ไม่มีคำไหนที่แทนทุกความรู้สึกไปมากกว่าคำว่าเสียดายอีกแล้ว สำหรับนักแสดงและผู้กำกับละคร โอริเวอร์ บีเวอร์ ที่พูดถึงความผูกพันกับผู้กำกับการแสดงมากชั้นครู ฉลอง ภักดีวิจิตร หรือ อาหลอง ที่ได้จากไปตลอดกาลในวัย 93 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา เวลา 15.30 น. ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยโรคชรา และมีอาการปอดติดเชื้อแทรกซ้อน

โอริเวอร์ บีเวอร์

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ศาลา 10 มีการจัดพิธีรดน้ำศพ ของ “ฉลอง ภักดีวิจิตร” หรือ “อาฉลอง” ผู้กำกับมือรางวัล เจ้าของผลงานดังนับไม่ถ้วน และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ผู้กำกับภาพยนตร์) ประจำปี พ.ศ. 2556 ผู้ถูกจารึกโดยกินเนตส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่าเป็นผู้กำกับการแสดงที่มีอายุมากที่สุดในโลก

ซึ่งก่อนเริ่มพิธีรดน้ำศพ โอริเวอร์ บีเวอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เผยความรู้สึกถึงอาฉลองว่า “ทุกวันอาทิตย์หรือว่าวันเสาร์ ป๋าโก๋ พิเชษฐ กับผมก็จะเยี่ยมคุณอาที่บ้านโดยตลอด อย่างอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปแล้ว ก็ยังคงคุยและหยอกล้อกันปกติ แต่พอทราบข่าวว่าคุณอาเข้าโรงพยาบาล แต่โดยธรรมชาติคุณอาเข้าบ่อยแล้ว ก็เลยเข้าใจว่าเดี๋ยวคุณอาก็ออกมาอยู่บ้าน และมาทราบข่าวอีกทีก็คือเข้าไอซียู ตอนนั้นก็เริ่มอยู่ในขั้นวิกฤต และเพิ่งได้มาทราบข่าวเมื่อวาน”

ได้มีพูดคุยอะไรกันก่อนที่ท่านจะเข้าโรงพยาบาลไหม? “เป็นการหยอกล้อกัน เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว ผมจะกล้าหยอกล้อกับคุณอามากกว่าทุกๆ คน แกคงเอ็นดูผมมากเป็นพิเศษ เป็นการหยอกล้อตามประสาผู้ชาย ก็หยอกๆ กันตามปกติ จนวันที่บอกว่าเริ่มเข้าโรงพยาบาลและเข้าไอซียู จนมาเมื่อวานนี้ ตอนแรกมีทีมงานโทรมาแจ้งผม แต่ผมไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้ คุณอายังแข็งแรง ก็เลยเช็ก แล้วก็เป็นเรื่องจริง ซึ่งก็สะเทือนใจไม่น้อยเลย เขาคือครู คำว่าครู ผมว่าเราตีคำนี้ได้กว้างมาก

โอริเวอร์ บีเวอร์

และทุกอย่างที่ผมมีวันนี้ ที่ผมกำกับ ที่ผมบริหารได้ มาจากคำแนะนำของคุณอาโดยตลอด จริงๆ เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการเลย เพราะไม่มีใครไม่รู้จักอา ไม่มีใครไม่แซวอา แม้กระทั่งเด็กรุ่นใหม่ ถึงแม้จะไม่ได้ดูผลงานอา แต่อย่างน้อยก็ยังจำในคีย์เวิร์ดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คำว่าระเบิดภูเขา เผากระท่อม ซึ่งจริงๆ อาไม่ชอบคำนี้

แต่กลายว่าคำว่า ฉลอง ภักดีวิจิตร ก็จะอยู่ในหลายๆ เจเนอเรชั่น คนรุ่นคุณพ่อ คุณแม่ ก็จะนึกถึงหนัง คนรุ่นกลางๆ หน่อย ก็จะนึกถึงละคร คนรุ่นใหม่ไม่ดูละคร ก็นึกถึงคำวลีเด็ด แปลว่าคุณอาฉลองจะอยู่ในทุกเจน ในทุกยุค และทุกสมัย ผมว่าบุคลากรบุคคลนี้ทรงคุณค่าและยังเป็นศิลปินแห่งชาติด้วย เพราะฉะนั้นการจากไปครั้งนี้ผมบอกได้เลยว่าเป็นครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิง”

โอริเวอร์ บีเวอร์

มีคำสอนอะไรของคุณอาที่จำใด้ถึงทุกวันนี้? “สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือคุณอา พูดภาษาไทยชัดมาก สังเกตละครของคุณอาทุกเรื่อง ตัวละครทุกตัวจะพูด ‘เฮ้ย ต้องจัดการ’ หลายคนอาจจะดูว่ามันดูตลก แต่จริงๆ มันคือการยึดมั่นในการใช้ภาษาไทยอย่างหนักแน่น

ซึ่งเราต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนี้วัยรุ่นไทยมักจะชอบพูดพยางค์เดียวแล้วเข้าใจ อย่างคำว่าตุย เคยไปคุยกับอาด้วยนะ แต่อาสบถเป็นคำหยาบใส่ และที่เด่นชัดคือท่าทางการแสดงต้องชัดเจน ตัวร้ายต้องเป็นตัวร้าย พระเอกต้องเป็นพระเอก

คำพูดต้องชัด ภาพต้องชัด นี่คือสิ่งที่คนไทยชอบ ไม่อย่างนั้นเรตติ้งของคุณอาคงไม่ยืนหยัดมา ผมเคยไปถามด้วยว่างานแบบนี้ได้เรตติ้งมาได้ยังไง แกก็สอนมาหลายอย่าง และผมก็เอามาประยุกต์กับ ความเป็นผมซึ่งเป็นคนยุคใหม่”

อยากบอกอะไรกับคุณอา? “คุณอามีอายุมาถึง 93 ปี ผมเชื่อว่าทุกคนมนุษย์ปัจจุบันที่ใช้ชีวิตถึง 93 ปี แล้วมีความแข็งแรงขนาดนี้ได้ คุณอาเป็นคนมีบุญมาก แน่นอนพอคุณอาจะไป ก็ต้องไปอยู่ในที่ๆ คนมีบุญอยู่

และผมมั่นใจเลยว่าตำนานของคุณอาที่ชื่อว่าฉลอง ภักดีวิจิตร มันจะเป็นตำนานที่ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่จะเป็นตำนานที่เอาเยี่ยงและเอาอย่างได้ล้านเปอร์เซ็นต์ มันง่ายนิดเดียวตอนนี้เราสามารถไปดูงานของคุณอา บทสัมภาษณ์ของคุณอาได้หลายอย่าง

และอีกอย่างหนึ่งหลายคนชอบถาม ว่าทำไมคุณอาถึงอายุยืนขนาดนั้น ก็จะมีความลับของคุณอาว่าคุณอาทำอะไร ดูในยูทูปและบทสัมภาษณ์ของคุณอาได้เยอะแยะเลยนะครับ ผมว่าบุคคลที่เราจะบอกว่าตำนานที่กำลังจะจากไปแล้ว จะไปด้วยดีแล้วก็จากไปโดยที่เรายังระลึกถึงในหลายๆด้าน เป็นบุคลากรที่ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน