แมน การิน เผยตุลาอาถรรพ์ วงการบันเทิงจะเจอหนักกว่านี้ สะท้อนมุมคนเป็นพ่อ ถ้ารวยแบบทำผิดแล้วไม่ได้อยู่กับลูก จะเสียใจมาก ควรคิดถึงคนข้างกายมากกว่าเงินทอง

อดีตนักแสดงที่ผันตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตัวเลข สำหรับ แมน การิน ภัทราภัสร์ ก่อนหน้านี้เคยออกมาเตือนว่าเดือนตุลาคม เป็นเดือนอาถรรพ์ ดวงดาวมีการเคลื่อนตัว จะมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด และมีหลายเรื่องราวที่หนักหน่วง

แมน การิน เผยตุลาอาถรรพ์

ล่าสุดวันที่ 18 ต.ค. 67 ‘แมน การิน’ ที่มาร่วมงาน Thailand Influencer Awards 2024 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ พร้อมเผยถึงวงการบันเทิงตอนนี้ปั่นป่วนเป็นอย่างมาก

การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แตกต่างจากการเป็นดารา-นักแสดง? “ต่างมากครับ การเป็นอินฟูลฯ เราต้องรู้ลึกรู้จริงในเรื่องนั้นๆ มากๆ จะต้องมีความยูนิก มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากๆ เพื่อให้มันเกิดมูลค่า แต่การเป็นศิลปินดารา คือการที่เราถ่ายทอดบทบาทบางอย่าง เช่น การสวมบทบาทเป็นตัวละครคนนั้นคนนี้ ต้องใช้วิชาความรู้ในการแสดง

ย้อนไปประมาณ 10 ปีที่แล้วภาพผมก็ชัดเจนที่การเป็นดารานักแสดง พอผมเลิกเล่นละครผมก็มาเป็นนักออกแบบตัวเลข จนวันนี้มันมีช่องทาง มีแพลตฟอร์มที่ทำให้เรามีโอกาสนำเสนอในสิ่งที่เราถนัดได้ มันเลยทำให้เราได้มาเป็นอินฟูลฯ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ให้กับผม ผมมองว่าผมไม่ได้เป็นอินฟูลฯ แบบเต็มตัว ผมยังเป็นนักออกแบบตัวเลขที่จะไปได้ทุกแพลตฟอร์ม ไปได้ทุกที่”

เคยทำนายเดือนตุลาคมจะเดือดมาก? “ทุกๆ ตุลาคมมักจะมีเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่ไม่ดีเกิดขึ้นสม่ำเสมอในทุกปี เช่น การสูญเสียบุคคลสำคัญ การเกิดอุทกภัย ปัญหาที่เราไม่สามารถควบคุมได้ จะเป็นเรื่องหนักๆ ที่มันจะเกิดในจังหวะเดือนตุลาคม แค่ออกมาพูดในมุมของสถิติของเดือนตุลาคมที่มักจะมีเรื่องแบบนี้ หลังจากตุลาคมก็จะเบา มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น ชีวิตคนเราก็จะมีทั้งดีและไม่ดีสลับกันอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าปลายปีนี้มีข่าวดี มีเรื่องดีๆ แน่นอน”

แมน การิน เผยตุลาอาถรรพ์

ตอนนี้วงการบันเทิงปั่นป่วน? “มองในศาสตร์ตัวเลข 2567 มันเป็นเลขที่จะมีความเสียใจ เศร้าใจ ความทุกข์ใจ อย่างเรื่องเงินที่จะถูกยึด หาย หรือไปจมอยู่กับอะไรบางอย่าง คนที่อยากจะปล่อยของ ขายของมันขายไม่ได้หรอก เพราะธรรมชาติเลขในปีนี้ที่ทำให้เราสต๊อกบวม หรือเงินมันไปจม ขายของออกยาก ในแต่ละเดือนผมจะทำคอนเทนต์วิเคราะห์ให้ตลอดอยู่แล้ว

ผมว่าตามหลักเลขแล้ว พ.ค. ปีหน้า ผมมองว่ามันต้องรอระยะเวลาพักฟื้นก่อน ช่วงนี้ก็จะมีข่าวมีเรื่องราวที่แทบจะตามกันไม่ทัน มีหลายเรื่องหลายราวหนักๆ ทั้งนั้นเลย เดี๋ยวจะมีหนักกว่านี้อีก ไม่เกินสิ้นปีมีแน่นอน จะเป็นเรื่องคล้ายๆ เดิม มีเรื่องราวเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้น จะมีเรื่องไปทุกวงการเลย เพราะการทำธุรกิจหรือการที่เรามีส่วนเข้าไปเกี่ยวกับอะไรที่มันไม่ถูกต้อง มันจะขยายไปแทบทุกวงการเลย แต่ภาพของความเป็นศิลปิน ดารา มันจะชัดกว่าเพราะเขาเป็นคนของสื่อ คนสาธารณะ แต่จะไม่หนักไปกว่านี้แล้ว มันมีวิธีป้องกันได้ แต่เรื่องราวใหญ่โตไม่แพ้กัน

หลายคนก็จะเกิดความกังวล ผมเองก็ยอมรับว่ากังวลในเรื่องของเศรษฐกิจมันเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมาทุกคนเหนื่อยมามากพอสมควรกับช่วงเวลาที่ผ่านมา แทนที่มันจะดีขึ้น เหมือนมันจะดี แต่มันไม่ดี มันวิกฤต ทุกอย่างมีผลกระทบหมด ตัวผมเองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน คนใช้จ่ายน้อยลงเพราะเงินทองหายาก มันก็ส่งผลเป็นโดมิโน่”

แมน การิน เผยตุลาอาถรรพ์

การรับงานของดารา? “เรื่องนี้สำคัญมาก ด้วยความเป็นศิลปินดารายิ่งต้องดูให้เยอะ ถ้ายิ่งใครไม่มีผู้จัดการหรือสังกัดสกรีนงานให้ ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย จะต้องปรึกษาคนที่เขามีความรู้จริงๆ ดาราจะอยู่กันยากมากขึ้น บางทีเราไม่รู้หรอกว่าคนที่เขามาดีลกับเรา เขาอาจจะจริงใจหรือไม่จริงใจ อย่าแค่รู้สึกอยากจะทำธุรกิจด้วย ในมุมของการร่วมลงทุนด้วยกัน ตื้นลึกหนาบางมันจะมีอะไรบางอย่างที่ส่งผลกระทบกับเรา

ผมเองอยากจะสะท้อนในมุมของความเป็นพ่อคน ผมมองข้ามเรื่องผิดถูก แต่ถ้ามันเป็นผมเขาจะอยู่กันยังไง ลูกจะอยู่กันยังไง จุดนี้มันเป็นจุดให้เราหยุดชะงัก เราควรทำในสิ่งที่มันดี สิ่งที่มันไม่ถูกต้องสิ่งเราควรละเว้นไว้ เราควรต้องนึกถึงคนข้างกายมากๆ เลิกนึกถึงว่าวันนี้จะต้องรวยนะ ต้องประสบความสำเร็จ แต่บางทีคนที่อยู่ข้างๆ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด อย่าไปมองในเรื่องของเงินมาก ผมว่าประเทศไทยเราคนกระทบเรื่องเงินหมด

เวลาที่ผมรู้สึกแย่ผมจะมองคนที่เขาแย่กว่าเรา มองประเทศที่ลำบาก ต้องยืนต่อแถวเพื่อขออาหาร กินข้าวคลุกกับดิน แต่เราอยู่สุขสบายมากกว่าคนอื่นตั้งมากมาย ทำไมเราไม่เอาพลังมาเยียวยาความรู้สึกตัวเองและคนรอบข้าง หรือวันไหนที่เรารู้สึกเหนื่อยมากๆ อย่าไปมองคนที่เขาสำเร็จมากๆ วันนี้มันทำให้เราเห็นแล้วว่าบางสิ่งบางอย่างมันเป็นแค่ภาพโซเชียลมีเดียมันไม่มีใครนำเสนอเรื่องแย่ๆ หรอก เขานำเสนอเรื่องดีๆ ทั้งนั้นแหละ ฉันอยู่ดีมีความสุข แต่เราไม่รู้หรอกว่าเบื้องลึกเบื้องหลังมันเป็นยังไง โซเชียลมีเดียเราเสพได้ครับ แต่เสพแบบที่ต้องมีวิจารณญาณ มีความรู้ด้วย อย่ามองแค่ว่าคนนี้มีรถรุ่นนี้ แต่ตัวเรากำลังไม่ถึง เราไม่จำเป็นต้องไปมีแบบเขา เราก็มีความสุขได้ในแบบเรา

เชื่อไหมว่าทุกวันนี้แค่ผมอยู่กับลูก มองไปเห็นภรรยาผมก็มีความสุข ผมไม่ได้มองอะไรเลย ถ้าผมทำผิด ผมต้องไปอยู่ในที่ๆ ไม่ควรอยู่ มันจะเสียใจมากๆ เราก็ค่อยๆ ทำไป มีความสุขในแต่ละวันให้มากที่สุด ทำแต่สิ่งที่มันดีและถูกต้อง

