เบาตัวขึ้นอีกนิด หลังเรียนจบปริญญาโทคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำหรับนางเอกสาว ‘น้ำตาล’ ทิพานารี วีรวัฒโนดม ที่ก่อนหน้านี้เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยหนักมาตลอด 3 ปี
วันนี้นางเอกสาวมาพูดคุยถึงแพลนหลังเรียนจบ และสถานะหัวใจ

เป็นไงบ้างเพิ่งเรียนจบปริญญาโท?
น้ำตาล – “ดีใจมากๆ ค่ะ บางคนอาจสงสัยว่าไปเรียนตอนไหน เห็นแต่ทำงาน จริงๆ เรียนมาจะ 3 ปีแล้ว ควรจบเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เป็นช่วงโควิดมีล็อกดาวน์ ก็เรียนแบบทั้งออนไซต์แล้วเรียนไม่ได้ ต้องมาเรียนออนไลน์ ดังนั้นการลงพื้นที่ทำวิจัยเป็นเรื่องที่ยากมากๆ”
“คือน้ำตาลได้ทุนเรียน ไม่ได้หมายความว่าการเป็นเด็กทุนแล้วจะไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ต้องทำการบ้าน ไม่ต้องส่งงาน เป็นไปตามกระบวนการเหมือนเพื่อนคนอื่นเป็น เพราะฉะนั้นมันจะยากมากๆ ซึ่งช่วงสองปีก่อนหน้านี้เรารับละครหนักมาก อย่างปีนี้แพลนไว้เลยว่าจะเล่นละครแค่ไม่กี่เรื่อง เพื่อให้ในแต่ละเรื่องมีคุณภาพมากที่สุด”

เรียนโทด้านไหน?
น้ำตาล – “คณะเดิมเลยค่ะ แต่เป็นศิลปกรรมเกี่ยวกับศิลปะศึกษา ตอนป.ตรี เรียนเป็นการแสดงและกำกับการแสดง คือเกี่ยวกับละครเวที แต่ป.โทเนี่ยเราสามารถไปเป็นครูในโรงเรียนได้ แต่ต้องสอบบรรจุก่อน ถ้าสมมติอนาคตซึ่งยังไม่มีแพลนจริงๆ มีคนบอกว่าเรียนต่อเอกมั้ย เพราะต่อเอกสามารถเป็นครูมหา’ลัยได้ แต่ตัวเองยังไม่พร้อม ในอนาคตจริงๆ ก็อยากเป็นครูเหมือนกัน อยากถ่ายทอดอยากสื่อสารความเป็นศิลปะการแสดงให้น้องๆ ได้ทำผลงานดีๆ ต่อไป”

แพลนหลังเรียนจบ?
น้ำตาล – “ตอนนี้เริ่มอยากมีธุรกิจ แต่ยังคิดไม่ออก ซึ่งตอนนี้ยังแพลนเดิมว่าเตรียมตัวทำซีรีส์เรื่องใหม่ ที่ทุกคนรู้กันว่าน้ำตาลไปเล่นเกิร์ลเลิฟ (Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก) ซึ่งเรื่องนี้น้ำตาลตั้งใจไม่แพ้เรื่องอื่น แล้วก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเหมือนมีความคาดหวังของแต่ละคนเข้ามาเยอะมากก็อยากให้ทุกคนรอคอย แล้วก็ติดตาม เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ”

ทำหลายอย่างขนาดนี้ มีเวลาให้หวานใจไหม?
น้ำตาล – “คือพอในหัวมันผ่านช่วงนึง มันไม่ใช่เราจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดนะ แต่พอโตขึ้น เราถึงได้รู้ คือการมีคนรักอะมันดี แต่การอยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกัน ความสุขเราตอนนี้หาได้จากหมา การรีบกลับไปเจอหมาที่บ้าน การได้กลับไปกินข้าวกับพ่อแม่ เพราะเราไม่ค่อยได้เจอกัน หรือการได้ไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะแค่ทุกวันนี้จะแบ่งเวลาให้นอน ยังแทบไม่มี”
“สมัยเด็กเคยตั้งไว้ว่าจะแต่งงานตอนอายุ 25 แต่ตอนนี้ไม่มีเรื่องนั้น อยู่ในหัวเลย เหมือนอยากทำตัวเองให้ดีพอก่อน ถ้าสมมติ มีความรัก เราไม่ได้ต้องการให้เขามาดูแลเรา 100% เราอยากดูแลตัวเองได้ ถ้าวันนึงจะต้องแยกจากกันเราจะได้ยืนได้ด้วยขาของเรา จากประสบการณ์ผ่านๆ มานะ ก็เลยบอกทุกคนว่า ณ ตอนนี้มีเรื่องอื่นให้โฟกัสเยอะมากกว่าที่จะมาโฟกัสเรื่องความรัก ซึ่งก็ยังมีความสุขอยู่”

พ่อแม่พี่ชายหวงไหม?
น้ำตาล – “อายุ 27 จะ 28 แล้ว เขาไม่หวงแล้ว แต่เขาห่วงเรื่องสุขภาพมากกว่า ถ้าเทียบในวงการอาจจะยังไม่ได้แก่มาก แต่กำลังจะเข้าเลข 3 เนี่ยเป็นเรื่องที่แบบ…คือผู้ใหญ่จะบอกว่าอย่าเพิ่งมีแฟนนะเรียนจบค่อยมี แต่พอเรียนจบก็ถามว่าเมื่อไรจะแต่งงาน”
“คือสมัยนี้มันเหมือนต้องเลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจจริงๆ แล้ว ณ วันนี้ยังไม่รู้เลยว่าถ้าเปิดโอกาส ให้เข้ามา เราจะทำให้อีกคนนึงเสียเวลารึเปล่า เพราะด้วยสายงานในวงการ มันยากจะมีคนเข้าใจจริงๆ เป็นปัญหายุบยิบที่ถ้ามากระทบความรู้สึกแล้ว มันทำให้งานเสีย ณ ตอนนี้น้ำตาลโฟกัสงานและตัวเองมาก เพราะเราเคยโฟกัสความรักมากๆ มันเหมือนแบบ ถ้างานดีความรักจะไม่ดี แต่ถ้าความรักดี มันก็เหมือนแบบต้องแลก เลยรู้สึกว่า ณ วันนี้น้ำตาลมีความสุขกับการทำงานมากกว่า”


แล้วในอนาคต คนแบบไหนจะชนะใจเราได้?
น้ำตาล – “ตอนเด็กๆ เราจะเลือกที่หน้าตา โตขึ้นมาจะเลือกที่นิสัยดี แต่สุดท้ายคนที่ใช่มันจะมาในเวลาที่ใช่เอง โดยที่เราจะรู้ว่าสเป๊กที่วางไว้ทั้งหมดมัน ไม่จำเป็น มันอยู่ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ซัพพอร์ตกันและกันในสายงานตัวเอง อยู่แล้วไม่เป็น toxic relationship คนนั้นนั่นแหละจะเป็นคู่ชีวิต หมายถึงเราเองก็ไม่ toxic กับเขาด้วย เป็นความสัมพันธ์ที่ Healty ทั้งคู่ถึงจะอยู่กันได้ยาว”
“ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือคนที่ศีลเสมอกับเราค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล