แต่งปุ๊บปั๊มลูกเลย “โจอี้ บอย” จูงมือ “เตย เมษินี” เปิดใจหลังเข้าพิธีวิวาห์ ให้คำมั่นจะดูแลด้วยชีวิต เผยจุดเริ่มต้นความรัก เจ้าสาวอายุห่าง 14 ปีแต่เอาอยู่หมัด
หลังจากที่แร็พเปอร์รุ่นใหญ่ โจอี้ บอย สละโสดควง เตย เมษินี แฟนสาวคนสวยนักการตลาดที่อายุห่าง 14 ปี เข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น ของครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย รวมไปถึงญาติผู้ใหญ่ และเพื่อนสนิททั้งใน และนอกวงการที่มาร่วมยินดีกับความรักของทั้งคู่
ล่าสุด 3 ส.ค. 67 โจอี้บอย ได้จูงมือเจ้าสาวจัดพิธีฉลองวิวาห์ขึ้นที่ TRIBE Sky Beach Club At Emsphere โดยก่อนที่งานจะเริ่ม แร็พเปอร์หนุ่มได้พาเจ้าสาวมาแนะนำกับสื่อมวลชน และสัมภาษณ์เปิดใจถึงเส้นทางรัก
มารู้จักกันได้ยังไง
โจอี้ บอย : ขำมากเลยนะ ต้องขอบคุณ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก (หัวเราะ) (ใครทักใครก่อน?) ยังเถียงกันจนถึงทุกวันนี้ว่าใครทักใครไป แต่ว่าผมน่าจะเป็นคนทักหาเขา ถ้าทักไปจีบก็คงเป็นผมเลย
คบกันมากี่ปีแล้ว?
โจอี้ บอย : ประมาณ 4 จะ 5 ปีแล้ว
ตอนรู้เป็นว่าเป็นโจอี้ บอยทักมาเรารู้สึกยังไงบ้าง?
เตย : ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ก็รู้สึกว่าคุ้นๆ ว่าเขาน่าจะเป็นคนนี้แหละค่ะ (ตอนแรกแอบคิดไหมว่าเฟซปลอมหรือเปล่า?) ก็แอบมีคิดเหมือนกันนะคะ แต่ดูแล้วก็ไม่ใช่
โจอี้ บอย : (หัวเราะ) ใครจะปลอมเป็นโจอี้ บอย ปลอมเป็นณเดชน์ มาริโอ้ ดีกว่า
เตย : พอเขามาคุยก็สุภาพดี เป็นคนน่ารักค่ะ
เรียกว่ารักจริงหวังแต่งเลย เพราะเคยแต่งเพลงให้เขาบอกว่ารักจริงหวังแต่ง?
โจอี้ บอย : จริงๆ แล้ว ตอนไปจีบก็ยังไม่รู้หรอก จีบกันไปเรื่อยๆ ปีแรกๆ ผมก็ยังเกกมะเหรกเกเรอยู่เลย ก็ค่อยๆ มันใช้เวลานี่แหละ ที่เหมือนกับเขารู้นิสัยเราจริงๆ แล้วเขาก็ดีลกับมันแบบสุดยอดเลย
จริงๆ เตยรู้ไหม หรือก็ไปตามสัญชาตญาณ?
เตย : (ยิ้ม) มันน่าจะเป็นวิธีการสื่อสารมากกว่าค่ะ ถ้าเราอยากให้ใครทำอะไร ก็ต้องมีวิธีการสื่อสารให้ดี แค่นี้เอง
โจอี้ บอย : ปีแรกๆ เกเร เขาตั้งชื่อโทรศัพท์ชื่อผมอ่ะ (หัวเราะ) มีวันนึงเขาหาโทรศัพท์ไม่เจอ ผมก็กดไป ไปเจอตี๊ดๆๆ ตั้งว่าอะไรนะ (หันไปตามเตย) ‘ไอ้ห่านี่เป็นไรอ่ะ’ (หัวเราะ) ก็โมโหทำไมตั้งชื่อกูแบบนี้ (หัวเราะ) แล้วมันก็รู้ตัว สะท้อนที่เราทำตัวไม่ดี เราก็รู้สึกว่าต้องมุมานะเพิ่ม แล้วก็ค่อยๆ เรียนรู้กันเพิ่ม มันก็มีวันนี้ครับ
เตยคิดไหมจากวันที่เขาเกเรจะมามีวันนี้?
เตย : ไม่คิดเลยค่ะ
โจอี้ บอย : ต่างคนต่างไม่คิดนะ ตัวเองก็รู้สึกไม่อยากจะแต่งงาน หรือจริงจังมากๆ ก็ลองคบกันดูเฉยๆ
เตย : เพราะว่าพี่เขาซนจริงๆ แต่ว่าเขาก็เป็นสไตล์ผู้ชายค่ะ มีมุมของเขา แต่เตยเชื่อว่าสำหรับทุกๆ คนมันไม่ใช่เรื่องยาก เราแค่เปลี่ยนความคิดแล้วปรับการสื่อสารให้เหมาะกับเขา
โจอี้ บอย : อย่างเช่นเขาไม่เคยห้ามผมออกไปเที่ยวกลางคืน เขาจะมีวิธี เดี๋ยวเราจะทำอาหารอันนี้ให้กิน กลับมากินไหม เดี๋ยวเย็นนี้กินข้าวด้วยกันไหม เราก็ต้องชั่งน้ำหนัก ว่าเราจะไปดีไหม มันเป็นวิธีการดีลของเขาที่ไม่ห้ามผมทำอะไรทั้งสิ้น
วันนี้ต้องร้องเพลง ‘หยุด’ เลยไหม?
โจอี้ บอย : เดี๋ยว บุรินทร์ มาร้องให้ เขาเล่นคอนเสิร์ตอยู่ฝั่งตรงข้าม บอกว่าเล่นเสร็จแล้วกรุณามาร้องเพลงนี้ ในงานแต่ง เพราะเราเขียนไปในเพลงเขานะ
หลายคนเซอร์ไพรส์มาตั้งแต่ปล่อยภาพพรีเวดดิ้ง?
โจอี้ บอย : คบกันมาได้สักพักแล้วรู้สึกว่ามันถึงเวลา แต่งงานกันดีกว่า เรารู้สึกว่าอยากแต่งงานด้วย เป็นแพลนที่เรามองกันมานานแล้ว ไม่ได้ปุ๊บปั๊บ แต่อยู่ๆ ที่ปุ๊บปั๊บเพราะซินแสตระกูลผม กำหนดมาว่าต้องวันนี้เท่านั้น วันที่ 26 ก.ค. เราแต่งกับครอบครัวไปแล้ว เป็นวันที่ซินแสกำหนด เขาไม่ดูคิวงานเราเลย วันที่ 27 มีงานที่เชียงใหม่ แต่งงานเสร็จก็ตีรถไปเล่นคอนเสิร์ตเลย วันนั้นก็จะเป็นงานสำหรับครอบครัว มีแต่คนในครอบครัวของเจ้าบ่าว เจ้าสาวกับเพื่อนอีกนิดหน่อย วันนี้จะเป็นวันฉลองสำหรับเพื่อนๆ และทุกคนที่เรารัก ทุกคนที่เราอยากเห็นเขาในงานสำคัญของเรา เราเชิญมาจอยกันวันนี้
รู้สึกอย่างไรบ้างได้เป็นเจ้าสาวของพี่โจอี้ บอย?
เตย : ดีใจ เราคบกันมาสักพักแล้ว ผ่านอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกัน จนเรารู้สึกว่าเราเข้ากันได้
โมเมนต์ขอแต่งงาน?
โจอี้ บอย : คุกเข่าขอแต่งงานไม่มี แต่เราจูงมือกันไปบอกพ่อแม่เลย ก็บอกบ้านผมก่อน แล้วค่อยบอกบ้านเขา แล้วค่อยพาพ่อแม่ผมไปขอพ่อแม่เตย เป็นอะไรที่ปกติธรรมดา เรียบง่ายมาก
เตย : เซอร์ไพรส์นะคะ เพราะวันที่มาคุยเรื่องแต่งงาน ตัวเราเองไม่เคยคิดว่าจะคุยเรื่องนี้กัน ซึ่งจริงๆ มันเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันอยู่แล้ว
โจอี้ บอย : ผู้ใหญ่จะกดดันตลอด เมื่อไหร่ๆ เราก็ยัง จนมาถึงวันที่เรารู้สึกว่าได้เวลาแล้วแหละ เรารู้สึกว่าเราอยากจะแต่งงานกัน
ตั้งแต่คบกันมา 4 ปี เจ้าบ่าวเราเป็นอย่างไรบ้าง?
เตย : เป็นคนน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่วันแรกที่เขามาจีบเรา ความเป็นสุภาพบุรุษ การดูแลเอาใจใส่เรา เขาทำมาได้ดีตลอด เขาเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตลอดเวลา ชอบในความใจดีของเขาที่เขามีต่อคนรอบตัวเรา ไม่ใช่เขามีให้เราแค่คนเดียว
เจ้าสาวน่ารักยังไงถึงทำให้เรายอมทิ้งความตั้งใจโสดตลอดชีวิตมาแต่งงานด้วย?
โจอี้ บอย : นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ถูกใจเราแล้ว มีหลายๆ อย่างที่ผมชอบเขามากๆ คือเขาเป็นคนใจดี สำคัญที่สุดเลยคือถ้าผู้หญิงใจดี ผู้ชายจะใจอ่อน เขาเข้าใจเรา เขาเป็นผู้หญิงที่สมาร์ท เขาฉลาด รู้จักการดีลกับชีวิตเรา ไม่เคยห้ามเราทำอะไรเลย แต่เขามีวิธีการพูด หรืออะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้รู้สึกว่าคนนี้แหละ มันเหมือนเราบอกตัวเองมาเรื่อยๆ จริงๆเรามีความรักที่ผ่านมาก็มากมาย พอได้มาเจอคนทึ่น่ารักขนาดนี้ ในวัยนี้ เรารู้สึกว่าเราปล่อยเขาไปไม่ได้แล้ว ต้องพร้อมลุยแล้วครับ
เพื่อนๆ ว้าวแค่ไหนที่ได้ยินว่าเราจะสละโสด?
โจอี้ บอย : เพื่อนหลายๆ คนก็ผิดหวัง มึงจะทิ้งกูไปแล้วเหรอ (หัวเราะ) ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง บอกมึงจะไปแล้วเหรอ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพวกเราจะไปแล้ว เราจะมีกลุ่มชายโสดอยู่ ก็จะคุยกันว่าเราจะอยู่เป็นเพื่อนๆกันนะ จับมือกันไว้นะพวกเรา จับมือกันไว้ให้แน่นๆ นะตอนนี้ พอเราไปแล้วก็บอกทุกคน โชคดีนะ ขอไปก่อน เราคิดว่าลึกๆ คนที่เป็นหนุ่มโสดมันก็จะมีความกลัวการผูกมัด แต่วันนึงที่เราได้เจอเขาจริงๆ ขี้นมา เราจะไม่รู้สึกอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะอยู่กับเขาตลอด แล้วมองเห็นภาพที่เราอยากจะอยู่กับเขาไปนานๆ จนมาถึงวันนี้แล้วมันมั่นใจแน่นอน ไม่ต้องสืบเลย
ทายาท?
โจอี้ บอย : ทายาทมีแน่ๆ ครับ จะพยายาม (หัวเราะ) เราคิดนะเพราะเราอายุขนาดนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะมียากแค่ไหน แล้วก็คิดว่าลูกโตแล้วเราจะทันเล่นกับเขาไหม เราก็พยายามจะทำสุขภาพให้แข็งแรงที่สุดเพื่อที่จะได้อยู่เล่นกับเขาให้ได้ ยังไงผมต้องพาลูกเล่นสารพัดกีฬาให้ได้ มันคือความฝันอีกฝันของผม ก็คงจะต้องมีเร็วๆนี้แล้ว เราคุยกันว่าถ้ามีก็คงจะมี 2 คน เพราะถ้าพ่อแก่ไปแล้วเขาก็อยู่ดูแลกันได้ อยู่เป็นเพื่อนแม่ได้ ผมวางแผนหมดแล้ว
เตย : ก็อยากมี เพราะดูจากที่เราเลี้ยงน้องหมาด้วยกันมา ทำให้เราได้เห็นอีกมุมของเขาเลยที่มันน่ารักมากๆ เขามีความคุณพ่อที่น่ารัก ดูแลใส่ใจรายละเอียดจริงๆ มุมที่เราไม่เคยได้เห็นเขา เราก็ได้เห็นจากตอนเลี้ยงน้องหมา ซึ่งมันเป็นมุมที่เราอยากจะเห็นอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าเราไม่ผิดหวังเลยที่เราได้ร่วมดูแลสิ่งใดสิ่งหนึ่งกับเขา
โจอี้ บอย : ทดลองเลี้ยงหมากันมาปีกว่า ลูกจะมาแบบไหนก็มาได้เลย ถ้ามีความเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว เราก็พร้อมทุกอย่าง เรานึกภาพตัวเองออก เราเห็นภาพตัวเองอุ้มลูกแล้ว ผมแพลนทุกอย่างไว้หมดแล้วว่าอยากจะทำอะไรกับลูกบ้าง กลัวอย่างเดียวว่าลูกออกมาแล้วเขาจะชอบอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน พ่อจะผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง(หัวเราะ) วันๆ ดูแต่คลิปคนอุ้ม ว่ามันอุ้มยังไงวะ มันก็มีความรู้สึกแบบนั้นไปโดยปริยาย รอชมทายาทกันเลยนะ
ดูพี่เปลี่ยนไปมาก มีความมุ้งมิ้ง?
โจอี้ บอย : จริงๆ ผมก็เซอร์ไพรส์ตัวเองอยู่เหมือนกัน พอได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขาหลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไป ทำให้เราตัดสินใจตรงนี้ได้เลย อย่างเรื่องการมีหมา ที่ผ่านมาผมเป็นคนมีหมา แต่มีแบบให้คนอื่นเลี้ยง เราเล่นอย่างเดียว พ่อแม่เลี้ยง เราเล่น แต่พอมาเลี้ยงด้วยกันกับเขา รับผิดชอบร่วมกัน เก็บอึ เช็ดฉี่ มันก็เห้ย…มันโอเคนี่หว่า มันรู้สึกว่าเราเลี้ยงมาด้วยกันแล้วเรารักหมาแบบที่เราไม่เคยรักมาก่อน หลายๆ อย่างมันรู้สึกว่ามันใช่ ก็น่าจะพร้อม
แต่งงานเสร็จก็เตรียมตัวมีลูกเลย?
โจอี้ บอย : แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง เดินหน้าปั๊มลูก
ฮันนีมูน?
โจอี้ บอย : เล็งไว้หลายที่ครับ ส่วนเรือนหอมีอยู่แล้วแต่เราก็คุยกันไว้ว่าจะสร้างอีกสักหลังเล็กๆ ใกล้บ้านพ่อแม่จะได้เจอเขาบ่อยขึ้น
จะมีเพลงที่จะแต่งให้เจ้าสาว?
โจอี้ บอย : มีเพลงที่พี่บอย โกสิยพงษ์ แต่งเอาไว้ เขาบอกเราวันนี้ว่า วันที่โจ้จะแต่งงานจะให้ร้อง แกแต่งเก็บไว้มานานแล้ว วันนี้ก็เลยนำเพลงลงซีดี เป็นของชำร่วยให้แขก เพลงชื่อว่า ทาสเธอ จะยอมเป็นทาสของเธอ ชีวิตจริงก็คือต่างก็เป็นทาสซึ่งกันและกัน
คำมั่นสัญญา?
โจอี้ บอย : ผมก็บอกกับคุณแม่เขาไว้ว่า จะดูแลเขาด้วยชีวิตของตัวผมเอง
เตย : เตยก็อยากจะดูแลพี่โจ้แบบนี้ไปเรื่อยๆ เราก็เป็นเรากันในไปทุกๆ วัน อยู่ให้มีความสุข ไม่คาดหวังอะไรจากกัน“
โจอี้ บอย : เขาดูแลดีมากๆเลยนะ
แหวนกี่กะรัต?
เตย : แหวน 2 กะรัต






