วันที่ 16 มี.ค. ที่ ลานกิจกรรมด้านหน้าอาคารซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เจลอาบน้ำใหม่ล่าสุด “โพรเทคส์ ฟอร์ เมน ไอซ์ ช็อค…ระเบิดพลังความเย็นสะใจ” ซึ่งมี ‘หลุยส์ สก๊อต’ นักแสดงหนุ่มชื่อดัง มาร่วมงาน พร้อมเปิดใจหลัง ‘นุ่น-รมิดา’ แฟนสาว ไปออกรายการหนึ่งและยอมรับว่าอยู่ด้วยกันแล้ว
โดย หลุยส์ เผยว่า “คือที่เขาบอกหมายความว่า มาๆ ไปๆ ไม่ได้หมายความว่าอยู่กินกันแล้วฉันท์สามีภรรยา ซึ่งเราต้องตีโจทย์ให้มันถูกต้องก่อน อีกอย่างในยุคนี้คือยุคใหม่แล้ว ไม่ได้อยู่ในยุคบุพเพสันนิวาส คือเรามีความเข้าใจกันและมีกฎของเราอยู่แล้ว”
พอคนวิจารณ์แบบนี้ ซีเรียสไหม
“ไม่เลยครับ ผมว่าแต่ละคนมีความคิดและขอบเขตของตัวเขาเองด้วย บางคนอาจจะมองว่าไม่เหมาะสม ส่วนบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องโอเคเพราะก็มีกันเยอะที่เป็นแบบนี้ ผมว่าก็มีกลุ่มที่เข้าใจ แต่สำหรับเราคือเราแฮปปี้กับแบบนี้นะครับ”
วันที่นุ่นไปออกรายการ เขาได้กลับมาบอกเราไหมว่าพูดเรื่องนี้ออกไป
“ความจริงผมว่าพูดเรื่องนี้มันอาจจะมีกระแสข่าวด้วยที่มาเพิ่มเติม บวกใส่ไข่ ปรุงรสให้มันแซ่บขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตัวผมก็โทษเขาไม่ได้ เพราะเวลาเราไปเที่ยวไหนเราก็ไปด้วยกัน มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว อีกอย่างเราก็อายุเยอะกันหมดแล้ว เราก็มีความรับผิดชอบของเราเอง และก็มีขอบเขตอย่างที่ผมว่า เราคบกันในความสัมพันธ์แบบยุคปัจจุบันครับ ไม่ตีกรอบ”
เคยวางแผนว่าจะแต่งงานกันหรือเปล่า
“อันนั้นมันก็ต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว”
มีคนบอกมาว่าจะแต่งภายในปีนี้
“ใครบอกครับ (ยิ้ม) สำหรับปีนี้ผมว่ายังนะครับ แต่ผมก็พยายามจะคุยกับเขา กำลังเจรจา แล้วค่อยมาดูว่าเราจะตกลงกันได้ปีไหน ช่วงไหน ตอนนี้ก็มีแต่คนส่งรูปภาพมาให้ดูครับกับฉากแต่งงานในละคร คนก็จะชอบมาแซวๆ มากกว่า”
มีข่าวว่าได้ขอนุ่นแต่งงานแล้วที่ญี่ปุ่น
“อย่างที่ผมกล่าวไว้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ผมรู้สึกดีในจุดๆ หนึ่งกับเขา และผมก็อยากให้เขารู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเขา ก็มีของขวัญให้เป็นเรื่องปกติ ผมอยากจะแสดงความรักให้เขาเห็น”
เห็นว่าอยากมีครอบครัวและมีลูกแล้ว
“ใช่ครับ ความจริงเราก็อยากมี แต่เราลองมาคิดว่าเราจะทำหน้าที่นั้นได้ดีหรือยัง ถ้าทำได้ก็โอเค คือเรื่องนี้เราต้องมาคุยกันทั้งคู่เพราะมันไม่ใช่แค่ผม ฝ่ายผู้หญิงจะเป็นลำบากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเขาต้องแบกภาระนั้น ถ้าเขาคิดว่าเขาพร้อมแล้วเดี๋ยวค่อยมาคุยกัน เขาต้องเป็นคนมาบอกเราว่าเขาพร้อมแล้วนะ”
งานแต่งต้องเลื่อนแพลนออกไปจากที่เคยวางไว้ใช่ไหม
“จริงๆ งานแต่งมันยังไม่มีแพลนให้เลื่อนออกไปได้ เรายังไม่ได้แพลนว่าจะแต่งเมื่อไหร่ เพราะเท่าที่คุยกันตอนนี้ยังไม่มีน้ำหนักว่าจะแต่งตอนไหนหรือเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เราแค่คุยกันเล่นๆ ว่าอยากได้แบบนั้นแบบนี้ หากวันไหนเอาจริงเมื่อไหร่เราถึงต้องกลับมาคุยกันอีกทีครับ”
นุ่นเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากมีน้องก่อนแต่ง จะได้ควงไปงานแต่งพร้อมกัน
“ไม่นะ แต่ว่าผมก็ไม่ได้บล็อคไอเดียนั้น คือตอนนี้เราไม่ได้แพลนเรื่องตรงนี้ ถ้าเกิดเขามาเกิดก่อนเราก็โอเคได้อยู่แล้ว ตอนนี้เหลือแต่ผมต้องคุยกับเขาเท่านั้นเองว่าอยากจะแต่งก่อน หรืออยากจะมีลูกก่อน”
รู้ไหมว่าตอนนี้เรื่องงานแต่งของคู่เรากลายเป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว เพราะเจอกี่ทีก็ถูกถามตลอด
“เริ่มรู้สึกนิดๆ แล้วครับ แต่ถามว่ากดดันหรือเปล่า ก็ไม่ได้กดดันนะครับ เพราะบางอย่างเราตอบไปบ้างแล้วแต่ก็ยังคงวนกลับมาที่เดิม แสดงว่าคำตอบของเรายังคงไม่ได้เป็นคำตอบที่เขาต้องการ”
ได้คุยเรื่องอนาคตกับทางครอบครัวนุ่นบ้างหรือยัง
“แน่นอนครับ ได้คุยอยู่แล้วว่าตัวเราเองก็รับผิดชอบนะ”
แสดงว่าทางผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ซีเรียสหากนุ่นอยากมีลูกก่อนแต่ง
“เราไม่ได้ได้คุยไปถึงขนาดนั้นครับ แต่เขาก็พูดไว้ว่าฝากดูแลน้องด้วย”
ถามถึงเรื่องงานบอล 48 ปี ช่อง 3 เรากลับก่อน ทั้งๆที่แฟนคลับเตรียมเซอร์ไพรส์ให้
“เรื่องนั้นผมต้องขอโทษทุกคนด้วยครับ คือผมเจ็บตั้งแต่ 5 นาทีแรกแล้ว คือตอนที่เจ็บผมก็ยังคะยั้นคะยอเพื่อที่จะวิ่งต่อให้ได้ อย่างน้อยลงแล้วก็อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและก่อนที่เราจะแต่งตัวเพื่อขึ้นรถโชว์ละครบุพเพสันนิวาส ผมก็ออกไปแล้ว พยายามออกก่อน 20 นาทีที่เขามีจังหวะให้เราออก เราก็บอกขอลงก่อนเริ่มไม่ไหวแล้ว เริ่มเจ็บ เขาก็บอกให้ต่ออีกนิด ตอนท้ายเราโดนบุกก็เริ่มโดนจุดซ้ำมันก็เจ็บขึ้นๆ”
ทราบไหมว่ามีแฟนๆรออยู่
“อันนั้นไม่ทราบ จนกลับไปแล้วผมเลยส่งข้อความไปขอโทษทุกคนว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้”
เราอยากจะบอกอะไรกับแฟนคลับบางคนที่ไม่เข้าใจ
“ผมไม่รู้ว่าจะแจ้งเขายังไง จะรอจนสุดท้าย หรือจะบอกว่าบาดเจ็บให้พวกเขาออกมาก่อนทั้งๆ ที่เกมก็ยังไม่จบ เขาอาจจะกำลังสนุกอยู่กับตรงนั้นผมก็ไม่สามารถจะไปบอกให้เขาออกมาได้แล้วนะ ออกมาส่งผมได้แล้ว อันนั้นผมว่ามันเห็นแก่ตัวถ้าเราพูดแบบนั้น”
กลัวแฟนคลับจะเสียความรู้สึกกับเราไปเลยไหม
“ไม่รู้นะ ถ้าเขาเสียความรู้สึกไปตรงนั้นคือมันเป็นการเสียความรู้สึกที่เราเข้าใจผิดกัน ความตั้งใจของผมไม่ได้อยากจะให้มันออกมาเป็นแบบนั้น ผมอยากให้เขาสนุก อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ไปเชียร์เราแค่คนเดียว เขายังมีคนอื่นๆ ที่ชื่นชอบและอยากจะไปเชียร์ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าเกมหลังอีก 25 นาทีต้องออกมาส่งผมขึ้นรถ สำหรับผม ผมมองว่ามันเห็นแก่ตัว”


