วันที่ 2 เม.ย. ที่ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์กรุงเทพฯ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดงานแถลงข่าวลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOU) โครงการ “พลังคนไทย สุขาสุขใจ สร้างสุขา” โดยในงานมีพระเอกหนุ่ม ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี มาร่วมงาน


หลังจบงานพระเอกหนุ่มได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่หันมาเล่นเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเอง หลังจากให้แฟนคลับดูแล โดยเผยว่า “จริงๆ ผมก็ไม่เคยคิดว่าผมจะมีโซเชียลฯ แต่ตอนนี้มีทีมที่เป็นแอดมินคอยช่วยกระจายข่าวทุกช่องทาง ทั้งอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทู้บ ซึ่งมันเป็นผลพลอยได้มากจากฐานแฟนคลับเดิมที่เขาเคยทำมาให้แล้ว และตอนนี้เขาก็เห็นว่าน่าจะยกให้ทีมงานผมทำ เราเหมือนสืบทอดเจตนารมณ์ต่อจากเขาก็ต้องขอบคุณมากๆ”

กลัวคนจะมองว่าเรามีปัญหากับกลุ่มแฟนคลับไหม?
“ผมไม่มีปัญหาอะไรกับกลุ่มแฟนคลับแน่นอน ถึงเขาจะสร้างเพจที่มีคนติดตามเยอะมาให้ก็ตาม เพราะมันเป็นความเต็มใจของเขาที่อยากทำให้ผม ตอนนี้ถึงผมมาทำเองแต่ก็ยังมีกลุ่มแฟนคลับเดิมเป็นที่ปรึกษาให้อยู่ ดังนั้นหลังจากนี้พอผมมีผลงานหรือการเดินทางอะไรก็จะได้รู้กัน เลยคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่เราอยากจะบอกทุกๆ คนและเปิดประสบการณ์ต่างๆ ให้ทุกคนได้เรียนรู้พร้อมกัน นอกเหนือจากรายการเนวิเกเตอร์ที่ผมทำ เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนต้องคอยทุกๆ วันหยุดนักขัตฤกษ์ถึงจะได้ชมกัน แต่ยังไงก็ยังเป็นสไตล์ของผมที่ไม่มีอะไรหวือหวา ผมก็มีโพสต์โซเชียลฯ เองบ้าง แต่ยังต้องให้ทุกคนสอนผมอยู่ จริงๆ การเล่นโซเชียลฯ ไม่ยากและไม่ง่ายเพียงแต่ต้องมีเวลา แต่ผมไม่ค่อยมีเวลามาเล่นเทคโนโลยีอะไรพวกนี้เท่าไหร่ ในมุมมองผมถ้าสิ่งที่ดีมันก็ดี แต่ถ้าทุกคนไม่เข้าใจก็อาจจะผิดไป ฉะนั้นก็ต้องคิดและรอบคอบให้มากขึ้นด้วย”

ที่หันมาเล่นโซเชียลฯ เพราะกลัวกระแสนิยมของตนเองจะลดลงหรือเปล่า?
“ผมไม่ได้กลัวความนิยมของตัวเองลดลง อยู่มาจนถึงขนาดนี้แล้ว(ยิ้ม) จริงๆ ไปสังเกตได้เลยว่าผมลงโซเชียลฯ ไม่ได้ลงถี่หรือผิดไปจากเดิม มันเหมือนเมื่อก่อนที่แฟนคลับผมลง เพียงแต่ตอนนี้เราได้มีโอกาสมาคัดกรองเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราอยากบอกอะไรก็บอกได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยน่าจะเกิดประโยชน์อะไรบางอย่างให้กับคนทั่วๆ ไปที่อยากจะศึกษาธรรมชาติ คือทุกอย่างเดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไป เราก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับยุค โดยที่เราไม่ได้ผิดจากคาแร็กเตอร์เดิมของเรา”

ถามถึงเรื่องที่ ‘พีช-สิตมน’ ลงรูปติ๊กเล่นน้ำกับลูก แต่คงโฟกัสที่ซิกซ์แพ็กคุณพ่อมากกว่า?
“อันนั้นภรรยาผมว่าเขาอยากให้โมเม้นต์ของพ่อลูกที่มีกิจกรรมด้วยกัน ผมอยากสอนให้เขาว่ายน้ำจะได้รู้จักเอาตัวรอดได้เวลาไปเที่ยวทะเลหรือสถานที่ที่เป็นน้ำ ส่วนที่คนชมหุ่นผมก็ขอบคุณ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ผมเองต้องยกความดีความชอบให้ละคร ‘เพื่อนซี้ผีมือปราบ’ เพราะจะมีฉากโชว์หุ่น เลยทำให้เรามีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น แต่พอผ่านฉากนี้ไปผมก็ปล่อยแล้ว คือละครแทบทุกเรื่องมันก็จะมีตอนที่เราโชว์หุ่นนิดๆ หน่อยๆ อยู่แล้ว”

ถ้ามีนิตยสารติดต่อมาให้ไปถ่ายแบบรับไหม?
“ผมก็คงต้องขอเวลาฟิตหุ่นสักประมาณปีนึง สำหรับเรื่องเลี้ยงลูกตอนนี้ผมกับพีชมีอะไรก็จะช่วยกัน เพราะภรรยาผมก็ต้องดูแลลูกทั้งสองคนเลย แต่คนเล็กจะเลี้ยงง่ายหน่อย ผมก็สบายขึ้นเพราะเราผ่านอะไรมาพอสมควร เข้าใจและปล่อยอะไรได้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผมต้องดูแลน้องเต็นท์มากกว่าเพราะเขามีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว มีความต้องการและความสงสัยเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นเราต้องเอาลูกคนโตเป็นหลักก่อนเพราะรู้เรื่องแล้ว คือเขาจะรู้สึกว่าไม่อยากให้ใครมาแย่งความรักไปจากเขา ในฐานะของพ่อแม่ก็ต้องให้เขารู้สึกว่าเรารักเขาเท่ากัน แต่ลูกๆ ไม่ได้ทะเลาะกันเพราะเขาอายุห่างกันเยอะ น้องเต็นท์ก็ยังไม่ได้ช่วยเลี้ยงน้อง มีแค่ดูแลแตะๆ จริงๆ แนวทางการเลี้ยงลูกของผมคือให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ อยากให้เขาเติบโตมาเป็นเด็กที่ดี มีภูมิคุ้มกันในเรื่องของสังคม และมีอะไรที่ดีๆ เราก็พยายามถ่ายทอดให้เขาครับ”

ขอบคุณภาพ IG : peachystarlight, tik_pholdee

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน