ปู มัณฑนา ลั่นไม่เคยพูดจะเบี้ยวหนี้ ลูกหมี รอศาลตัดสินมูลหนี้แท้จริง ไม่ใช่ยอด 2 ล้าน สบายใจเพิ่งเห็นทนายโซเชียลเงียบกริบต่อหน้าศาล
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 1 พ.ย. 2567 ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ปู มัณฑนา หิมะทองคำ อดีตนางเอกดัง เดินทางมาพร้อมกับสามี หาญส์ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ, เพียร์ซ ภีมเดช ลูกชายคนโต พร้อมด้วย ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช และทนายกิ่ง ศิริญญ์รดา โดยครั้งนี้ถือเป็นการประจันหน้ากันของ “ปู-ลูกหมี” ครั้งแรก ซึ่งวันนี้ ปู มัณฑนา มีสีหน้ายิ้มแย้ม

ต่อมาเวลา 12.50 น. หลังจากเสร็จสิ้นการไต่สวนในช่วงเช้า ปู และทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ทนายประมาณ : “ไต่สวนครั้งที่ 2 วันนี้ก็ไต่สวนลูกหมีตั้งแต่เช้าเลยครับ มีการสืบพยานโดยการเบิกความตอบทนายโจทก์ก่อน เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องทนายจำเลยถามค้าน ผมก็เริ่มถามค้านลูกหมีตั้งแต่เวลาประมาณ 10 โมงเศษ”
สิ่งที่ซักจากเขามีอะไรบ้าง?
ทนายประมาณ : “ตอนนี้ว่าความคัดค้านมาถึงตรงที่ว่าเขาบอกเขาเอาเงินไปร่วมลงทุน ได้ค่าตอบแทนลงทุน 1-2 วัน ได้แค่ตอบแทน 5-10% เช่นลงทุน 9 หมื่น เขาจะได้ค่าตอบแทนเป็นหมื่นนึง แสนนึง คือเงินค่าตอบแทนเขาก็ได้รับจากคุณปูหมดแล้ว ก็มีก้อนใหญ่บางก้อนที่บอกว่าลงทุน 3 เดือน ตอนนี้ก้อนแรกวันที่ 1 ต.ค. ปี 66 ว่าเขาลงทุน 8.5 แสน เสร็จแล้วก็ต้องจ่ายให้เขาอีก 1.5 แสน เป็น 1 ล้าน ภายในวันที่ 1 ม.ค. ปี 67 พอหลังจากนั้นคุณลูกหมีก็บอกว่ายังไม่ได้จ่ายเขา เขียนเช็คเปล่ามาให้เขา วันที่ 31 ม.ค. ปี 67 ก็ยังเรียกเก็บไม่ได้ ก็ยังไม่ได้จ่าย เงินจำนวนนี้ 1 ล้านบาทก็เลยไปรวมอยู่ใน 2 ล้านบาท ที่บอกว่าเป็นคดี เขาก็เลยบอกว่าสรุปแล้วต้นเดือนมีนาคมที่คุณให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า คุณปูไปยืมเงินคุณ 2 ล้าน แล้วมีการทำสัญญากู้เขียนเช็ค ตกลงไม่มีการยืมเงินนะ ก็คือไม่มี มันมาจากมูลหนี้เดิมที่มี 8.5 แสน แล้วก็ดอกอีก 1.5 แสน ก็รวมเป็น 1 ล้าน ที่ว่ารวมใน 2 ล้าน แต่ 1 ล้านหลังนี่มันมาจากไหน เป็นคำที่จะถามค้านต่อไปครับ”
เห็นพี่หาญส์บอกว่าวันนี้จะมีอะไรพลิก?
ทนายประมาณ : “พลิกที่ว่าคือเป็นข้อเท็จจริงในข้อกฎหมาย 1. มันพลิกไปจากที่คุณลูกหมีเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างๆ 2. ในข้อกฎหมายมันก็พลิกในแง่ความผิด มันไม่ใช่ความผิดตามพรบ.เช็ค ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง คำว่าพลิกมันมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย”

วันนี้มีอะไรหนักใจมั้ย?
ทนายประมาณ : “ไม่มีอะไรหนักใจครับ ก็เห็นบอกว่าตอนบ่ายนี้มีคุณอ้อมอีกคนนึง ผมก็รอจะถามค้านคุณอ้อมว่าคุณอ้อมถูกหลอก ถูกโกงยังไง แบบไหน และได้รับชำระหนี้ไปแล้วเท่าไหร่ยังไง พร้อมอยู่แล้วครับ”
วันที่คุณอ้อมมาเป็นพยานให้ฝั่งลูกหมีมันจะมีผลอะไรกับเรามั้ย?
ทนายประมาณ : “ไม่มีผลทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไปครับ ไม่มีอะไรน่าหนักใจ”
วันนี้ได้มีโอกาสเจอหน้าลูกหมีครั้งแรกตอนขึ้นศาลเป็นยังไงบ้าง?
ปู : “วันนี้ก็ดีค่ะ ดีใจด้วยที่ได้มาวันนี้ เพราะว่าได้มาฟังว่าอะไรเรื่องจริง อันไหนเรื่องไม่จริงค่ะ”
เหตุผลที่อยากมาวันนี้เพราะอะไร เพราะเห็นว่าวันไต่สวนนี้ไม่ต้องมาก็ได้?
ปู : “อยากมาฟังด้วยตัวเองด้วยค่ะ ว่าในสิ่งที่มันเป็นเรื่องของคนสองคน เขาจะพูดว่ายังไง จริงๆ มันเป็นเรื่องของคนสองคนอยู่แล้ว แต่เขาเลือกที่จะใช้วิธีนี้ ซึ่งเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะทำแบบนี้เพื่ออะไร จริงๆ เรื่องราวมันจะไม่บานปลายเลยถ้าเราคุยกันดีๆ”
วันนี้เราก็ดูมีความสุข?
ปู : “มีความสุขค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้ผิดอะไร และเอกสารหลักฐานทุกอย่างก็ส่งให้ทั้งอาจารย์ประมาณและทนายกิ่งหมดแล้วค่ะ”
บรรยากาศในห้องมาคุมั้ย?
ปู : “ไม่ค่ะ (หัวเราะ) ปูก็ไม่ได้อะไร เฉยๆ เขาก็เฉยๆ”
แสดงว่าก็สามารถมองหน้ากันได้ ได้คุยกันมั้ย?
ปู : “ไม่ได้คุยค่ะ”

วันนี้พี่หาญส์มาด้วย?
หาญส์ : “ก็มาเป็นกำลังใจให้ครับ เพราะอยากจะมาฟังด้วยเหมือนกันว่าทางด้านของโจทก์เขาจะพูดอะไรยังไงบ้าง และทางด้านอาจารย์ประมาณก็ได้ซักไปค่อนข้างเยอะแล้ว และเดี๋ยวก็จะซักต่อหลังจากนี้ เพราะฉะนั้นเราะจะได้เห็นอะไรที่มันไม่ถูกต้องชัดๆ ก็จะค่อยๆ ชัดขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าวันนี้จบได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็คงต้องมีครั้งต่อไป ก็จะชัดขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างที่ผมเคยพูดตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นมูลหนี้ก็ดี หรือในเรื่องอื่นๆ ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ออกสื่อไปแล้ว มันจริงตามนั้นหรือไม่ มันจะปรากฏให้เห็นเลย ก็ขอพี่น้องประชาชนช่วยติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยแล้วกันนะครับ เพราะความจริงมันยังไม่ปรากฏก็อย่าเพิ่งไปฟังข่าวหรือไปฟังฝ่ายไหนที่เขาพูดออกมา แล้วก็ทัวร์มาลงเรากันเต็มที่เลย เราก็อยากจะให้เคลียร์ตรงนี้ไป และขอกำลังใจคนที่เป็นแฟนคลับเราก็ยังมีอยู่เยอะนะครับ ก็ให้กำลังใจมาพอสมควร หลายท่านก็จะทัวร์ลงอีกก็ขอให้เบาๆ หน่อยก็แล้วกันครับ (หัวเราะ) ช่วยเป็นกำลังใจและดูข้อเท็จจริงสักนิดนึง จะได้ทราบกัน”
น้ำหนักเหมือนจะเข้าข้างอีกฝั่งมากกว่า ส่งผลกับความมั่นใจของเรามั้ย?
ทนายประมาณ : “ถ้าบอกว่าเพราะทัวร์มาลงทางเรามากกว่า เพราะทัวร์เขาไม่รู้ข้อเท็จจริงไงครับ เขาฟังคำพูดจากทางคุณทนายกุ้ง ทนายเดชา และฟังคำพูดจากคุณลูกหมีแล้วมันไม่ใช่ความจริง ทัวร์ก็มาลงเรา แต่วันนี้เรามาว่าความในศาล ถ้าเราพูดในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงมันก็ผิดฐานเบิกความเท็จครับ ไม่ได้มีหนักใจนะครับว่าทัวร์น้ำหนักมาอยู่ฝั่งเรา ผมไม่ถือว่าเป็นน้ำหนัก ผมถือว่าเป็นกระแสที่มีการสร้างขึ้นมา สร้างเรื่องขึ้นมาให้เกลียดทางพวกเรา ผมไม่ได้แคร์เรื่องนี้เลย”
ในส่วนของปูต้องขึ้นเบิกความพูดไต่สวนมั้ย?
ทนายประมาณ : “ยังไม่ต้องครับ ยังไม่มีสิทธิขึ้นพูดครับ เป็นจำเลยที่ยังไม่อยู่ในฐานะจำเลย”
ขั้นตอนต่อไปต้องยังไง?
ทนายประมาณ : “หลังจากไต่สวนมูลฟ้องเสร็จเรียบร้อย ศาลก็จะมีคำสั่งว่าคดีมีมูลหรือเปล่า คือถ้าคดีไม่มีมูลก็ยกฟ้องไปเลย แต่ถ้าคดีมีมูล หมายความว่าคดีมันมีความเป็นไปได้ เขาก็จะประทับฟ้องไว้และไปสู้คดีกัน ตอนนี้คุณปูต้องมาพูดแล้ว เอาหลักฐานมาว่ากัน แต่ตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสไปสู้เต็มที่ เพราะมันยังแค่ไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลหรือเปล่า”
คิดว่าผลน่าจะออกมาเป็นยังไง?
ทนายประมาณ : “ถ้าตามรูปคดี ผมว่าน่าจะยกฟ้องครับ ผมไม่ได้ชี้นำอะไรนะครับ แต่ตามความเห็นผมว่าถ้าตามเนื้อผ้าของเรื่องแล้ว และข้อกฎหมายก็น่าจะยกฟ้องครับ แต่ยังไม่จบวันนี้ครับ”
ถ้ายกฟ้อง ผลที่จะตามมาจะเกิดอะไรขึ้น?
ทนายประมาณ : “โจทก์ก็จะตัดสินใจอุทธรณ์หรือเปล่า และสิ่งที่โจทก์ทำมาก็จะกลายเป็นเรื่องฟ้องเท็จ เรื่องเบิกความเท็จอะไรจิปาถะ”
แสดงว่าทางเขาก็มีสิทธิในการอุทธรณ์?
ทนายประมาณ : “ก็อุทธรณ์ได้ แต่ต้องมีคำสั่งศาลให้เขาอุทธรณ์นะ ถ้าศาลไม่มีคำสั่งเขาก็อุทธรณ์ไม่ได้”
วันนี้เราสบายใจขึ้นยังไงบ้าง?
ปู : “สบายใจมากเลยค่ะ วันนี้ก็เพิ่งได้เห็นทนายโซเชียล ทนายกระแส เวลาอยู่ต่อหน้าสื่อจะพูดอีกแบบนึง แต่ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าศาลเงียบกริบค่ะ (ยิ้ม)”
หมายถึงทนายเดชาเหรอ?
ปู : “ก็ทั้งคู่ค่ะ (ยิ้ม)”

ที่เขาเงียบคิดว่าเพราะอะไร?
ปู : “อันนี้พูดได้เยอะหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะว่าศาลท่านก็ไม่ได้บอกให้บอก”
ทนาย : “ไม่ต้องพูดก็ได้ครับ คืออาจจะเป็นคนละภาพกับที่เห็นในโซเชียลแหละครับ”
หมายถึงความฟาดฟัน ความเกรี้ยวกราดเหรอ?
ทนายประมาณ : “อะไรประมาณนั้นแหละครับ”
แต่ตอนนี้เราสบายใจขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ป่วยเข้าโรงพยาบาล?
ปู : “ตอนนั้นเครียดจริงๆ เพราะปูไม่เคยมีข่าวเสียหาย พอเขามาทำแบบนี้ เขารู้อยู่แล้วว่าเขาตั้งใจทำอะไรกับเรา แต่ตอนนี้แข็งแรงขึ้น มีภูมิต้านทานขึ้นแล้ว (ยิ้ม)”
เราต้องการจบแบบไหน คิดว่าจะคืนเงินเขายังไง?
ปู : “มูลหนี้ที่แท้จริงมันไม่ใช่ยอดที่เขาแจ้งค่ะ ไม่ใช่ยอด 2 ล้าน ก็ต้องรอศาลท่านตัดสิน”
ยืนยันว่าเป็นหนี้ก็ต้องใช้?
ปู : “ถูกต้องค่ะ ไม่เคยบอกเลยว่าเป็นหนี้ไม่ใช้ บอกเสมอว่าเป็นหนี้ต้องใช้ แต่มูลหนี้ที่เขาแจ้งมันไม่ถูกต้อง”
ที่ต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่ว่าสู้เพื่อจะไม่ใช้หนี้?
ปู : “ไม่ใช่ค่ะ”
ทนายประมาณ : “ทางเราโดนทำลายชื่อเสียงจนเลยเถิดล้ำเส้นคือการต่อสู้คดีครั้งนี้ก็เพื่อแสวงหาความถูกต้อง ขอความยุติธรรมให้กับตนเองและครอบครัวเขา”.