วันที่ 27 มี.ค. ที่บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด “ยิ่งยง ยอดบัวงาม” ลูกทุ่งชื่อดัง มาร่วมพิธีบวงสรวงละคร “ฟ้าฝากรัก” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์อัพเดตความคืบหน้าเรื่องคดีความฉ้อโกงประชาชน
โดยยิ่งยงเผยว่า “ตอนนี้ทางโรงงานก็รับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนหมดแล้ว เหลืออ่านสำนวนเสร็จก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนาย ถามว่าตอนนี้สบายใจขึ้นไหม มีความสุขมาก สบายใจ เราก็ดีใจที่ทางผู้เสียหายได้เงินคืน”
แสดงว่าช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเลย
“ไม่ครับ คนเราบางทีก็ไม่รู้วิบากกรรมของตัวเอง เหมือนเราขับรถไป เราไม่รู้ข้างหน้าเป็นอุบัติเหตุ ผมว่าทุกคนทำงานก็เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่บางสิ่งบางอย่างที่เราทำ มันเป็นประสบการณ์ให้กับเรา ผมคิดเสมอว่าปัญหาคือปัญญา วิกฤตคือโอกาส อย่างน้อยเราก็มีโอกาสได้บอกกับสังคมว่า เราไม่ได้มีเจตนาจะไปหลอกลวงใครอย่างที่เป็นข่าว ดังนั้น เราถึงบอกว่า อย่างน้อยเราไม่ได้เป็นโรคร้าย ถ้าเป็นโรคร้ายแล้วนอนอยู่โรงพยาบาลไม่ได้บอกใคร บอกใครก็แก้ไขไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเรื่องทั้งหมดทั้งมวลแก้ไขได้ เรามีโอกาสได้แก้ไข”
บริษัทคืนเงินไปหมดแล้ว ในส่วนที่เป็นชื่อของเราต้องดำเนินการอย่างไร
“ดำเนินการในเรื่องยื่นอุทธรณ์ครับ ต้องไปขึ้นศาลอีกทีวันไหนยังไม่ทราบ เพราะตอนนี้รอสำนวนเสร็จและอ่าน แล้วก็รอทนายมาเขียนอุทธณ์ สภาพจิตใจก็ดีขึ้น เรามีความสุขในเรื่องของจิตใจ เพราะที่ผ่านมามีเครียดบ้าง แต่เวลาทำงานเราก็ทิ้งมัน คือทุกคนบอกพี่ยงทำงานดูไม่เครียด คือเวลาทำงานคือเรื่องงาน เวลาสนุกคือสนุก เราจะมาเก็บความทุกข์ไว้ที่ตัวทำไม เพราะเวลาเล่นละครมันต้องจริง แต่ถ้าเราเอาความเครียดไปเล่นในละครมันก็ไม่สนุก”
ความคาดหวังที่จะชนะคดีมีเยอะไหม
“ตรงนี้พี่ไม่ก้าวก่าย ต้องอยู่ที่ทางทนาย ต้องให้เขาดำเนินการ ผมว่าสิ่งที่ผ่านมาเราแก้ไขไม่ได้ อดีตเราแก้ไขไม่ได้ แต่อนาคตก็อยากให้ทุกคนให้โอกาสว่าพี่ไม่ได้เป็นคนแบบที่เป็นข่าว”
เราไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ กลัวรายได้หดหายไปเยอะไหม
“ก็เยอะเหมือนกัน แต่ช่างมันเถอะ ถ้าใครเป็นแบบพี่ แม้กระทั่งเจ้าภาพเองก็ไม่มั่นใจ ขนาดงานในเมืองไทย อย่างทางวัดเขายังต้องโทรถามว่ามาวัดได้หรือเปล่า เราบอกมาได้ เพราะเราไม่ได้อยู่ในคุกมาไหนไปไหนปกติได้ งานเราก็รับปกติครับ เพราะเรามีงานละคร งานซิทคอมอยู่แล้ว แต่งานที่เข้ามาก็มีงานคอนเสิร์ตในช่วงที่เป็นเทศกาลสำคัญๆ”
เราสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เมื่อไหร่
“ยังครับ ต้องรออุทธรณ์ก่อน อุทธรณ์ผ่านแล้วจะไปไหนก็ได้ ถามว่าหลังจากเจอเหตุการณ์นี้เข็ดไหม ทำให้เราต้องมีสติมากขึ้น ทำให้เรามีวิธีคิดมากขึ้นว่าต่อไปทำอะไรกับใครต้องมีอะไรบ้าง สัญญาอะไรอย่างไร ชัดเจนขนาดไหน เราไม่เกี่ยวพันตรงนี้อะไรแบบนี้ บางทีเราไม่ได้คิด คิดแค่ว่าไม่เป็นไร แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้”
แสดงว่าเรื่องราวครั้งนี้เป็นบทเรียนให้กับชีวิต
“ครั้งยิ่งใหญ่เลย ผมว่าไม่ตายก็เหมือนตาย แต่ยังมีโอกาสที่จะมาแก้ไขได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ร่วมหุ้นกับใครอีก แต่ต้องดูว่าอะไรที่มันเป็นไปได้ อย่างเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ต้องดูว่าได้ขนาดไหนที่เราไม่ได้มีส่วนตรงนั้น เพราะเราไม่ได้บริหารจัดการอยู่แล้ว เรามีส่วนทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ก็โอเค และขอแจ้งเรื่องผมจะบวชวันที่ 6 เม.ย. ปลงผม เวลา 13.00 น. ที่วัดแม่ย่าซอม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว และวันที่ 7 เม.ย. บวช เวลา 09.00 น. ที่วัดหนองกะพ้อ อ.เมือง จ.สระแก้ว ได้ฤกษ์สึกวันที่ 23 เม.ย. ครับ”
บวชเพื่อชำระล้างสิ่งไม่ดีหรือเปล่า
“ไม่หรอก ที่บวชเพราะอยากบวชอยู่แล้ว เพื่อให้มันมีความสบายใจขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น คือตอนนี้ไม่เครียด ไม่ซีเรียสเลย ปล่อยวางแล้ว อยากตั้งใจที่จะทำอะไรให้กับสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเรา มีอยู่วันนึงที่มันมีปัญหา พอนอนก็นอนไม่หลับ เหมือนแม่มาบอก แม่พี่เสียไปแล้วนะ ตั้งแต่เด็ก แล้วแม่จะชอบให้พี่บวชมาก ถ้าพี่บวชเมื่อไหร่เขาจะมีความสุขมาก พี่เคยบวชเณร และบวชพระครั้งเดียวแค่นั้นเอง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 บวชยาวกว่าครั้งแรก ครั้งแรกบวชแก้บน เพราะไปบนไว้ว่าถ้าเป็นนักร้องจะบวช ก็บวช 9 วัน แต่ครั้งนี้ไม่ได้บนอะไรไว้ แต่เราอยากบวช บวชให้มันมีความสุขด้วยตัวเราเอง”
ไม่ได้บวชเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใช่ไหม
“ก็นี่แหละ มันคือความทุกข์ที่เข้ามาหาเรา ฉะนั้นพอมีความทุกข์เราก็อยากจะบรรเทาทุกข์ให้ตัวเอง งานบวชก็เป็นสิ่งที่ชาวพุทธถือว่าใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนที่เป็นชาวพุทธ ถามว่ากลัวจะบวชยาวไม่สึกไหม เราทำไม่ได้ ยังมีงานรออยู่ เพราะกว่าเราจะล็อกวันบวชได้ กว่าจะเคลียร์งานได้ ก็บอกพี่หน่อง-อรุโณชาว่าสึกมาถ่ายละครผมน่าจะยังสั้น ขอให้ทุกคนอโหสิกรรมให้ผมด้วยนะครับ สาธุ”