จากกระแสความฟีเวอร์ของละคร “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 นอกจากจะส่งผลให้พระ-นาง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า-ราณี แคมเปน รวมไปถึงทีมนักแสดงโด่งกังกันถ้วนหน้าแล้ว ยังต่อเนื่องไปถึงเพลงประกอบซึ่งมีชื่อเดียวกับละครว่า “บุพเพสันนิวาส” ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน หลังจากที่เจ้าของเสียงต้นฉบับในละครซึ่งขับร้องโดย ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช อีกหนึ่งนักร้องคุณภาพของเมืองไทยเป็นผู้ถ่ายทอดเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นดราม่าเมื่อถูกแฟนๆ ละครติติงมาว่าร้องได้ไม่เพราะ อีกทั้งยังเป็นจุดบอดจุดเดียวของละครเรื่องดังอีกด้วย

เท่านั้นไม่พอหนุ่ม ‘ไอซ์’ ยังถูกเปรียบเทียบกับนักร้องเสียงหวาน กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ที่นำเพลง “บุพเพสันนิวาส” ไปร้องคัฟเวอร์ แถมเป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนละครมากกว่า เนื่องด้วยสำเนียงการเอื้อนที่ดูมีความเป็นไทยเข้ากับเนื้อหาของละคร

ล่าสุด! วันที่ 20 มี.ค. “ข่าวสดออนไลน์” ต่อสายตรงถึงนักร้องหนุ่ม ‘ไอซ์’ เพื่อสอบถามถึงประเด็นที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ เจ้าตัวกล่าวว่า “ผมรู้สึกเกรงใจช่อง 3 , บรอดคาซท์ฯ, พี่เที้ยง-วิเชียร คนทำเพลง และพี่หนึ่ง-ณรงค์วิทย์ คือไอซ์ค่อนข้างระวังเรื่องนี้พอสมควร ส่วนตัวอยู่วงการมา 15 ปี จะหลีกเหลี่ยงประเด็นดราม่าทั้งหมด ยกเว้นข่าวเรื่องผลงาน ถ้าไอซ์มีผลงานใหม่ๆ ก็อยากที่จะบอก ซึ่งพอมันเกิดเรื่องนี้ ความรู้สึกแรกไอซ์เกรงใจคนทำงานทุกฝ่าย เพราะไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นมาจากตรงไหน แต่สารที่มันมาถึงไอซ์บอกว่าทุกอย่างดีหมดเลย ยกเว้นเพลงประกอบละคร มันเป็นเรื่องที่พูดลำบาก แต่ในมุมของไอซ์ที่ได้รับหน้าที่ตรงนี้ก็พยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว ดีใจและภูมิใจที่ได้ทำ จริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าได้ร้องเพลงนี้ ได้คุยกับพี่หน่อง(อรุโณชา), พี่เที้ยง และพี่หนึ่ง(ณรงค์วิทย์) ได้มีโอกาสเห็นตัวละครก่อนนิดนึง เพราะว่าเราต้องเป็นคนร้อง ต้องรู้เรื่องราว สิ่งที่เราได้รับการสื่อสารมา คือเขาต้องการคนที่ร้องเพลงป๊อปวัยรุ่นมาร้องเพลงนี้ แต่การบ้านที่ยากของเพลงนี้คือ ต้องร้องออกมาเป็นเพลงป๊อป แต่ให้มีกลิ่นความเป็นไทยด้วย ซึ่งไอซ์เลยทำงานร่วมงานกับพี่เที้ยงและพี่หนึ่ง

นักร้องหนุ่มกล่าวต่อว่า “ส่วนตัวได้ถามว่าทำไมถึงเลือกไอซ์มาร้องเพลงนี้ ได้คำตอบว่าทั้งพี่เที้ยงและพี่หนึ่งที่ไอซ์เคยร่วมงานด้วย รวมถึงพี่หน่องมีความเห็นเหมือนกันว่าน่าจะเป็นไอซ์ที่สามารถร้องเพลงป๊อปและมีความเป็นไทย เรียกว่าร่วมสมัย พอได้ยินแบบนี้มันเป็นเกียรติกับไอซ์มาก วันที่มาอัดจริงๆ มันยากพอสมควรกับทำเพลงนี้ ตอนที่ไอซ์ได้โจทย์เพลงนี้มา ไปอัดตอนแรกเราก็ร้องให้มันออกมาไทย ตอนแรกเอื้อนเป็นเพลงเดิมเลย แต่พอไปอัดพี่เขาบอกว่าไม่ใช่ มาผิดทาง พี่เขาบอกว่าไม่ได้ต้องการให้ไอซ์มาร้องเพลงไทยเดิมหรือลูกกรุง เขาต้องการให้ไอซ์ร้องเพลงป๊อป แต่มีกลิ่นของความเป็นไทย มันยากมาก ใช้เวลาอยู่ในห้องอัดพอสมควร วันที่เข้าห้องอัดมีทั้งพี่เที้ยง พี่หนึ่ง และพี่หน่อง มาร่วมควบคุมอัดในวันนั้น กว่าที่งานจะออกมา มันกลั่นกรองมาแล้วจากคนทำงานทั้งหมด เส้นของเพลงมันยากมากเพราะเริ่มต้นด้วยคีย์ที่ต่ำมากและดีดไปคีย์ที่สูงมาก ซึ่งทุกอย่างกว่าที่จะออกมาเป็นเพลงนี้ มันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่เราได้ร้อง แต่พอมันมีกระแสแบบนี้กลับมาก็แอบเกรงใจทุกฝ่ายครับ”


สำหรับเรื่องที่คนก็เปรียบเทียบกับ ‘กัน นภัทร’ ที่ร้องคัฟเวอร์ว่าไพเราะกว่า ‘ไอซ์’ กล่าวว่า “มันมีหลายเวอร์ชั่นมากที่คนนำเพลงนี้ไปคัฟเวอร์ ไอซ์กับกันเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก ไอซ์ไม่ติดเรื่องนี้เพราะว่าการคัฟเวอร์ใครจะทำก็ได้ ไอซ์มองว่าถ้าเพลงเป็นที่น่าสนใจ แล้วไม่ว่าใครจะเอาไปคัฟเวอร์มันเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่สุดแล้วคนที่ร้องเพลงเพราะเต็มไปหมดในโลกใบนี้ สมมุติคัฟเวอร์แล้วเพราะกว่าไอซ์ก็ไม่ติด เพราะในที่สุดแล้วไอซ์ก็ไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเพราะที่สุด มีคนที่ร้องเพลงเพราะกว่าไอซ์เยอะแย่ อย่างน้อยๆ การที่เขาเอาไปคัฟเวอร์มันเหมือนเป็นการเอาเพลงไปบอกต่อ คนที่ฟังเพลงคัฟเวอร์เพราะกว่า เขาก็ย้อนกลับมาฟังเพลงต้นตำหรับอยู่ดีว่าไอซ์ร้องเป็นอย่างไร อันนี้ไม่ซีเรียสเลย แต่ประเด็นเดียวที่ทำให้ไอซ์รู้สึกเกรงใจทุกๆ ฝ่ายว่าเพลงไม่เพราะเอาเสียเลย ขัดหู ไม่หวานเอาเสียเลย ไอซ์เลยรู้สึกเกรงใจ เพราะว่าละครมันประสบความสำเร็จมาก ทุกอย่างคือดี แต่สิ่งที่ไอซ์ได้รับคือจุดบอดจุดเดียวเลยของละครเรื่องนี้”

“เรื่องนี้คุยกับผู้ใหญ่แล้ว พี่หนึ่งน่ารักมาก เขาบอกถ้ามันจะมีจุดบอดใดๆ สักจุดนึง น่าจะเป็นจุดบอดในใจของคนฟังมากกว่า ไอซ์อย่าไปคิดอะไรมาก แต่ก็เข้าใจว่าพอละครมันออกมาทุกคนจะตีความว่าทำไมร้องไม่ไทยเลย มันต้องไทยกว่านี้สิ ตรงนี้ไอซ์ไม่มีโอกาสอธิบายเลยว่ามันเป็นวัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะพี่หน่องตั้งใจทำละครให้ร่วมสมัย นางเอกเป็นคนยุคปัจจุบันย้อนไปในอดีต เพลงนี้ไม่ได้แทนตัวนางเอกหรือพระเอก แต่แทนทั้งเรื่อง ฉะนั้นเพลงที่แทนทั้งเรื่องเขาต้องการให้มีความร่วมสมัย ตอนที่เข้าไปอัดตอนแรกท่องที่ร้อง ฮื้อ ฮือ…. ไอซ์ฝึกมาร้องเป็นไทยเดิม เขาก็บอกว่าไม่เอา ไอซ์ผิดทาง แต่ในที่สุดพอเพลงออกมาแล้ว คนฟังบอกว่าไอซ์ผิดทางต้องร้องเป็นไทยเดิม มันยากแท้ หยั่งถึงใจคน แต่ไอซ์มองว่าทุกอย่างที่ทำมันคืองานศิลปะ ซึ่งงานศิลปะไม่มีถูกไม่มีผิด เขามีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบ มีสิทธิ์ที่จะเห็นต่าง ในที่สุดไอซ์พยายามอธิบายว่าพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และทำตามโจทย์ที่ไอซ์ได้รับมอบหมาย ส่วนที่มันไม่ตรงจริตคนฟังหลายคน ไอซ์ต้องขอโทษด้วยจริงๆ และไอซ์อยากขอบคุณคนที่ให้กำลังใจเยอะมาก แต่มองในแง่ดีเพลงนี้มันก็ขึ้นอันดับหนึ่งทั้งหมด” นักร้องหนุ่มกล่าว

ขอบคุณภาพ IG : icesaranyu gunnapat23

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน