ปล่อยซิงเกิลที่ 3 “ตังหวายหมายฮัก” ในอัลบั้ม “หมอลำทรงเครื่อง” ลูกทุ่งหมอลำหน้าหล่อ ‘เต๋า ภูศิลป์’ ไม่ฉายเดี่ยว ควงหมอลำสาวสวยเมืองอุบลคนบ้านเดียวกัน ‘บิว จิตรฉรีญา’ มาร่วมสำนึกรักบ้านเกิด ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอุบล ผสมผสานลงในเพลง บอกเล่าความสวยงามของอุบลให้ทุกคนได้รู้จัก

ทำงานร่วมกันครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง?
เต๋า – “ดีใจมากๆ เลยครับ ที่ได้คนเก่งและมีความสามารถ เป็นสาวอุบลราชธานี ได้มาร่วมงานกัน ดีใจมากๆ”
บิว – “ดีใจเหมือนกันได้ร่วมงานกับพี่เต๋า เป็นความใฝ่ฝันอีกอย่างนึงที่ได้ร่วมงานกับค่ายใหญ่ แกรมมี่โกลด์ ดีใจแล้วก็ภูมิใจจริงๆ ยิ่งได้มาเผยแพร่ความเป็นอุบลราชธานี ความเป็นอำเภอเขมราฐ ให้พี่น้องทั่วประเทศได้เห็นยิ่งภูมิใจมากๆ”

ความฝันสูงสุดของการเป็นศิลปิน?
เต๋า – “ผมทำงานมาย่างปีที่ 12 แล้ว ถามว่าประสบความสำเร็จมั้ย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมอง สุดท้ายแล้วผมมองว่าเราได้มีโอกาสทำงานที่เรารัก มีความสุข มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงนั่นคือประสบความสำเร็จแล้ว ความฝันสูงสุดในวงการของผมสูงสุดตั้งแต่เข้าแกรมมี่เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ปลายทางขึ้นอยู่กับพี่น้องว่าจะเมตตาเรานานแค่ไหน ตัวเราจะไหวที่ตอนไหน ทุกวันนี้เหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความฝัน ถึงวันนึงต้องตกไปก็โอเค เราเจอความจริงแล้วนะ”
บิว – “สำหรับบิวเพิ่งเริ่มต้นหาความฝัน หนูเพิ่งเข้ามาในวงการนี้ประมาณ 3 ปี เพิ่งมามีกระแส แค่นี้ก็ดีใจแล้ว ความฝันของนักร้องหมอลำบ้านนอก อยู่แถวบ้านเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แค่ได้มาเห็นโลกภายนอก ได้มาออกรายการ ได้มาเจอพี่เต๋า เป็นสิ่งสูงสุดแล้ว ถือว่าประสบการณ์หาที่ไหนไม่ได้ ได้มาเรียนรู้ได้มาเจอมืออาชีพ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมาเกิดกับเรา ถ้าจะมีโอกาสบุญวาสนาที่จะให้สูงขึ้นกว่านี้ก็ถือว่าเป็นบุญมาก”

กว่าจะมีวันนี้ เชื่อว่าคงมีการหมดไฟหรือท้อบ้าง ผ่านตรงนั้นมาได้ยังไง?
เต๋า – “ก็มีช่วงเวลาที่เหนื่อย เราทำงานตลอดเวลา มันก็เป็นพิษเหมือนกันนะ เราทำแต่งานจนสูญเสียความเป็นตัวเอง โดนจับแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม อ้าว แล้วตัวของเราเองเป็นแบบไหน วันนึงที่ผมว่างงาน 1-2 วัน จะแต่งตัวออกจากบ้าน แต่งไม่เป็น เพราะเราถูกจับให้เป็นคนโน้นคนนี้มาโดยตลอด เราต้องมีวิธีจัดการกับความรู้สึกนี้ วิธีของผมคือเป็นการปฏิบัติธรรมครับ อยู่ที่บ้านสวดมนต์ไหว้พระ อ่านคำแปลของการสวดมนต์ เป็นการฝึกจิตให้เรามีความคิดที่อยู่กับปัจจุบันให้ได้ การหมดไฟผมเชื่อว่ามีทุกคน หาอะไรอร่อยๆ กิน หรือไปเที่ยว ไปเจอพลังงานใหม่ๆ เติมไฟให้ไปต่อได้”
บิว – “พี่เต๋ามีงานทำเยอะๆ แล้วหมดไฟ แต่ว่าบิวไม่มีงานทำ เงินก็ไม่มี เหมือนเตะฝุ่นอยู่บ้าน เป็นจังหวะชีวิตที่ลง ความรู้สึกก็ดาวน์ไปหมด เคยคิดจะล้มเลิกจะไม่ไปต่อจนเป็นซึมเศร้าเลย ขี่รถมอเตอร์ไซค์ร้องไห้ เลยไปหาหมอ หมอบอกว่ามีภาวะซึมเศร้าเลยไปหาอะไรทำ ขายของออนไลน์ ทำงานเสริมสวย ทำให้เราลืมเพราะมีสิ่งที่โฟกัส การไม่มีงานทำก็เป็นพิษเหมือนกัน การร้องเพลงช่วงโควิดหนักหน่วงมาก วิธีแก้คือเอาตัวเองออกมาจัดการกับความรู้สึกตัวเอง ลองไปสมัครงานตามที่เขาประกาศ ทำมาทุกอย่าง แล้วคนที่เราไปทำงานด้วยก็เป็นเหมือนเรา เลยคุยกันถูกคอสนุกสนาน พอเรามีความสุขมันก็ดึงสิ่งดีๆ เข้ามา แล้วก็เริ่มมีงานเข้ามา โควิดก็ดีขึ้น ขายของก็ดี มันเลยทำให้เราลืมความทุกข์”

อยู่บ้านหลังนี้มาเป็น 10 ปีแล้วจะอยู่ไปยาวๆ?
เต๋า – “จริงๆ ก็ขอบพระคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเรามาจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ขอบคุณต้นสังกัด แกรมมี่โกลด์ และจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ที่ให้ความเมตตา ให้งานเราทำอย่างมีความสุข ทำแล้วก็รู้สึกว่าเราได้เจองานที่หลากหลายมากขึ้น เหมือนเราได้ก้าวขึ้นบันได ได้มาเรียนร้อง เรียนเต้น เมื่อ 11 ปีที่แล้ว พอเสร็จจากการเดบิวต์แล้ว ซึ่งมันก็ได้มีโอกาสทำงานในความหลากหลายมากขึ้น ปัจจุบันได้มีภาพที่ชัดเจนในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม พอมีความรู้ในการทำงานตรงนี้ ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ทำอัลบั้ม ก็มีส่วนร่วมเยอะมากๆ”
รู้สึกยังไงบ้างที่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาวงการหมอลำบ้านเรากลับมาเปรี้ยงอีกครั้ง?
บิว – “ภูมิใจมากๆ ค่ะ ส่วนตัวรักหมอลำมากๆ เติบโตมากับคำว่าหมอลำ มันอยู่ในสายเลือดมาก กรีดเลือดออกมาคือมีแต่คำว่าหมอลำ ก็คือภูมิใจมากๆ ที่วันนึงได้เห็นหมอลำฟีเวอร์ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย ดีใจมากๆ ค่ะ”

เต๋า – “ดีใจครับที่ได้เห็นมิติใหม่ๆ ของวงการหมอลำที่ได้รับการยอบรับในวงกว้างระดับประเทศมากขึ้น เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วยังไม่มีโอกาสเข้ามาในสื่อหลักๆ มากขึ้นเท่า พ.ศ. นี้ ยุคปัจจุบันนี้คือปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าหมอลำเป็นคนรันวงการนะ ต้องขอบพระคุณแรงเชียร์แรงใจจากพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก เรียกว่าเป็นการใช้ดนตรีนำทาง แฟนคลับจีน แฟนคลับเวียดนามมาฟังหมอลำ เขาไม่รู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไร รู้แค่ว่ามันเพราะ ฟังจากทำนอง”
เพลงที่ปล่อยมาเป็นวัฒนธรรมทางภาคอีสาน อยากให้เป็น ซอฟต์พาวเวอร์ไหม?
เต๋า – “อย่างที่น้องบิวบอกเลยครับ กรีดเลือดมาก็คือเป็นดีเอ็นเอหมอลำ เราก็มองว่าเราได้ไปแสดงที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้นำพาหมอลำไป ได้นำความเป็นประเทศไทย ความเป็นอีสานบ้านเรา หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงอะไรที่ไปร้อง คนที่อยู่ต่างชาติเขาก็ร้องไห้ บางคนไม่ได้กลับบ้านมา 20 กว่าปีแล้ว เหมือนเราได้เป็นตัวแทนของพลังงานดีๆ ของซอฟต์พาวเวอร์ของเมืองไทย คือการดูแลรักษาวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประจำชาติเราให้มันคงอยู่สืบไปจากพ่อแม่มาสู่รุ่นลูก”

บิว – “มันคือซอฟต์พาวเวอร์ ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งเผยแพร่วัฒนธรรมของเรา ซอฟต์พาวเวอร์สู่ทั่วโลก อย่างพี่เต๋าก็ไปทัวร์มาหลายประเทศ บิวก็กำลังก้าวเข้าไป นำเอาหมอลำของเราไปสู่สายตาพี่น้องที่อยู่ต่างประเทศให้ได้เห็น ถือว่าเราได้เป็นตัวแทน ก็ตั้งใจและจะทำให้ดีที่สุด เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของเมืองไทย”
กัณฑมาศ ธรรมณี