กำลังเดินเรื่องเข้มข้น ละคร “หวานรักต้องห้าม” ทางช่อง 3 ผลงานของผู้จัด ‘แอน ทองประสม’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากนิยาย “บัวปริ่มน้ำ” ของนักเขียนชื่อดัง ‘อาริตา’ หรือ ‘อี๊ด’ ทัศนีย์ คล้ายกัน ถ่ายทอดเป็นละครโดยฝีมือผู้กำกับฯ ‘นุชชี่’ อนุชา บุญยวรรธนะ
ล่าสุด ‘อาริตา’ นักเขียนวัย 67 ปี เปิดใจถึงละครที่มีเส้นเรื่องบางจุดล่อแหลมต่อความรู้สึกคนดู

• ย้อนไปจุดเริ่มต้นนิยาย “บัวปริ่มน้ำ” ก่อนจะกลับมาให้แฟนๆ ชมในชื่อใหม่ “หวานรักต้องห้าม”?
อาริตา – “วันที่เขียน บัวปริ่มน้ำ ตอนนั้นอายุ 32 ปี เราครีเอตตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่องและชื่อนางเอก เราเรียก ผกามาลิน เองในใจว่า นางสองดอก ผกาคือดอกไม้ มาลินคือพวงมาลัยดอกไม้ ปะลายดอกมาเลย แต่เราจะใช้ชื่อ ผกามาศ ที่แปลว่าดอกท-ง มันโจ่งแจ้ง ไม่เพราะ เลยครีเอตเป็นผกามาลิน
การเปิดคือผกามาลินนั่งรอสามีชาวบ้าน ผิดขนบนางเอกในปี 2532 โดยสิ้นเชิง แล้วครีเอตต่อไปว่าตอนจบผกามาลินบอกว่าเธอเป็นดอกไม้ เธอขอเป็นดอกบัว เดิมเคยเป็นบัวใต้น้ำมาก่อน แต่หลังจากได้เรียนรู้อะไรมา เธอเป็นบัวที่จะไม่จมลงใต้น้ำเป็นอาหารเต่าปูปลา เธอไม่ใช่พืชน้ำอย่างจอกแหน แต่เธอเป็นดอกบัวซึ่งแม้จะไม่บานเหนือน้ำ แต่อยู่ปริ่มๆ น้ำ รับรู้ความฉ่ำเย็น”

• การกลับมาของ “บัวปริ่มน้ำ” ในชื่อ “หวานรักต้องห้าม” รู้สึกอย่างไรบ้าง?
อาริตา – “เราคนเขียนเชื่อมั่นว่าจะไปได้งดงาม แม้จะมีบางอย่างที่อาจเป็นจุดวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องนี้หลังมีการเปิดกล้อง ทางนุชชี่ผู้กำกับฯ โทรมารายงานตัว พูดคำแรกว่า ป้าอี๊ดแหกกรอบมาก นุชชี่จะช่วยแหกให้มากขึ้น (หัวเราะ) ก็คุยเรื่องการทำงานมาตลอด กระทั่งมีชื่อ หวานรักต้องห้าม ในเพจของค่ายละคร เราก็ถามแฟนคลับว่ามีละครชื่อนี้คืออะไร แฟนคลับก็รุมเลยว่าชื่อรับไม่ได้ อะไรรับไม่ได้

ตอนนั้นเราจิตตก สุดท้ายก็ได้คุยกันและบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนอะไร ก็มีการท้วงว่าจุดนี้เป็นจุดเปราะบางและหมิ่นเหม่ อยากให้เลี่ยง คุยกันทำความเข้าใจกันได้ในการเปลี่ยนแปลง จนวันหนึ่งคุณมาช่า (วัฒนพานิช) บอกว่าในจุดที่ปรับเปลี่ยน เขาเล่นไม่ได้รับไม่ได้ ซึ่งเรากับช่าเห็นตรงกัน ก็ท้วงไปอีก แต่นุชชี่บอกว่าจะทำให้ดีที่สุด

ในเรื่องนี้ ที่จริงผิดพลาดตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก สามีของ เครือมาศ ที่มาช่าเล่น ในหนังสือไม่มีเพราะตายไปแล้ว แต่ในเวอร์ชั่นแรกทำให้ตัวสามีของเครือมาศเหมือนมีซัมธิงกับผกามาลิน ทำให้เป็นข้อขัดแย้ง แต่เราก็เชื่อว่าวิจารณญาณของผู้จัดไม่มีใครทำงานลวกๆ ทุกคนตั้งใจทำดีที่สุด แต่ผลจะออกมาเป็นยังไงเราไม่รู้ นิยายที่เราเขียนคืองานสาธารณะ เราต้องเปิดใจกว้าง
บัวปริ่มน้ำถูกเขียนเมื่อปี 2532 ผ่านมา 35 ปี บริบทสังคมเปลี่ยนไป คนทำก็เปลี่ยนไป เราต้องดีใจก่อนว่าบัวปริ่มน้ำเป็นเรื่องเก่าแต่เขายังเห็นคุณค่าที่จะทำ หน้าที่เราครบแล้ว เราขายบทประพันธ์ไปแล้วจะไม่เข้าไปสอดแทรก วันนี้แม้ว่าจะใช้ หวานรักต้องห้าม แต่คำว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจาก บัวปริ่มน้ำ เราในฐานะคนเขียนโคตรภูมิใจในอาชีพนี้เลย”

• ในปี 2567 ที่โซเชี่ยลกระหน่ำมาก เตรียมรับมือยังไง?
อาริตา – “สิ่งที่ห่วงใยคือจุดที่หมิ่นเหม่ต่อความรักต่างวัย รวมถึงเรื่องที่ลูกกล้าพูดกับพ่อขนาดนั้น แต่คิดว่ามันอาจจะถูกเบรกลงด้วยตัวพระเอกซึ่งน่ารักและกำลังมาแรงอย่างน้องไมกี้ (ปณิธาน) กระแสไม่ว่าจะออกมาเป็นบวกหรือลบ เราตัดสินใจอะไรไม่ได้แล้ว กระแสคิดว่ามีแน่นอน ขออย่างเดียว เวลามีกระแสอะไรเราต้องแข็งแกร่งพอที่จะรับมัน
ในส่วนของผู้เขียนเรายอมรับได้ เพราะการปรับมีการแจ้งมาแต่แรก คนเขียนนิยายเราคืองานต้นน้ำ เขาเอาไปตีความ บทที่เสนอใน หวานรักต้องห้าม บริบทมันไม่ใช่ บัวปริ่มน้ำ แล้ว มันกลายเป็นรักต้องห้ามระหว่างวัย”

• ในมุมมองของนักเขียน เวลามีการซื้อบทประพันธ์ไป แล้วมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหา คิดเห็นอย่างไร?
อาริตา – “มันเป็นการเล่าเรื่องคนละสื่อ ถ้าเปิดใจให้กว้าง เราเล่าเรื่องด้วยตัวหนังสือ แต่ในมุมมองคนทำงานเขาเล่าเรื่องด้วยภาพ งานเขียนนิยายคืองานต้นน้ำที่ให้คนทำงานไปคิดใหม่ทำใหม่ในการเล่าเรื่องด้วยภาพ”

• สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนนิยายและแฟนละคร?
อาริตา – “ขอให้ทุกคนเปิดใจรับ ในฐานะคนทำงานเราลงเรือลำเดียวกัน เข้าใจเรื่องของการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท ถ้ามันได้ดีขึ้นมา เราก็ร่วมใจกันรับความสำเร็จนั้น แต่ถ้ามีข้อผิดพลาดก็น้อมรับด้วยกันว่าเส้นเรื่องอาจจะทำให้การตีความมันล่อแหลม แล้วเราก็ยังมีการแก้มือได้ เรามีงานอีกมากมาย”
“ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ หวานรักต้องห้าม ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล