‘แซม ยุรนันท์’ เปิดใจ ปมดราม่า ‘ดิ ไอคอน’ ลั่นไม่หนีไปไหน พร้อมให้ข้อมูลตำรวจ ย้ำเป็น ผอ.ฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ ไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ หุ้นส่วน
ที่เบเนดิกต์ สตูดิโอ “แซม” ยุรนันท์ ภมรมนตรี นักแสดงคนดัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวเกี่ยวกับธุรกิจขายสินค้าออนไลน์บริษัทดัง โดยมีผู้บริหาร “บอสพอล” วรัตน์พล วรัทย์วรกุล รวมทั้งมีดาราชื่อดังหลายคนร่วมธุรกิจนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นมี แซม ยุรนันท์ มีรายชื่อในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์
ซึ่งได้เกิดประเด็นดราม่าว่าเป็นธุรกิจขายตรง แชร์ลูกโซ่ หลอกลวงให้คนซื้อสินค้าตุนไว้จำนวนมาก แต่กลับขายไม่ได้ ทำให้มีผู้เสียหายหลายคน บางคนล้มละลาย หมดตัว ถึงขั้นตัดสินใจคิดสั้น จบชีวิตตัวเอง
แซม ยุรนันท์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแทนในนาม ดิ ไอคอน ได้ เพราะเพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงปี เจตนาที่เข้ามาอยู่เพราะตนกับ คุณพอล วรัทย์พล เรียนหลักสูตรด้วยกัน พี่เป็นประธานรุ่น เราทำกิจกรรมด้วยกันบ่อย มีโอกาสได้ไปเยี่ยมธุรกิจ ดิ ไอคอน ก็เกิดความว้าวเหมือนกัน เพราะเป็นธุรกิจขายของออนไลน์ที่มีระบบชัดเจน ตนเคยถูกเชิญไปงานมีการโปรโมตผู้ประสบความสำเร็จ เห็นคนที่เข้ามาในงานมีความหวัง เขาจะได้โอกาสดี ๆ ในชีวิตต่อไป มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
จากนั้นมีโอกาสคุยเรื่อง ดิ ไอคอน ซึ่งอยากผลิตสินค้าออกสู่ตลาดโลก เพราะว่ามีตัวแทนขายในประเทศไทยจำนวนหลายหมื่นคน และมีตัวแทนระดับนานาชาติอีกหลายประเทศ ตนมองว่าเป็นการดีที่จะนำความรู้ที่มีมาพัฒนาสินค้าให้มีบรรทัดฐานระดับสากล เขาจึงเสนอมาให้ตนมาช่วยดูเรื่องสินค้า ให้เติบโตในระดับนานาชาติ
การให้ตำแหน่งมันคือการให้เกียรติมากกว่า เหมือนเราเป็นผู้ใหญ่ในบริษัท เขาตนอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ ให้ตำแหน่งหน้าที่มา แต่ไม่ได้ให้อำนาจในการตัดสินใจ เพราะว่ามันเป็นระบบบริษัท แรก ๆ เราไม่ชิน เพราะไม่เคยเป็นลูกจ้างใคร เราก็อยู่ในเซฟโซนของเราที่เป็นคลินิกหรือโรงพยาบาลของเรา ถึงแม้เราจะเป็นแค่หุ้น ๆ หนึ่ง แต่ก็เป็นผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจได้
ส่วนอีกหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายทุกวันอาทิตย์ มันจะมีคลาสสินค้า คนที่สนใจเรื่องสินค้า ประกอบด้วยอะไรบ้าง ใช้ยังไง ใครควรใช้ ไม่ควรใช้ ข้อควรระวังคืออะไร นั่นเป็นคลาสของตน ในบริษัทจะมีหลายห้อง ห้องเรียนติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก สำหรับห้องตนเรียกว่าห้องเกี่ยวกับสินค้า แต่ตนจะพูดเสมอว่า ตนให้ข้อมูล ส่วนการตัดสินใจจะดำเนินธุรกิจอะไรต่อไป เป็นเรื่องของส่วนบุคคล เรามีหน้าที่ให้ข้อมูลเท่านั้น ทั้งหมดที่ตนทำงานกับ ดิ ไอคอน เป็นแบบนั้น

แซม กล่าวต่อว่า เพิ่งมาเห็นข่าวเมื่อ 2-3 วันนี้ เราเพิ่งรู้สึกว่ามันมีอีกมุมหนึ่งด้วยเหรอ เราเห็นในมุมของคนที่ประสบความสำเร็จ เราภูมิใจในความสำเร็จนั้น อดยินดีกับเขาไม่ได้ เราก็ช็อกเพราะข้อมูลมุมนี้เราไม่เคยเห็น และไม่รู้จะไปเห็นจากไหน สิ่งที่เราเข้าไปที่บริษัท เราจะเห็นแต่เรื่องดี ๆ แต่พอเห็นข่าวบางคนถึงขนาดล้มละลาย เรายังรู้สึกว่ามันเรื่องจริงเหรอ เพราะมันคนละด้านกันเลยที่เรารับรู้ได้ ก็เลยตกใจ
เราเข้าใจอยู่แล้วว่า คนซื้อของไป 100 คน ทุกคนจะขายดีทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ ก็เหมือนเราเรียนในห้องเดียวกัน มันก็มีคนได้ที่หนึ่ง ที่สอง ระดับคนกลาง แล้วก็มีคนสอบตก แต่เราเป็นเพื่อนกันถ้ารักเพื่อนก็จะพยายามช่วยเพื่อนไม่ให้ซ้ำชั้น แต่ในเวลาเดียวกันถ้ามีคนสอบตกเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ดิ ไอคอนก็ต้องเอากลับไปศึกษาว่ามันมีคนขายดี แต่คนที่ขายไม่ได้เขามีปัญหาอะไร ก็ต้องมีการพูดคุย
ขณะเดียวกัน ตนจะปัดความรับชอบว่าไม่เกี่ยวก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คนซื้อไปใช้เพราะเชื่อตน มั่นใจว่าเอาไปขายเพราะเชื่อตนมันก็มีส่วน ตนปัดรับความชอบไม่ได้ แต่ความรับผิดชอบของเรามันไปถึงไหนล่ะ ตอนนี้เรื่องผิดถูกเอาไว้อีกเรื่อง แต่คนเดือดร้อนจนเขาไม่มีจะกิน มีปัญหามากมาย ตรงนี้ต้องเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาเรื่องผิดถูกอีกเรื่องหนึ่ง
ตอนนี้คนมองว่าเป็นธุรกิจหลอกลวง ?
ตนอยากรู้ว่ามันหลอกลวงยังไง ตนไม่เคยพูดคุยกับผู้เสียหายโดยตรง และไม่เคยมีเสียงสะท้อนมาถึง ตอนที่มาอยู่ ดิ ไอคอน เราก็ได้เอกซเรย์ดูว่าจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ มีใครเป็นผู้ถือหุ้นบ้าง ตนดูละเอียดมากพอสมควร ด้วยอายุเยอะแล้ว ไม่อยากพลาดตอนแก่ ทำธุรกิจประเภทไหน เป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า
สถานะเป็นแค่พรีเซ็นเตอร์หรือมีหุ้นส่วนด้วย ?
ไม่ได้เป็นทั้งสองอย่าง โดยตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ มีหน้าที่ดูแลเรื่องผลิตภัณฑ์ในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
มีสิทธิในการกำหนดทิศทางของบริษัทไหม ?
ไม่มีเลย ต่อให้บอกว่าสินค้าตัวนี้มันดี ตนแค่นำเสนอ เพราะสุดท้ายจะมีคนเคาะว่าตัวนี้ดีกว่า ถามว่าได้รายได้จากบริษัทยังไง สินค้าตัวไหนที่เราช่วยดูแล เราจะได้จากยอดขายสินค้านั้น ๆ ความแฟร์ของบริษัทนี้เขาจะโชว์ว่าเดือนนี้สินค้าตัวไหนขายได้กี่ชิ้น แล้วผลประโยชน์ที่เราควรจะได้รับเขาก็บอกหมดเลย
กันต์ กันตถาวร และ มิน พีชญา ได้มาพูดคุยปรึกษาเรื่องนี้ยังไงบ้าง ?
น้องมินก็ตกใจ โดนด่าไปถึงตระกูลที่ทำธุรกิจมา 30 ปี ที่ตนออกมาสัมภาษณ์เพราะไม่อยากเป็นจำเลย แค่อยากจะบอกว่าไม่ได้ไปไหน อยากได้ข้อมูลอะไรถามได้
พร้อมไหม ถ้าทางตำรวจเรียกไปให้ปากคำ ?
เรียกว่าไปให้ข้อมูลดีกว่า ตนยังไม่ได้เป็นจำเลยที่จะมาสอบปากคำ ถ้าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตนยินดีอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุดในการให้สังคมอยู่ร่วมกันได้