เป็นอีกนักแสดงเด่นในภาพยนตร์ “ธี่หยด 2” สำหรับ ‘จูเนียร์’ กาจบัณฑิต ใจดี ที่ยังคงตัวละครเดิมในบทบาท ‘ยศ’ จากภาคแรก โดยได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ, เดนิส เจลีลชา คัปปุน, ‘เฟรนด์’ พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, ‘มิ้ม’ รัตนวดี วงศ์ทอง และ ‘นีน่า’ ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน รวมถึง ‘มีน’ พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ตัวละครใหม่ในภาคนี้

โดยวันนี้หนุ่มจูเนียร์ได้มาเปิดอกพูดคุยถึงการแสดงในภาพยนตร์ พร้อมเผยสเตตัสหัวใจ และสเป๊กสาว

บทบาทในภาพยนตร์ “ธี่หยด 2”?

จูเนียร์ – “บทบาทของผมคือ ยศ จากภาคแรกเลย ดูแลครอบครัว ดูแลน้องๆ ด้วยเป็นลูกคนที่สองของบ้านในครอบครัวคนจีนก็ต้องดูแลทำทุกอย่างแทนพี่ชาย เพราะพี่ชายไม่อยู่ พี่ยักษ์ (ณเดชน์) ไปเป็นทหาร วันนึงเขากลับมา เราก็ไม่พอใจ เพราะเขาทิ้งทุกอย่างไปทำให้เราต้องดูแลแทน

อาทิตย์ใส

สุดท้ายมีน้องคนนึงตาย แย้ม (มิ้ม รัตนวดี) ตาย เราก็กลับมารักกัน พี่ชายออกไปสู้ไปแก้แค้น ซึ่งตัวยศในภาค 2 คาแร็กเตอร์มีการเติบโตขึ้น เพราะจากภาคที่แล้วเราเจอมรสุมกันมาหนักพอสมควร ภาคนี้ก็แข็งแกร่งขึ้น ไม่มีความโกรธพี่ชายแล้ว แต่จะมีความหวาดระแวงผีตลอดเวลา”

เรื่องราวของภาค 2 คือหลังจากเหตการณ์นั้น 3 ปี?

จูเนียร์ – “ภาคนี้เป็นภาคที่เห็นต้นกำเนิดที่มาที่ไปของผีชุดดำ เส้นทางมันมายังไงถึงมาตรงนี้ได้ แล้วมันต้องการจะทำอะไรกันแน่ เป้าหมายของมันคืออะไร ภาคนี้ผีเยอะมาก แต่มีความเกี่ยวโยงกัน พี่ยักษ์เป็นคนไปตามล่าหาความจริงเพื่อหาวิธีกำจัดมัน นั่นคือเส้นเรื่องของภาคนี้

อาทิตย์ใส

ส่วนเส้นเรื่องของผมคือใช้ชีวิตปกติ จนหยาด (เดนิส เจลีลชา) เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรบ้าง เห็นวันที่แย้มตาย วันที่แย้มผีเข้า หยาดเห็นหมดทุกอย่าง เขาก็แพนิก แต่ละคนรับรู้เหตุการณ์นี้ไม่เท่ากัน หยาดหนักสุด เขาพยายามจะออกจากตรงนี้ออกจากครอบครัวเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว จนเลือกที่จะแต่งงาน ในวันแต่งงานนั่นแหละ ผีมันกลับมาอีกครั้ง ภาคที่แล้วอยู่ๆ ผีโผล่มาโดยเราไม่ตั้งตัว แต่ภาคนี้เรารู้แล้ว เราจะพกอาวุธไว้ตลอดเวลา ทุกคนในเรื่องบู๊หมด แม้แต่ตัวนีน่าเอง ตัวผมก็บู๊”

แสดงว่าภาคนี้บู๊หนักและดุเดือดขึ้น?

จูเนียร์ – “บู๊หนักขึ้น ภาคนี้ใช้คำว่า horror บวก action ผมว่า 2 อันนี้เป็นการรวมกันที่สุดยอดมากๆ horror หนัก action ก็หนัก มันยิ่งเพิ่มความน่ากลัวแบบทวีคูณ”

อาทิตย์ใส

ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างสำหรับภาคนี้?

จูเนียร์ – “ต้องบอกว่าโชคดีมันเป็นภาค 2 ด้วยความที่เราทำคาแร็กเตอร์จากภาคแรกมาแน่นอยู่แล้ว คือคาแร็กเตอร์ตัวละครของยศ เราจับจุดได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็แค่มาเติมเรื่องฉากแอ๊กชั่นหรือว่าอารมณ์ให้ต่อเนื่องจากภาคแรก ซึ่งเราแค่ย้อนกลับไปดูว่า ตอนนั้นความรู้สึกเป็นยังไง ตอนที่แย้มจากไป ก็จะเป็นความรู้สึกที่เป็นมวลรวมอบอวลอยู่ข้างใน มันอธิบายไม่ถูก แต่มันเป็นความเลวร้ายที่เราไม่อยากพูดออกมา เป็นความอัดอั้นที่อยู่ข้างใน ก็คือส่วนตรงเนี้ยที่เป็นการบ้านที่เราต้องทำเพิ่ม”

อาทิตย์ใส

ความยากของภาคนี้?

จูเนียร์ – “ความยากคือช่วงระหว่าง 3 ปีที่ผ่านมา เรายังจำเหตุการณ์จากภาคแรกได้อยู่ว่าความรู้สึกเราเป็นยังไง เราเจอผี น้องเราเสีย เราทะเลาะกับพี่ชาย เราคืนดีกันแล้ว ตอนนั้นคาแร็กเตอร์เราชัดเจน แต่ช่วงระหว่าง 3 ปีนี้ ไม่มีบท เพราะฉะนั้นเราต้องตีความเองว่าเกิดอะไรขึ้น จินตนาการว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้กับครอบครัวเรา เราจะรู้สึกยังไง”

ความน่ากลัวมันมากกว่าภาคแรกไหม?

จูเนียร์ – “น่ากลัวกว่า อาจจะมองว่าภาคนี้มีบู๊มากขึ้น ความน่ากลัวอาจจะลดลง แต่ไม่ใช่ ยิ่งบู๊หนัก ความน่ากลัวยิ่งเพิ่มขึ้น เรายิ่งตอบโต้ เขายิ่งตอบโต้กลับ ผียิ่งหลอกเราได้มากกว่าเดิม ความหลอนความน่ากลัวมันเยอะไปหมด”

อาทิตย์ใส

ทำไมไม่ควรพลาดชม “ธี่หยด 2”?

จูเนียร์ – “คือภาคนี้ ผมมองว่ามันมีความมันส์กว่าเดิม แล้วความน่ากลัวมากกว่าเดิม แต่อาจจะลดหย่อนในเรื่องความเป็นครอบครัว มันยังมีความอบอุ่นเหมือนเดิมจากภาคที่แล้วนี่แหละ มันต่อเนื่องมา แต่ภาคนี้มันมันส์กว่าเดิม เดือดกว่าเดิม คือตั้งแต่อ่านบทผมรู้สึกว่ามันต้องอย่างงี้สิ ต้องไม่ใช่หนังผีไทยปกติที่จะมาหลอกหลอนเฉยๆ มันต้องสู้บ้าง ซึ่งผมชอบคาแร็กเตอร์หนังแบบนี้มาก และภาคนี้เป็นอย่างงั้นครับ”

อาทิตย์ใส

คิดนานไหมก่อนจะรับเล่นเรื่องนี้?

จูเนียร์ – “ไม่คิดเลย อยากได้มาก เห็นบทปุ๊บขอ อยากเล่น ไปแคสต์ประมาณ 2 รอบจนได้ ดีใจมากๆ”

ระหว่างหนังกับละคร ตอนนี้ชอบอะไรมากกว่า?

จูเนียร์ – “ผมชอบทั้ง 2 อย่าง ผมมาจากคนที่ไม่กล้าแสดงออก มายด์เซ็ตผมแย่ ไม่ได้มีความคิดอยู่ในวงการบันเทิงเลย มีความแอนตี้เล็กๆ แต่เราไม่ได้ว่าเขาไม่ดีนะ แต่รู้สึกว่าเราไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นได้จริงๆ

อาทิตย์ใส

พอไปถ่ายครั้งแรก โห…โคตรยาก ไม่ง่าย ไม่ใช่แค่หน้าตาทำมาหากิน ไม่ใช่แค่ท่องบทจำบท มันใช้ร่างกาย ใช้จิตใจ ใช้สมอง ทั้งการจำและการวิเคราะห์บท มันยากไปหมด เป็นอาชีพที่ยากจัง จนวันนึงเรารู้สึกว่า เออ…เอาให้ได้ ร้อยซีนทำได้หนึ่งซีน เรามาจากติดลบนะไม่ใช่จากศูนย์ พอเริ่มได้นิดนึงเรามีหนึ่งเปอร์เซ็นต์แล้ว เริ่มเก็บเกี่ยวเริ่มสนุก เลยรู้สึกว่าการแสดงก็คือการแสดง ไม่ได้แบ่งแยกว่าหนังแสดงอย่างนึง ละครแสดงอย่างนึง”

ภาคแรกทำไว้ได้ดี ภาคนี้กดดันไหม?

จูเนียร์ – “กดดันแหละ วันที่ถ่ายจริงๆ ไม่มีความกังวลเลย ผมเป็นคนจัดการความรู้สึกตัวเองได้ดี อยู่กับสถานการณ์ตรงหน้าได้ ผมโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น มันอาจเป็นปัญหาชีวิตในพาร์ตอื่นๆ เหมือนกันนะที่ผมโฟกัสได้แค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ถือเป็นข้อดี-ข้อเสีย เราอยู่ตรงนั้นถ่ายตรงนั้นเราโฟกัสได้ เราไม่วอกแวก แล้วก็ไม่ได้กังวลตอนถ่าย แต่พอหนังจะเข้าฉาย เริ่มมีความกังวล”

อาทิตย์ใส

ภูมิใจในตัวเองขนาดไหน?

จูเนียร์ – “เอาตรงๆ แมนๆ เลยนะ ยังไม่รู้สึกภาคภูมิใจ ผมไม่ได้อินกับอิโมชั่นขนาดนั้น ด้วยความที่ผมไม่ได้ตั้งเป้าไว้ก่อน ผมจะเป็นคนถ้าสมมติเราทำสิ่งนี้สำเร็จปุ๊บเราภูมิใจ แต่นี่เราเข้ามาในวงการบันเทิงโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว มันค่อยๆ มาทีละนิด เลยไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากเดิมมากจนทำให้รู้สึกภูมิใจ เรายังใช้ชีวิตปกติอยู่ทุกๆ วัน ยังอยากทำงานวงการบันเทิงต่อไป อยากถ่ายละครอยากถ่ายหนัง

มายด์เซ็ตของผมคือไม่ได้ตั้งเป้าหมายเป็นตัวเงินหรือชื่อเสียง แค่รู้สึกว่าหน้าที่ของผมคือเป็นนักแสดง ผมได้รับบทนี้มา ผมต้องวิเคราะห์มันให้ดีที่สุด แล้วก็เล่นออกมาให้ดีที่สุด ไม่ได้มีมายด์เซ็ตว่าหนังเรื่องนี้ต้องประสบความสำเร็จแล้วเราต้องภูมิใจกับมัน ผมเต็มที่กับเรื่องนี้ปุ๊บ แล้วผมก็ไปเรื่องอื่น เลยไม่ได้มีความคิดว่า หยุดพักเพื่อภูมิใจในตัวเอง ไม่รู้เป็นข้อดีหรือข้อเสียก็ไม่รู้นะ”

อาทิตย์ใส

ทุกวันนี้เวลาออกไปข้างนอกชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม?

จูเนียร์ – “ไม่นะ ก็แต่งตัวทุเรศทุรังแบบเดิม ปกติก่อนเป็นดาราหรือหลังเป็นดาราผมก็ไม่ค่อยออกไปไหนอยู่แล้ว ถ้ามีเพื่อนนัดเตะบอลก็ไปเตะบอล หรือไปฟิตเนส หรือถ้ามีของหมดก็แวะห้างเพื่อไปซื้อ เสร็จกลับบ้าน กินข้าววันไหนเรารู้สึกอยากไปเราก็แว้บไปเลย อย่างล่าสุดผมไปนั่งกินหม่าล่าคนเดียว อยู่คนเดียวได้ไม่ต้องรอใคร”

สถานะหัวใจเป็นไงบ้าง?

จูเนียร์ – “โสดสนิท อย่างที่บอกผมเป็นคนที่โฟกัสกับตรงหน้ามากๆ ผมเคยมีแฟน (นอกวงการ) คบมา 4-5 ปี พอเริ่มต่างคนต่างทำงานแล้วผมมีงานต้องทำแล้วเวลาไม่ตรงกัน ที่บอกโฟกัสตรงหน้าคือผมไม่แตะโทรศัพท์เลย ผมจะอยู่กับงานอย่างเดียว จนเราใช้คำว่าละเลย”

โสดมานานหรือยัง?

จูเนียร์ – “3 ปีครับ ยอมรับว่าเราละเลย สุดท้ายทนไม่ไหวก็เลิกกัน”

สาวแบบไหนถึงจะชนะใจเรา?

จูเนียร์ – “ผมชอบคนพูดเพราะ ฉลาด ทั้งการใช้ชีวิตทั้งเรื่องงาน ต้องเป็นคนมีแพสชั่นในตัวเอง มีเป้าหมายในตัวเอง เป็นเพื่อนคู่คิดเราได้ เรื่องงานบ้านไม่ต้อง ไม่จำเป็น น่ารัก พูดเก่ง ผมเรื่องมากถึงไม่มีแฟนจนถึงทุกวันนี้ จริงๆ ก็มีคุยบ้าง แต่มันไม่ใช่ก็ไม่อยากเสียเวลา ก็บอกเขาตรงๆ”

สเป๊กภายนอก?

จูเนียร์ – “ชอบผู้หญิงน่ารัก ติดเซ็กซี่นิดๆ ส่วนชอบสายฝอหรือเกาหลี ผมชอบฝั่งเกาหลีมากกว่า ชอบเอเชีย จริงๆ ชอบลูกครึ่งที่มีความเป็นเอเชียครับ”

จาระไนสเป๊กชัดขนาดนี้ ดูท่าจะโสดได้อีกไม่นานร้อก!!

กัณฑมาศ ธรรมณี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน