จัดหนักจัดเต็ม ค่ายหนังคุณภาพ “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” เปิดไลน์อัพภาพยนตร์ครึ่งปีหลัง 2024 ด้วยภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รส 3 สไตล์ จาก 3 ผู้กำกับฯฝีมือดี ‘มะเดี่ยว’ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, ‘ก่อ’ ชาคร ไชยปรีชา และ ‘พุฒ’ พุฒิพงษ์ นาคทอง ภายใต้การนำทัพของ คุณกนกวรรณ วัชระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด

ผู้บริหารสาว และ 3 ผู้กำกับฯ
ได้นักแสดงระดับเอ-ลิสต์ สายการแสดงมาร่วมถ่ายทอด ประเดิมเรื่องแรก “ตาคลี เจเนซิส” ภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์แห่งปีของผู้กำกับฯ ‘มะเดี่ยว ชูเกียรติ’ นำแสดงโดย พอลล่า เทเลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, ‘วอร์’ วนรัตน์ รัศมีรัตน์ ร่วมด้วย ‘นีน่า’ ณัฐชา เจสซิกา พาโดวันวอร์, ‘พีค’ ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, นารา เทพนุภา และ ทราย เจริญปุระ เข้าฉาย 12 กันยายนนี้

แก๊งวัยหนุ่ม 2544
ต่อมา “สวัสดี วันจันทร์ (ส)” ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่คัดสรรมาจากโครงการ “Content Lab” ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กำกับฯ โดย ‘ก่อ ชาคร’ นำแสดงโดย ‘โอบ’ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, ‘พีพี’ ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ ร่วมด้วย ปูน มิตรภักดี, ‘วิคเตอร์’ ชัชชวิศ เตชะรักษ์พงศ์ และ ‘เบลล์’ วริศรา จิตปรีดาสกุล กำหนดเข้าฉายปลายปี 2567

ก๊วนสวัสดีวันจันทร์(ส)

สุดท้าย “วัยหนุ่ม 2544” โปรเจ็กต์ล่าสุดของผู้กำกับฯ ‘พุฒิพงษ์ นาคทอง’ ถ้าใครคิดว่าความดุดันและเข้มข้นใน “4Kings” ทั้งสองภาคคือที่สุดแล้ว ใน “วัยหนุ่ม 2544” จะปะทุความเดือดกว่าที่ผ่านมา จุดเด่นอยู่ที่การรวมตัวทีมนักแสดง “4 Kings” และ “4 Kings2” ได้แก่ ‘เป้’ อารักษ์ อมรศุภศิริ, ‘จ๋าย’ อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี, ณัฏฐ์ กิจจริต, เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี, ‘ท็อป’ ทศพล หมายสุข, ‘เอม’ ภูมิภัทร ถาวรศิริ, ‘ก้อย’ อรัชพร โภคินภากร, ‘จี๊ด’ แสงทอง เกตุอู่ทอง และ ‘ต๊อบ’ สหัสชัย ชุมรุม กำหนดเข้าฉายเดือนพฤศจิกายนนี้




ทั้งนี้ คุณกนกวรรณ วัชระ ผู้บริหาร เนรมิตรหนัง ฟิล์ม เผยถึงแผนงานของค่ายในปีนี้ว่า “ปีนี้เรามีหนังไทยเข้าฉายถึง 5 เรื่อง นับตั้งแต่ต้นปีอย่าง ‘มอร์ริสัน’ และ ‘แดนสาป’ จากนั้น 5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เราเสิร์ฟภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 สไตล์ ด้วยเนรมิตรหนัง ฟิล์ม เป็นค่ายหนังน้องใหม่ เราเลยอยากลองตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากที่เราสร้างแบรนด์ไว้อย่างแข็งแรงกับ ‘4 Kings’ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าหนังเราค่อนข้างหลากหลาย และพบว่ามันกลายเป็นจุดแข็งของเราพอสมควร เพราะหนังแต่ละเรื่องมีกลุ่มลูกค้าเป็นของตัวเอง ส่งผลให้ได้เจอกลุ่มคนดูและพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่แตกต่างกัน ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายออกไป ทุกครั้งที่มีการประกาศโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ภาพรวมของหนังค่ายเราดูน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกเรื่องมีจุดร่วมเดียวกันคือตอบโจทย์ความบันเทิง และเราพยายามควบคุมคุณภาพให้ออกมาดีที่สุด”


ส่วนตลาดหนังในตอนนี้ คุณกนกวรรณกล่าวว่า “ตลาดหนังในประเทศและต่างประเทศ คึกคักพอๆ กัน เฉพาะในประเทศก่อน จะเห็นว่าในช่วง 2 ปีนี้มีหนังไทยทำเงินเกินร้อยล้านกันหลายเรื่องและต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่แค่ค่ายเราเท่านั้น ค่ายอื่นก็สร้างผลงานที่น่าสนใจเหมือนกัน การแข่งขันกันด้วยคุณภาพแบบนี้เป็นสัญญาณที่ดี”
“ขณะที่ในต่างประเทศนั้นก็คึกคัก ตลาดหนังเซาท์อีสต์เอเชียคือม้ามืดของวงการหนังโลกด้วย ทำให้ความต้องการหนังในภูมิภาคนี้มีมากขึ้น และด้วยรสนิยมการดูหนังในภูมิภาคของเราใกล้เคียงกัน ดังนั้นจะถือว่ากลุ่มเป้าหมายของหนังเราไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศ แต่รวมถึงทุกประเทศในเซาท์อีสต์เอเชียก็จะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เดี๋ยวรอดูผลตอบรับของ ‘ตาคลี เจเนซิส’ ก็จะเห็นชัดขึ้น เพราะหนังจะเปิดตัวพร้อมกันในหลายๆ ประเทศค่ะ”
บอสสาวกล่าวปิดท้ายว่า “ปีนี้หมุดหมายของเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ยังคงเน้นผลิตภาพยนตร์เพื่อให้ผู้ชมเข้าไปชมในโรงหนัง เพราะทุกวันนี้ธุรกิจภาพยนตร์โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปีที่แล้วการแข่งขันในระบบสตรีมมิ่งมีสูงมาก ปีนี้ความเข้มข้นก็ลดลง ปีหน้าก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีก”
“แต่ภาพยนตร์เป็นสิ่งไม่ตายค่ะ หนังเรื่องหนึ่งมันยั่งยืนตลอดไป และโรงหนังก็ยังเป็นที่ที่มอบประสบการณ์การดูหนังที่ดีที่สุด ทั้งเรื่องระบบภาพและเสียงไปจนถึงความรู้สึกร่วมกันของผู้ชม ฉะนั้นหนังทุกเรื่องที่เราทำ จะนึกถึงความพิเศษเมื่อได้ชมมันในโรงภาพยนตร์เป็นอันดับแรก และแน่นอนว่ามันจะส่งต่อการรับรู้ไปในช่องทางอื่นๆ ที่หนังได้ไปฉายค่ะ”
การแข่งขันยิ่งเข้มข้นเท่าไหร่ กำไรก็ยิ่งตกเป็นของคนดูมากขึ้นเท่านั้น