แมท ภีรนีย์ เผยเรื่องราวชีวิตก่อนตัดสินใจแต่งงานกับ เฟม ภีมเดช เขาทำให้เชื่อว่ารักแท้ดีๆ ยังมีอยู่จริง พร้อมแพลนอนาคตมีลูกปีหน้า
อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงข้าวใหม่ปลามันที่เราจะเห็นโมเมนต์หวานฉ่ำของทั้งคู่บ่อยครั้ง สำหรับ แมท ภีรนีย์ และสามี เฟม ภีมเดช หลังทั้งคู่เข้าประตูวิวาห์แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน ไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดสาว แมท ภีรนีย์ ได้ออกมาเปิดใจก่อนตัดสินใจแต่งงาน พร้อมแพลนอนาคตมีลูกปีหน้า ผ่านรายการ WOODY FM

ก่อนที่จะแต่งในความสัมพันธ์ที่เราได้เจอ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามั่นใจ?
“แมทก็มานั่งถามตัวเองเหมือนกันค่ะ เพราะว่ารู้สึกเร็วมากๆ เพราะว่าก่อนหน้านั้นก็คือยังไม่ได้มั่นใจกับอะไร รวมถึงเฟม (สามี) ด้วย แต่ว่ามันเป็นไปของมันเองค่ะ”
“ยังจำได้เลยว่าเราตั้งใจไว้ว่าจะทำเพื่อตัวเองแล้วต่อจากนี้ เพราะเราทำเพื่อคนอื่นมาเยอะแล้ว อยากจะเอาใจตัวเอง อยากจะตามใจตัวเอง อยากทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ ไม่อยากมีใครมาพ่วง หรือไปพ่วงใคร แต่ว่าเฟมมาทำให้แมทเชื่อว่ารักแท้ดีๆ ยังมีอยู่จริง แค่นี้เลย คือเขาให้ความมั่นใจ ให้ความรัก ให้คุณค่า ให้เกียรติ ให้ทุกอย่างที่แมทเก็บสิ่งนั้นเข้าลิ้นชักไปแล้ว”

พออยู่กับเขาความสบายใจมันเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง?
“เขาพยายามเข้าใจเราด้วยนะ จริงๆ ตอนช่วงแรกระหว่างแมทกับเขา แมทใจร้ายกับเขามากเลย ก็คือเราถ่ายละครไปด้วย แล้วซ้อมเทนนิสหนักไปด้วย เราซ้อม 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน กลับมาก็ต้องเตรียมตัวเพื่อไปถ่ายละคร ได้นอนประมาณเกือบตี 2 แล้วตื่นตี 5 ไปถ่ายละคร ในวันว่างแมทก็ลงเทนนิสตลอดเลย เพราะฉะนั้นแมทก็จะให้ตัวเองก่อน เขาก็รอไป รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ”
“ซึ่งเขาก็รอ คือเขาพยายามเรียนรู้แมทค่ะ ว่าเราเจออะไรมา และเป็นแบบนี้เพราะอะไร ตอนแรกแมทก็ไม่ได้ใส่ใจเขา จนเขาทำให้แมทมั่นใจจนถึงจุดหนึ่ง แมทก็มาคิดว่าคนดีแบบนี้มันไม่ได้มีมาง่ายๆ แมทอาจจะไม่ได้คบกับคนเยอะค่ะ ประสบการณ์น้อย แต่ว่าช่วงเวลานั้นมันก็ 20 ปีแล้ว แฟนเก่าก็ 15 ปี แล้วก็มาอีก 5 ปี มันก็กินเวลาชีวิตเราไป 20 ปีแล้วนะ แล้วคือถ้าไม่ตอนนี้มดลูกฉันฝ่อแล้ว”

ฟังดูแล้วคิดว่าคงอยากมีลูก?
“แมทชอบเด็ก รักเด็ก อยากมีลูก ชอบเทคแคร์คน ชอบทำอะไรให้คนกินแล้วอร่อยอะไรแบบนี้”
มีการวางแผนไหม?
“มีการวางแผนค่ะ แล้วก็คุยกันตลอด ช่วงนี้เหมือนแมทกำลังกลับมาในวงการ รวมถึงละครกำลังจะออนแอร์ด้วย ก็เลยอยากมาเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายของตัวเอง แบบพลังใจมันมาแล้วค่ะ คือเราเป็นคนตั้งใจ อย่างน้อยตั้งใจแล้วรู้ว่าเราพอมีความสามารถอยู่บ้าง”

“แต่มันสูญเสียความมั่นใจไปช่วงหนึ่ง จนทำให้เราไม่กล้ารับ ไม่กล้าออก ไม่กล้าเจอใคร แต่ตอนนี้เราโตขึ้นก้าวข้ามผ่านอะไรต่างๆ มาเยอะมากแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้คิดว่าพร้อมในด้านการทำงานในวงการ ส่วนลูกก็ต้องมีอยู่แล้ว ก็น่าจะเป็นปีหน้าค่ะ วางแผนไว้ว่าต้นปีก็คงจะทำเลยทั้งธรรมชาติหรือว่าอาจจะวิทยาศาสตร์ช่วย ก็เดี๋ยวค่อยไปดูมกราคมปีหน้า”