แมน การิน เผยตุลาอาถรรพ์

กับคนดังมีรสนิยมอวดรวย ทำให้ประชาชนอยากได้อยากมีตาม? “มันเป็นเรื่องปกติที่คนอวดความร่ำรวย อวดความสำเร็จ ไม่มีใครเอาเรื่องแย่ๆ ของตัวเองมาพูดอยู่แล้ว สิ่งพวกนี้ที่ถามผมเคยเป็นนะครับ ผมยอมรับจากใจเลยว่ามีช่วงนึงเราเสพโซเชียลมากๆ เรามีความรู้สึกว่าคนอย่างเราทำอะไรสุจริตอย่างเต็มที่ ทำไมเราไม่เป็นเหมือนอย่างเขาเสียที ทำมันมันช้าจังเลยชีวิต สุดท้ายแล้วมาคิดได้ว่าก็ไม่เป็นไรหรอก เราก็ทำแบบนี้ของเราไปแหละ ผมเลิกดูโซเชียลไปเลย 2 อาทิตย์ ไม่เสพเลย ผมอยู่กับคนข้างๆ กายผม ไปเที่ยวธรรมชาติ ไปใช้ชีวิตที่ได้เห็นคนจริงๆ พูดคุยกับคนจริงๆ ที่ไม่ได้คุยผ่านแอพต่างๆ ผมรอด ผมเลิกเป็นแบบนั้น บางทีการที่เราได้หลุดไปอยู่กับความเป็นจริงได้ ชีวิตเรามีความสุขกว่าเยอะ การไม่เห็นเลยมันก็เป็นการรักษา ผมเชื่อว่ามีหลายคนเป็น เป็นเยอะมาก และพยายามเลยทำให้คนไทยในยุคนี้เป็นหนี้เยอะ เพราะความอยากได้ อยากมีเหมือนคนอื่น ไม่ได้มีกำลังทรัพย์จะซื้อของแบรนด์เนมเลย แต่เราก็พยายามจะเป็นแบบนั้นให้ได้

ผมมองว่าเราต้องรู้จักตัวเองให้มากก่อน พยายามลดการเสพสื่อถ้ารู้สึกว่าเราเริ่มป่วย เริ่มมีปัญหาอะไรแบบนั้น สมัยก่อนในยุคที่เรามีความสุขกัน เราไม่ได้มีโซเชียลเยอะ เราจะไม่ค่อยป่วยกันมาก พอเราเห็นคนนั้นมีคนนี้มี มันทำให้เรารู้สึกอยากจะมีบ้าง เราจะมีความรู้สึกในใจว่าเราต้องมีความโลภ มันส่งผลกระทบกับความรู้สึกตัวเองเยอะ ฉะนั้นถ้ารู้สึกไม่สบายใจก็เลิกเสพก่อนไปอยู่กับธรรมชาติซะ”

แล้วยังเล่นโซเชียลอยู่? “จากนั้นก็หายเลย พอกลับมาเล่น จากที่แต่ก่อนเราโพสต์อะไร เราจะตามอ่านทุกคอมเมนต์ ไปตามตอบในทุกโพสต์ ตอนนี้เราโพสต์เสร็จเราก็ไปทำอย่างอื่น บางทีการที่เราไปนั่งส่องนั่งดูคนกดไลก์ฉันเป็นยังไง ยอดไลก์ดีไหม ใครจะพูดไม่ดีกับฉันบ้าง มันก็นอยด์ เรามีความสุขที่เราจะโพสต์ เราก็โพสต์ไป แล้วเราก็ไปทำอย่างอื่น อย่าไปใส่ใจอะไรมาก”

กับดราม่าหมอดูขโมยดวง มันมีผลกระทบกับอาชีพเรา? “ไม่ได้กระทบครับ ผมไม่ได้มูอะไรลึกอยู่แล้ว ผมแค่แนะนำตัวเลขง่ายๆ ที่สามารถพิสูจน์ได้เพราะมีการเก็บสถิติ ผมไม่มีเรื่องของพิธีกรรม ไม่มีลงนะ อาบน้ำมนต์ เอาของขลังไป เพราะผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไม่ไปขอวันเดือนปีเกิด ไปแนะนำใคร ถ้าเขาไม่ขอให้ผมดูให้ ตั้งแต่อยู่วงการตัวเลขมา ผมไม่เคยทำแบบนั้นเลย และเวลาที่ผมขอวันเดือนปีเกิดเขา สิ่งที่ผมจะบอกเขาเสมอเลยคืออย่าให้เวลาเกิด เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ มันเป็นจุดเล็กๆ ที่มันเฉพาะเรา เราไม่รู้ว่าเขามีวิชาไม่ดีแล้วเอาไปทำอะไรบางอย่างรึเปล่า ผมแค่เตือนนะครับว่าเวลาเกิดอย่าไปให้ นอกจากจะมั่นใจว่าคนๆ นี้เป็นคนดีมากๆ เป็นคนที่เราเคารพนับถือไม่สายดำแน่ๆ ถึงจะให้เขาไป”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน