ห่างหายหน้าจอไปร่วมปี สำหรับนักแสดงสาว มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ที่ล่าสุดมาร่วมงานกับทางช่องOne ในละครเรื่อง “เกมรักปาฎิหาริย์” กำกับการแสดงโดย “ปุ๊ย-ผอูน จันทรศิริ” ประกบพระเอกหนุ่ม ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ

มิน

ร่วมงานกับช่องวันครั้งแรก? “ใช่ค่ะ ก็ร่วมงานกับช่องวันครั้งแรกเลย จริงๆ ตอนที่ออกมาช่วงแรกๆ ก็มีบทค่อนข้างให้ดูหลายบทเหมือนกัน แต่ว่าตอนนั้นเรื่องที่ช่องวันติดต่อไปครั้งแรก เรายังไม่เลือกบท แต่พอเรามาเจอบทเรื่องนี้เราอยากเล่น เพราะรู้สึกว่ามันแปลกใหม่ มันจะค่อนข้างกึ่งๆ ซีรีย์นิดนึง แต่ซีรีย์มากก็ไม่ได้ เพราะคนดูช่องวันก็ยังมีความละครอยู่ แต่ก็มีความนำสมัยส่วนหนึ่งด้วย”

มาทำงานในรอบกี่ปี? “จริงๆ มินพยายามรับทุกปี แต่มีปีที่แล้วที่มันเหลื่อมไปปีครึ่งเท่านั้นเอง มันก็เลยดูเหมือนนานแต่จริงๆ รับทุกปี และปีที่แล้วก็มีเล่นกับวิน เมธาวิน”

การทำงานของแต่ละช่องต่างกันเยอะไหม? “มินว่าวิธีทำงานเหมือนกัน แต่ว่าผู้คนก็จะแตกต่างกันออกไป อย่างบ้านวันก็จะเป็นบ้านที่แบบว่าอย่าง ฟิล์ม ธนภัทร ร่วมงานกันครั้งแรก แต่เขาน่ารักมาก เป็นพระเอกที่มินถามเขาว่าทำไมฟิล์มไม่เหมือนพระเอกเลย เขามีความไม่หยิ่ง มีความน่ารัก มีความกันเอง ทำให้เราเข้ากันได้ง่ายและมีความเป็นมืออาชีพมากเลย ทำให้เล่นด้วยกันง่าย”

ภาพแรกก่อนร่วมงานเรามองฟิล์มเป็นยังไงบ้าง? “คือภาพแรกตอนที่เรามาสารภาพกัน คือต่างคนต่างมองกันและกันหยิ่ง ฟิล์มก็บอกว่ามินจะมาแบบพญาแน่เลย ส่วนมินก็มองฟิล์มว่าต้องแบบพระเอกแน่เลย เพราะเขาเป็นพระเอกเบอร์ใหญ่ของช่อง ที่ไหนได้ติงต๊องทั้งคู่ คือเข้ากันได้ดีตั้งแต่วันแรกเลย คือเปิดกับเปิดมันเจอกัน ก็เลยทำให้เหมือนเคมีมันเข้ากันง่ายคุยกันรู้เรื่อง เวลาอยู่ในบทก็ช่วยเสริมกันได้ดีมากๆ เลย”

ก่อนหน้านี้ได้ติดตามผลงานฟิล์มเหมือนกัน? “ก่อนหน้านี้มินไม่ค่อยได้มีโอกาสติดตามพี่ฟิล์มเยอะมากนัก แต่ว่าก็จะเห็นรูปและก็ไอจีมากกว่า ไม่ได้ตามผลงานแต่จะตามตัวเขา แต่ว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเลย”

เขามีเสน่ห์แบบไหนที่ทำให้เราต้องไปตามไอจี เข้าไปส่องเขา? “ก็ไม่ได้รู้จัก แต่เหมือนว่าทีมเราเป็นแฟนคลับเขามั้ง เพราะช่วงนั้นเหมือนเริ่มรู้จักน้องๆ ใหม่ๆ หลายคน เราก็จะตามหลายคนเหมือนกัน ไม่งั้นเวลาไปออกงานจะไม่รู้จัก เราก็พยายามที่จะรู้จักทุกคน เผื่อมีอะไรก็ดีเอ็มคุยกันได้”

เราคาดหวังกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง? “จริงๆ นักแสดงก็อยากจะเล่นละครแล้วให้ผู้คนชอบ แต่สำหรับมินเข้ามาเล่นเรื่องนี้ มินได้พัฒนาทางการแสดงจากพี่เหมี่ยว ปวันรัตน์และ พี่ปุ๊ย ผอูน ด้วย เป็นอีกเลเวลหนึ่งของการแสดง

แต่ก่อนเราก็จะถูกสอนมา แบบว่าลงจากรถมาก็เป็นตัวละครตัวนั้นเลย แต่พอมาเล่นกับพี่เหมี่ยว พี่เหมี่ยวไม่ให้เล่นแบบนั้น แต่จะให้เล่นแบบว่าเก็บพลังแล้วปล่อยๆ ไม่ใช่การที่เราอยู่ในตัวตนนั้นตลอด แล้วมันเหนื่อย ล้า ทำให้คนรอบๆ ข้าง ก็งงด้วยว่าเราเป็นไร คิดภาพอยู่ในกองแล้วเราเครียด ร้องไห้ คนก็อาจจะไม่เข้าใจ ว่าเราคือตัวละครแล้ว อันนั้นมันคือ Method Acting

อย่างฮอลลีวู้ดเขาก็ไม่ค่อยเล่นกันแล้ว ในเชิงการแอคติ้งใหม่ เขาก็ไม่ทำกันแล้ว คือเราเล่นอย่างนี้ เราก็เข้าใจว่ามันคือเทพแห่งการแสดงแล้ว เพราะผู้ใหญ่สอนมาแบบนั้น แล้วเราก็ฝึกตัวเองมาแบบนั้น แต่พอผู้ใหญ่ให้ฝึกใหม่ เฮ้ย เหมือนเราค้นพบขุมพลังงานใหม่ แล้วมันแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลย และเราไม่คยเจอพลังงานแบบนี้ในร่างกายเรา ที่ว่าอินเนอร์แรงแล้ว เรื่องนี้แรงที่สุดเลยค่ะ พลังเยอะที่สุด”

แสดงว่าเราค้นพบเทคนิคการเล่นละคร การเป็นนักแสดงใหม่ๆ? “ใช่เลยค่ะ คือสำหรับมินคุ้มมากเลย มินมาเล่นเรื่องนี้ มินเจอคนที่เก่ง คือบ้านวันเป็นบ้านที่มินชื่นชมอยู่แล้ว เพราะมินเคยร่วมงานกับพี่บอย ถกลเกียรติ ในละครเวทีนานมากแล้ว และมินก็ชื่นชม เอ่อ บ้านนี้เก่งเรื่องการแสดงมากเลย และมินก็มีแพชชั่นด้านการแสดงมาก ก็ศึกษาเรื่องนี้มาตลอด แล้วพอร่วมงานด้วยคือขนลุกเลย ไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจมาเล่นเรื่องนี้ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่น่ารัก อย่างฟิล์มก็กลายเป็นเพื่อนมินไปเลย คุยกันเรื่องอาร์ตทอย”

เข้าวงการอาร์ตทอยแบบเต็มตัวเลย?ใช่ คือฟิล์มเข้าวงการก่อน และเขาก็สะสมมอลลี่ แต่ว่ามินชอบลาบูบู้ หลังๆ เก็บลาบูบู้ เริ่มไม่มีอะไรให้ซื้อแล้ว เลยเริ่มมาเก็บมอลลี่ แล้วก็เริ่มครายเบบี้ ฟิล์มก็บอกว่าไปต่อ อย่าหยุดนะเธอ มินก็บอกไม่ไหวแล้ว เพราะที่บ้านไม่มีที่เก็บแล้วค่ะ เข้าแล้วออกยากมาก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน