ก่อนจะสนุกกับคอนเสิร์ตใหม่ของวง “ไททศมิตร” (TaitosmitH) ที่ประกอบด้วยสมาชิก ‘จ๋าย’ อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี, ‘โมส’ ตฤณสิษฐ์ สิริพัชญาษานต์, ‘เจ’ ธนกฤต สองเมือง ‘มีน’ ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ, ‘ตุ๊ก’ พัฒนภูมิ ชอุ่มผล และ ‘เจต’ เจษฎา ปัญญา แห่งค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC กับคอนเสิร์ต “กูฟังเพลงไท” ที่จะมีขึ้นวันที่ 14 ก.ย. 67 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี พวกเขาจะพาไปอุ่นเครื่องก่อนกับอัลบั้มใหม่ชุดที่ 3 “ภาคพิสดาร”

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

อัลบั้มนี้ “ไททศมิตร” นำเสนอมุมมองของวงที่ไม่ยึดติดกับภาพจำแบบเดิมที่เคยมีมา ผ่านคำว่า ภาคพิสดาร วลีสุดฮิตที่ใช้ในทศวรรษ 90s ผสมความเป็น Thai Pop Culture และผสานแนวคิด นำสิ่งต่างๆ ที่ดูจะไม่ลงตัวให้เข้ากันในรูปแบบใหม่

ไม่ได้ พิสดาร แค่ชื่ออัลบั้ม แต่วิธีการโปรโมตก็เช่นกัน ที่มีรถเร่ ภาคพิสดาร พร้อมวง “ไททศมิตร” วิ่งรอบเมืองเพื่อพบปะแฟนเพลง สมกับคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่อยากนำเสนอความแปลกประหลาดจากที่วงเคยเป็นได้ถูกต้องจริงๆ

ในอัลบั้ม “ภาคพิสดาร” จะประกอบไปด้วย 6 บทเพลงที่จะพาไปรู้จักอีกมุมของวงมุมที่เติบโตไปอีกขั้น ทั้งเนื้อร้อง-ทำนองที่ลึกขึ้น เฉียบคมขึ้น รวมถึงมิวสิควิดีโอที่ทางวงได้ดึงบุคคลที่เป็นเหมือน ไอคอนิก ของหนังไทยในยุครุ่งเรืองที่เคยสร้างความประทับใจให้เหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

รถเร่ ภาคพิสดาร

 

เพลงแรก “ทนได้ทุกที” เพลงในโปรเจ็กต์พิเศษ “ซนซน 40 ปี GMM Grammy” ที่วงหยิบเอาเพลงฮิตในอดีตของ ‘ตั้ม สมประสงค์’ มาเรียบเรียงและนำเสนอในแบบของ “ไททศมิตร” โดยมิวสิควิดีโอนี้ได้นักร้อง-นักแสดงรุ่นเก๋า ‘ปั๋ง’ ประกาศิต โบสุวรรณ มาพาคนดูย้อนกลับไปหาผู้กององอาจ จากภาพยนตร์ “7 ประจัญบาน”

เพลงที่ 2 “จะหมัดจะมวย” เพลงร็อกสนุก ดุดัน ที่พูดถึงปัญหาทะเลาะวิวาท ความเลือดร้อนของบรรดานักเลงในมุมของการเตือนสติ มีเรื่องอะไรให้คุยกันก่อนจะเริ่มใช้กำลัง ที่ได้ผู้กำกับฯ ‘ยอร์ช’ ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ และตลกรุ่นเก๋า ‘จตุรงค์ มกจ๊ก’ มาร่วมสร้างความสนุกสนานชวนให้นึกถึง ‘แสนแสบ บุญเจริญ’ ตำนานยอดนักมวยจากราชบุรี จากภาพยนตร์ “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า”

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

มิวสิคฯ จะหมัดจะมวย

 

จ๋าย ไททศมิตร เล่าว่า “เพลงจะหมัดจะมวย ถูกเขียนขึ้นมาเพราะเหตุการณ์วิวาทกันในงานคอนเสิร์ตที่เราไปเล่นในจังหวัดหนึ่ง คือมีวัยรุ่นแบ่งฝ่ายรอตั้งแต่คอนเสิร์ตยังไม่เริ่ม พอเกิดเหตุขึ้นเราเองก็พูดทั้งห้าม ทั้งสอน แต่เขาไม่ฟังเกิดเป็นไอเดียอยากเขียนเพลงที่สร้างค่านิยมว่าการไม่มีเรื่องนี่แม่งโคตรเท่ อยากบอกว่าทุกคนใจนักเลงหมด แต่ถ้าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงยุคนี้เขาไม่มีเรื่องกันแล้ว และพอเพลงมันเสร็จออกมา มันมีความเดือดมากเลยอยากให้ภาพของ MV มาตัดความเดือดให้มีความเป็นกันเองขึ้นมา เลยนึกถึงพี่จตุรงค์ ที่เป็นไอดอลของพวกเราในตอนเด็ก และยังได้พี่ยอร์ช ฤกษ์ชัย มาเป็นผู้กำกับฯ ด้วย”

เพลงที่ 3 “แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ” เพลงรักในแบบที่ไททศมิตรไม่เคยทำมาก่อน กับการเก็บซ่อนความรักที่มีไว้ในใจ ถึงแม้ไม่ได้ครอบครอง แต่ก็มีความสุขในฐานะคนที่คอยเฝ้ามองและมอบความหวังดีให้เสมอ โดยมิวสิควิดีโอได้ ‘ต๊อก’ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ พระเอกหนัง มนต์รักทรานซิสเตอร์ มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มร้านตัดแว่นที่ใส่เรย์แบนเพื่อซ่อนความรู้สึก กำกับฯ โดย ‘ต้องเต’ ธิติ ศรีนวล

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

เพลง แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ

เพลงที่ 4 “เพื่อนผมเกมได้ไง” เพลงสุดกวนจังหวะสามช่า สนุก เนื้อหาเสียดสีสังคมที่ เงิน เคลียร์ได้ทุกอย่าง มาพร้อมกับท่อนแร็พของ TangBadVoice ซึ่งมิวสิควิดีโอเพลงนี้พวกเขาก็มาแสดงด้วยลุกส์สุดกวนผ่านฝีมือการกำกับฯ ของ ‘จ๋าย ไททศมิตร’ ที่ได้ ‘เปิ้ล’ นาคร ศิลาชัย มาร่วมขบวนการสุดปั่น สร้างความฮาชวนนึกถึงตัวละคร จ่าเริง จากภาพยนตร์ “สาระแนเห็นผี”

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

มิวสิคฯ เพลง เพื่อนผมเกมได้ไง

 

เพลงที่ 5 “กี่ฤดู” เพลงช้าเนื้อหาเข้มข้นและเศร้าที่สุดจากไททศมิตร ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความสูญเสีย การจากลาแบบไม่หวนกลับ และความเจ็บปวดที่ต้องคิดถึงใครบางคนอย่างสุดหัวใจ เพลงนี้ได้ ‘ตูน bodyslam’ มาร่วมสื่อสารความหมายในช่วงท้ายทำให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และมิวสิควิดีโอได้ ‘หนุ่ม’ อรรถพร ธีมากร ผู้กำกับภาพยนตร์สุดซึ้ง The Letter มาเล่นบท พ่อ ที่ต้องพบเจอการจากลาและความสูญเสียได้อย่างกินใจ

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

มิวสิคฯ เพลง กี่ฤดู

 

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

มิวสิคฯ เพลง กี่ฤดู

 

โมส นักร้องนำ เล่าว่า “เพลงนี้ผมเขียนในช่วงโควิดที่พวกเราประสบปัญหาหลายอย่าง ตัวผมเผชิญกับภาวะโรคซึมเศร้าและเงินในบัญชีกำลังจะหมดในขณะที่ลูกเพิ่งอายุได้ไม่กี่เดือน จ๋ายติดโควิดสายพันธุ์เดลต้าโอกาสเป็นตายเท่ากัน คุณพ่อของเจตเสียชีวิต และเจก็เสียลูกคนแรกในเวลาไล่เลี่ยกัน ตอนนั้นนเป็นอะไรที่หดหู่ที่สุดที่วงเคยเจอ ผมไม่มีวันลืมเสียงร้องไห้ของเจผ่านโทรศัพท์ได้เลย ผมเขียนเพลงนี้ เพื่อหวังจะบอกเจที่ภรรยาแท้งลูกว่า ‘กูเข้าใจมึงนะ สู้ๆ นะ’ ซึ่งเสียงสะอื้นครั้งนั้นยังดังก้องในหัวใจผมจนทุกวันนี้”

เจ เสริมว่า “หลังผมกับภรรยาทราบข่าวร้ายเสียลูกคนแรก ผมบอกกับวงและพี่โมสก็ได้โทร.มาหาผมคนแรก หลังจากนั้นพี่โมสก็เขียนเพลงนี้ส่งมาให้ผม ผมกับภรรยานั่งฟังรับรู้ถึงความรู้สึกทุกประโยค เหมือนความรู้สึกทั้งหมดผมอยู่ในเพลงนี้พี่โมสเข้าใจความรู้สึกนี้ดีมากๆ นี่เป็นเพลงที่ผมรักที่สุดเพลงนึงของไททศมิตรครับ”

สกู๊ปบันเทิง - ‘ไททศมิตร’มุมใหม่ ฉีกภาพจำสู่‘ภาคพิสดาร’

และเพลงสุดท้าย “หมวกกันน็อค” เพลงร็อกจังหวะสนุก ที่พูดถึงการโชว์พลังบนเบาะมอเตอร์ไซค์โดยไม่ใส่หมวกกันน็อก สุดท้ายแล้วจบลงด้วยอุบัติเหตุและการสูญเสีย ที่มาจากความคึกคะนอง

เป็นอัลบั้มที่ฉีกกรอบภาพจำเดิมๆ แต่ตัวตนของ “ไททศมิตร” ยังอยู่ และเตรียมไปมันส์กับพวกเขาได้ในคอนเสิร์ต “กูฟังเพลงไท” ที่ตอนนี้บัตร sold out แล้ว กำบัตรในมือให้แน่นแล้วไปเจอกัน 14 ก.ย.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน