบความคิดเราก็จะลบไปด้วยใครจะว่ายังไงก็ตามถ้าไม่ดีเราก็ปรับ ถ้าเขาสรรเสริญก็ขอบคุณเขา”
ทุกวันนี้ยังมีคำครหาที่เข้ามาได้เพราะน้า อยากเป็นจา สิงห์ชัย ที่ไม่ได้มีคำต่อท้ายว่าเป็นหลานน้ามั้ย?
จา – “ผมภูมิใจมากที่ได้เกิดมาเป็นหลานน้า ไม่ว่าคนจะพูดยังไงไม่เป็นไรครับ เราพิสูจน์ให้เขาเห็นจากการกระทำและผลงานเราก็พอ ถ้าเราไม่ดีด่าเรา อย่าไปด่าเขา”
ชีวิตในพาร์ตอื่นๆ ตอนนี้ล่ะ มีทัวร์คอนเสิร์ตไหม?
จา – “ก็มีมาเรื่อยๆ ครับ มีงานทัวร์ ส่วนมากก็จะไปกับน้าด้วย ช่วงล่าสุดที่น้าไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ก็ไปงานแทนน้าไปขายกาแฟให้เขา มีเซรั่ม กันแดด รองพื้น แล้วก็กาแฟของเขา”
ด้านความรักล่ะ?
จา – “ก็มีคุยๆ ครับ ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะว่าก่อนหน้านั้นก็เคยมีคบกันคนนึงแล้วก็เลิกกันไป ถ้าเราคาดหวังอะไรมากๆ พอผิดหวังเราก็จะเจ็บปวด จะเฟล ให้มันเป็นเรื่องของโชคชะตาแล้วกัน ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ”
ฝากงานเพลงกับแฟนๆ?
จา – “ขอบคุณพี่ๆ ที่เข้ามาฟัง กดไลก์ กดแชร์ ฝากผลงานเพลง อ้อมกอดที่ปลอดภัย ด้วยครับ ฟังได้ที่ช่อง YouTube GRAMMY GOLD OFFICIAL ครับ”
อชริญา บุญชู