มุ่งโกยรายได้ทะลุ 150 ล้านบาทแล้ว สำหรับภาพยนตร์ “วิมานหนาม” ของค่ายจีดีเอช ผลงานการกำกับฯของ ‘บอส’ นฤเบศ กูโน ที่ได้นักแสดงมากฝีมือ อย่าง เจฟ ซาเตอร์ฐ, อิงฟ้า วราหะ, เต้ย พงศกร, สีดา พัววิมล และ เก่ง หฤษฎ์ นำแสดง

โดยวันนี้ ‘บอส นฤเบศ’ ผู้กำกับฯ มาเล่าถึงเบื้องหลังภาพยนตร์ ว่ากว่าจะออกมาเป็น “วิมานหนาม” ได้ ต้องผ่านอะไรบ้าง
ภาพยนตร์ “วิมานหนาม” ไปเชื่อมโยงกับทุเรียนซึ่งเป็นพ้อยต์ของหนังได้ยังไง?
บอส – “พอจุดเริ่มต้นเป็นคู่รักที่ต้องเสียอะไรสักอย่าง เลยมาคิดว่าเสียอะไรดี ก็รู้สึกว่าถ้าอยู่ในประเทศไทย สิ่งที่เสียไปและรู้สึกว่าที่ลงทุนลงแรงกันน่าจะเป็นที่ดิน พอเป็นที่ดินจะทำยังไงให้ที่ดินนี้อยู่ได้ทั้งเรื่อง ก็เลยหาอาชีพให้มันเป็นสวนผลไม้แล้วค่อยๆ ขยายว่าจะเป็นผลไม้ชนิดไหนดีที่น่าครอบครอง น่าแย่งชิง ดูเป็นวิมาน ก็ไปเจอทุเรียน เพราะทุเรียนปลูกยาก ต้องอาศัยความทะนุถนอม การดูแล และใช้เวลา 5 ปีกว่าจะโต เหมือนเป็นตัวแทนความรักได้เลย”

แล้วทำไมต้องเป็นสวนทุเรียนที่แม่ฮ่องสอน?
บอส – “เราเปลี่ยนมาหลายจังหวัด จนมาเจอแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอนปลูกทุเรียน แต่ปลูกน้อย คีย์เวิร์ดนี้สำคัญ ถ้าไปปลูกในที่ที่มันปลูกน้อย มันยิ่งยาก ในคำว่าวิมานมันก็ยิ่งน่าสนใจ ถ้ายิ่งยากแล้วปลูกได้มันโคตรพิเศษ ก็เลยนึกถึงแม่ฮ่องสอน รวมถึงที่แม่ฮ่องสอนมีวัฒนธรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมาก แล้วพอไปรีเสิร์ชปรากฏเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างยากจนที่สุดในไทย รู้สึกคอนทราสต์กับทุเรียนที่มันแพงดี”

อุปสรรคปัญหา มันยากไหม กว่าจะออกมาเป็นหนังเรื่องนี้?
บอส – “ยากมาก เพราะบทไกลตัว ต้องรีเสิร์ชเยอะ สวนทุเรียน เรื่องกฎหมาย อินเนอร์ตัวละคร การถ่ายทำ การหาโลเกชั่นค่อนข้างยาก พอเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงสวนทุเรียน เราจะทำยังไงให้ภาพสวนทุเรียนที่อยู่ในหนังรู้ว่าเป็นภาคเหนือ ฉะนั้นมันต้องอยู่บนเนิน หายากมาก แต่เราไปเจอที่จังหวัดตราด พอได้เนินปุ๊บ บ้านไม่มี ก็ต้องไปสร้าง เซ็ตขึ้นมาใหม่ แต่ไหนๆ เซ็ตแล้ว ก็เซ็ตให้เหมือนในบทไปเลย หน้าต่างอยู่ฝั่งนี้ บันไดขึ้นทางนี้ ทำให้มันดีกับหนังไปเลย”

ด้วยหนังถูกเล่าในมุมมองใหม่ที่คนยังไม่เคยเล่ามาก่อน เกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม ยากไหม ทำยังไงให้คนดูดูแล้วเสพได้ง่าย?
บอส – “ผมว่าด้วยความรู้สึกของตัวละครมีความเข้มข้น เป็นจุดเริ่มต้นที่คนจะอินอยู่แล้ว เป็นการตั้งคำถามของความรู้สึกที่ว่า ถ้าเรารักกับใครสักคนแล้วต้องเสียอะไรบางอย่างทั้งที่เราเป็นเจ้าของ จะเกิดอะไรขึ้น เป็นคำถามที่ถ้าทุกคนเจอ ทุกคนจะอินกับสิ่งนี้ง่าย บอสว่าด้วยจั่วหัว ทุกคนพอจะนึกภาพตัวเองออกได้ แต่ความสนุกของหนังมันดันพาประโยคนี้ไปไกลว่าสิ่งที่คนดูแล้วคิด คิดว่าเป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นต์อีกแบบที่คนเข้าไปดูแล้วน่าจะเอ็นจอยกับการได้เห็นสิ่งนี้ที่ในชีวิตจริงเราอาจจะต่อสู้เพื่ออะไรบางอย่าง แต่ไม่คิดว่าคนเราจะไปถึงขั้นนั้นได้ ในความยากจริงๆ ก็มีเสน่ห์ของมันอยู่”

ทำยังไงให้คนดูเชื่อและอินไปกับตัวละคร ระหว่างเจฟกับอิงฟ้า?
บอส – “ทุกอย่างน่าจะเบสออนมาจากบท บทเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ทุกคนเชื่อหรือไม่เชื่อ การทำตัวละครทั้งของอิงฟ้าและเจฟ ส่วนสำคัญคือการรีเสิร์ชว่าตัวละครนี้โตมาแบบไหน มีพื้นเพยังไง การรีเสิร์ชมีผลกับการที่ทำให้ดูสมจริง และก็ตัวนักแสดงด้วย ถ้าคนที่ถ่ายทอดไม่เข้าใจอินเนอร์ มันก็จะส่งไปไม่ถึงคนดู แต่เจฟและอิงฟ้ามีความสามารถด้านนั้นและการกำกับเราปล่อยให้คาแร็กเตอร์ตัวละครเป็นไปตามธรรมชาติ เจฟมีเสน่ห์และมีสายตาบางอย่างที่ซับซ้อน เขามีสกิลการแสดงที่ดี ตั้งใจและทุ่มเทมาก การแสดงจัดจ้าน ส่วนอิงฟ้าก็ถ่ายทอดบทบาทได้ดี ตอนเจอครั้งแรก เห็นถึงสายตาความเป็นนักสู้ พอได้ทำงานกันจริงๆ เซอร์ไพรส์กับความละเอียดอ่อนในการแสดงของอิงฟ้ามากๆ เคมีของทั้งคู่แปลกใหม่แต่ลงตัว”


นิยามคำว่า “หนาม” ในเรื่องนี้คืออะไร?
บอส – “ถ้าความหมายตรงตัว หนามก็จะแทนถึงทุเรียน ผลไม้ที่ทุกคนอยากครอบครอง เป็นเหมือนวิมาน เป็นผลไม้ที่ดูมีค่า แต่ถ้าในอีกนัยยะนึงหมายถึงความรู้สึกที่ดูทิ่มแทง ดูแหลมคม หลายคนอาจใช้สิ่งนี้เป็นอาวุธในการปกป้องตัวเอง แต่หลายคนก็อาจจะใช้สิ่งนี้ทิ่มแทงคนอื่น ซึ่งก็เป็นตัวแทนของหนังเรื่องนี้เหมือนกันที่มีทั้งปกป้องตัวเองและทิ่มแทงคนอื่น”
เรียกว่ากว่าจะคลอดออกมาเป็นหนังเรื่องหนึ่ง ไม่ง่ายเลย!!
จุฑามาศ มิ่งแก้ว