ดู๋ สัญญา ยอมรับอยากแสดงละคร เพื่อหาความรู้ แฮปปี้ผลงานออนพร้อมกัน 3 เรื่อง พร้อมตอบมีโอกาสเล่นละคร กับลูกชาย “เอม สรรเพชญ์” ไหม?
เป็นอีกหนึ่งนักแสดง และพิธีกรมากความสามารถสำหรับ ดู๋ สัญญา คุณากร ที่ปีนี้มีผลงานให้รับชมมากมายทั้งภาพยนตร์ และซีรีส์ ล่าสุดวันที่ 14 ต.ค. ดู๋ สัญญา ได้มาร่วมงานเปิดตัว และรับชมรอบพิเศษภาพยนตร์ Love Stuck รักวนลูป ณ อินฟินิซิตี้ ฮอลล์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5
โดย ดู๋ สัญญา เผยว่าผลงานทุกเรื่องในปีนี้ล้วนถ่ายเสร็จไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนตัวยอมรับว่ายังอยากแสดงอยู่ โดยเฉพาะบทบาทที่ไม่เคยได้รับ อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ พร้อมตอบว่ามีโอกาสจะได้ร่วมงานกับลูกชาย เอม สรรเพชญ์ ไหม?
ปีนี้งานเยอะมาก? “ถ่ายทำปีที่แล้วหมดเลยนะครับ เรื่องนี้ประมาณปีกว่าแล้ว หมายถึงว่าด้วยระบบแพลตฟอร์ม หรือกลไกของเขามันมาฉายในตอนนี้ ใกล้ๆ กัน ก็เลยดูเหมือนเก่งเนอะ เล่นทีเดียวสามเรื่อง แต่จริงๆ มันห่างกันนานมาก”
มีช่วงหนึ่งที่ไม่ได้เล่นละครเลย? “ใช่ มันมีช่วงหนึ่งที่ผมเล่นละครไม่ได้เลย บริหารคิวให้กับกองละครไม่ได้ ก็ไม่ได้เล่นเพราะตอนนั้นทำรายการที่นี่หมอชิต ทำเจาะใจ ทำอะไรต่างๆ ก็ไม่ได้เล่น จนไม่มีคนจ้าง เพราะคิดว่าอย่างไรก็ไม่เล่น หลังจากเหลือแต่รายการเจาะใจมันก็มีเวลาว่างมากขึ้น เราก็อยากหาความรู้ อยากออกไปทำอะไรก็เลยได้แสดงมากขึ้น”
เหมือนเรากดดันหรืออยากแสดงละครหรือเปล่า? “ยอมรับครับอยากแสดง โดยเฉพาะบทที่ไม่เคยได้รับอยากศึกษา อยากรู้ ผมคิดขนาดที่ว่าสมัยก่อน ตอน 10 -20 ปีที่แล้ว บรรยากาศกองถ่าย และการเล่าเรื่องเขาเป็นแบบไหน สมัยใหม่ กองถ่ายและวิธีการเล่าเรื่องเขาเป็นแบบไหน การทำงานเป็นอย่างไร พฤติกรรมของนักแสดงเป็นแบบไหน ถ้าเราไม่ได้อยู่ในการทำงานเราก็ไม่รู้ ได้แต่เดา ผมว่ามันเป็นเรื่องดีที่ได้รับรู้ เขาบอกเมื่อคุณมีเวลา คุณอยู่มานาน คุณต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปตลอดเวลา ไม่งั้นคุณก็ตกขบวน ผมก็อยากรู้การทำงานรู้วิธีการ เวลาคุยกับเด็ก จะเรียกว่าน้อง ๆ แต่อายุจริงๆ คือลูก ก็ได้วิธีคิด ได้ฟังมุมมอง ได้มองวิธีการของเขา ผมเห็นหลายเรื่องเลยนะ ผมอายุเท่าเขา ผมด้อยกว่าเยอะ เห็นเลย เห็นชัดในหลายเรื่อง และอีกหลายเรื่อง”
เราก็ได้สกิลใหม่? “เราก็ได้นะถ้าทุกคนเปิดใจ มันก็จะได้รับ ถ้าคุณน้ำเต็มแก้วมันก็จะไม่ได้อะไร”
เป็นพิธีกรหรือนักแสดง? “เป็นนักแสดงที่เป็นพิธีกรได้เยอะ (หลังจากนี้?) ตอนนี้ที่ติดต่อก็มีละคร จุดอ่อนอย่างหนึ่งของผมคือผมเป็นผู้รับจ้างผมไม่ได้เป็นผู้จัดผมไม่สามารถเลือกเองได้ว่า มันเป็นชาเลนจ์ว่าจะมีใครให้เล่นไหม ผมว่ามันท้าทายมาก”
อยากเป็นผู้จัดไหม? “เงินไม่พอ (สามเรื่องมีแคนเซิลไปบ้าง?) ไม่ ถ้าจัดเวลาอะไรอย่างนี้ ก็มีแคนเซิลน้อยมาก ส่วนมากจะเป็นเรื่องเวลาไม่ได้ กับประเภทตอนนี้เรามีอันนั้นอยู่ ตอนนั้นเรามีอันนี้อยู่ แน่นอนมันต้องบริหารไม่ได้เอาเท้าโกยเข้ามาหมด เสร็จแล้วก็ไปทำงานให้เขาไม่ได้ แล้วเขาก็เสียหาย มันไม่มีทางได้ 100 เปอร์เซนต์อย่างที่เขาติดต่อไป (กี่เรื่องที่แคนเซิลไป?) จำไม่ได้ครับ”
มีโอกาสได้เล่นกับลูกชายไหม? “ตอนนี้ยังไม่มีครับ เรามีคุยเล่นๆ กันนะ ตอนไปคุยกับคุณบอย ถกลเกียรติ ถามว่าตลกดีนะ เอมได้เล่นเรื่องนี้ แล้วถ้าผมเล่นเป็นพ่อจะแปลกไหม บอยหันมาบอกว่า ไม่ ไม่ให้พี่เล่นเป็นพ่อของเอม เดาว่ามันจะทำความจริงของละครถูกทำลายด้วยความจริงของชีวิต พอเดินไปด้วยกัน ไม่ได้มองเป็นตัวละครใช่ไหม มันมองเป็นเอมเดินมากับดู๋ มันไม่มองเป็นตัวละครนั้น ผมก็เห็นด้วยว่า ควรจะเป็นลูกใครก็ได้ ที่ไม่ใช่ลูกผม ได้ติดตามแน่นอน ของเอม กำลังถ่ายอยู่ครับ ไม่กลับบ้านกลับช่องเลยครับ”
การเปลี่ยนถ่ายของละครมันมีผลกระทบกับนักแสดงมากน้อยแค่ไหน? “ผลกระทบเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่แล้ว ใครเจออะไรแค่ไหน มันเจอแตกต่างกันไป มันมีอยู่แล้ว คำถามว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่มีใครตอบได้ครับ ทุกคนก็ปรารถนาว่าอะไรกู้ได้ อะไรเปลี่ยนแปลงตาม มันมีสองหลักการ อันหนึ่งไหลตามมันไปเลย อีกอันหนึ่งพยายามจะพายสู้หน่อยไหม จริงๆ ก็ไม่ผิดทั้งสองฝั่ง คำตอบคือมันตอบไม่ได้ มันได้แต่คาดเดาและติดตาม และพยายาม”



