กรุยทางเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการประกวดนางงาม สำหรับนางงามนักแสดงสาว ‘อแมนด้า ออบดัม’ เจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปีพ.ศ.2563 จากนั้นก็มีงานแสดงเข้ามือจนเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 3
ล่าสุดอแมนด้าพิสูจน์ความสามารถตัวเองอีกด้าน กับการเป็นศิลปินคนล่าสุดของค่าย BEC MUSIC เสิร์ฟผลงานเพลงซิงเกิลแรก “Eyes On Me”

• เป็นอย่างไรบ้างกับงานเพลงซิงเกิลแรก “Eyes On Me”?
อแมนด้า – “ดีค่ะ เพลงนี้ก็จะมั่นๆ หน่อย แต่เป็นเพลงที่สนุก เนื้อหาจะเป็นฟีลผู้หญิงเดินมาในห้อง แล้วทุกสายตาไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็มองมาที่ฉันเท่านั้น มันตรงกับเราเลย เพราะว่าตอนที่ไปประกวดนางงาม Miss Universe ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศไทย หรือที่ไปไมอามี่ นั่นคืออินเนอร์ที่เราใช้ เพราะครูสอนว่าเราต้องมีอินเนอร์ตอนที่เดินออกมา ห้ามให้สายตาว่างเปล่า หรือห้ามให้สมองเราไม่มีความคิด ต้องสะกดจิตตัวเอง ซึ่งคำที่ได้ใช้ตอนไป Miss Universe คือมองฉันสิ Eyes On Me มันก็ทำให้เรามีอินเนอร์ คนอยากมอง”

• จากตอนนั้นที่เปิดตัวเป็นนักร้องจนถึงตอนนี้ มันใช้ระยะเวลาในการทำเพลงนานไหม?
อแมนด้า – “มันก็นานค่ะ คือมันมีหลายสเต็ปบวกกับถ่ายละครด้วย”
• คิดว่าวันนี้เราพิสูจน์ตัวเองได้ขนาดไหน?
อแมนด้า – “ก็คิดว่าทำได้นะคะ มาถึงขนาดนี้แล้วก็ได้แหละ แต่ก็เคยพูดแซวตัวเองไปแล้วด้วยว่าอแมนด้าเต้นไม่เป็น แต่ไปอยู่บน Universe ก็เต้นสับ ก็เลยโอเค มันทำให้เต็มที่ จริงๆ อันดับแรกต้องร้องเพลงก่อน คือเอาเพลงให้เป๊ะ นอกเหนือจากนั้นค่อยหาองค์ประกอบว่าจะคิดท่าเต้นแบบไหน จะวางสเต็ปไว้ยังไง
เราไม่ใช่คนที่เต้น เราชอบร้องเพลง เพราะฉะนั้นพวกกล้ามเนื้อเวลาที่เราใช้เต้นมันไม่ค่อยงัดออกมาใช้ แล้วพอไปเต้นก็บอกคุณครูว่า หนูมองเห็นนะ แต่ร่างกายมันประมวลไปไม่ได้ ท่าเต้นกับร่างกายไม่สนิทกันเลย แต่พอดู MV แล้วก็รู้สึกว่าไม่เลวนะ เต้นได้อยู่ (หัวเราะ) ซึ่ง MV เพลง Eyes On Me ได้พี่นาย สรัสวดี มาช่วยกำกับ เต้นตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม เราก็พยายามเต็มที่และพยายามใส่เต็ม”

• กดดันไหม เพราะหลายคนคาดหวังว่า อแมนด้าต้องทำได้ทุกอย่าง เป็นนางงาม เล่นละคร และล่าสุดมาเป็นนักร้อง?
อแมนด้า – “โห แม่ไม่มีใครทำได้ทุกอย่างหรอก คือเราสะกดจิตตัวเองจนกว่าจะได้ จริงๆ คิดมาเสมอนะคะว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แบบว่าเพอร์เฟ็กต์ แต่ถ้าเราใช้อินเนอร์ช่วยแล้วสายตาไม่ล่อกแล่ก คนก็มองไม่ออกหรอก (หัวเราะ) อันนี้คิดไปเองนะ เราใช้อินเนอร์ช่วยค่ะ เชื่อไหม
จริงๆ คนอื่นไม่ได้มากดดันด้าเท่าตัวด้าเอง เพราะมันเป็นอะไรที่เราทำแล้วก็อยากทำให้มันดีที่สุด เพราะฉะนั้นเสียงในหัวกดดันเรามากที่สุด แต่เราก็พยายามสะบัดไป จริงๆ คนรอบข้างเป็นคนที่ไม่กดดันมากกว่าอีก เขาจะแบบว่าไม่เป็นไรทำได้เอาเท่าที่ได้”
• เราสะกดจิตตัวเองยังไง?
อแมนด้า – “คือเป็นคนที่แบบเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ในระดับหนึ่ง คือทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ เหมือนท่าเต้น ทำไมมันไม่ไป แล้วก็กดดัน แล้วพอกดดันตัวเอง แล้วเหมือนร่างกายมันยิ่งเกร็ง มันก็ยิ่งทำไม่ได้ ก็เลยบอกตัวเองว่า ช่างมัน (หัวเราะ) เอาเท่าที่ได้ เอาให้สนุก อย่าให้ตัวเองเครียด พอมันไม่กดดันเราก็พลิ้วแล้วแค่นั้น
แล้วทุกคนน่ารักมากๆ ซัพพอร์ตมาก ต้องขอบคุณแฟนๆ นางงามทุกคน เพราะอยู่กับด้าตั้งแต่เป็นนางงามแล้ว พอเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักแสดงและตอนนี้มาเป็นศิลปิน แต่ทุกคนก็ยังรักและซัพพอร์ต ขอบคุณจากใจค่ะ”

• ให้คะแนนตัวเองยังไงบ้างกับการเป็นนักแสดง การเป็นนักร้อง?
อแมนด้า – “ทุกอย่างมันเริ่มจากศูนย์ แล้วพอมันค่อยๆ พัฒนาเราก็เห็นผลงานตัวเอง แล้วก็เห็นว่า พอยิ่งทำผลงานก็ยิ่งดีขึ้น เพราะเรายิ่งมีประสบการณ์ แน่นอนไม่ว่าทุกคนจะทำอะไรพอเรามีประสบการณ์มากยิ่งขึ้นผลงานก็ออกมาดีขึ้นแค่นั้นแหละ และพอเห็นผลงานตัวเอง ก็รู้สึกภูมิใจ
ตั้งแต่การเป็นนางงาม ทุกคนไปดูได้เลยตั้งแต่เวทีแรก จนมา Universe การเดินเอย จริตเอยคือมันพัฒนา ก็เหมือนตอนที่เรามาเป็นนักแสดง ตั้งแต่เรื่องแรกจนมาถึงเรื่องล่าสุด จะเห็นได้ว่ามันก็พัฒนา อันนี้ก็เป็นเหมือนผลงานศิลปิน เป็นซิงเกิลแรกของเรา เอาจริงๆ แล้วเราแฮปปี้ ภูมิใจกับมันมาก แต่เราเชื่อว่าถ้ามีเพลงอีกในอนาคต ปังกว่านี้แน่นอน”
• ล่าสุดไปขึ้นเวทีกับแม่เจินเจิน บุญสูงเนิน?
อแมนด้า – “ที่จริงวันนั้นจะไปซัพพอร์ต ไม่คิดว่าจะต้องขึ้นไปร้องเพลง เอาจริงๆ ไม่อยากขึ้นไปเลย เพราะแม่เสียงดีมาก แม่บอกว่าขึ้นมาร้อง แม่คือเริ่ด ร้องเพลงเพราะมาก วันนั้นตั้งใจไปดูแม่เจินเจินเลย ใส่ชุด ลายเสือ พร้อมไปเชียร์แม่เลยเพราะหนูเคยไปเห็นสัมภาษณ์แม่เจินเจิน เขาใส่ลายเสือ ก็เลยคิดว่าเขาต้องชอบลายเสือแน่ๆ”
• รู้สึกยังไงที่หลายคนมองว่าอแมนด้าจริตกะเทยมาก พี่กะเทยเลยชอบตรงนี้?
อแมนด้า – “เราก็เป็นตัวของเรานี่แหละค่ะ แต่อาจจะด้วยสังคม ด้วยแม่ๆ ที่อยู่รอบข้างเรา หล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในวันนี้”
• มีคนเข้าใจผิดเยอะไหมว่าเราเป็นหญิงแท้หรือเปล่า?
อแมนด้า – “ก็มีบ้าง แต่เราก็ไม่บอกหรอกว่าใช่หรือไม่ใช่ ก็ปล่อยให้เขางง”
• จริตแบบนี้ได้มาจากไหน?
อแมนด้า – “เอาจริงๆ ไม่รู้ แต่ก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนะ แต่งงที่คนเพิ่งมารู้ทีหลัง ตอนที่ด้าประกวดนางงามคนจะบอกว่าอแมนด้าหยิ่ง อแมนด้าเงียบ พออ่านคอมเมนต์ จริงเหรอ ฉันนี่นะเงียบ ฉันนี่นะหยิ่ง”
• เห็นบอกว่าชอบเพลงตั้งแต่เด็กแล้ว ชอบแม่ผึ้ง พุ่มพวง?
อแมนด้า – “แม่หนูชอบแม่ผึ้งมาก แม่เปิดร้องทุกเพลง คุณแม่เป็นคนสุพรรณไง ก็จะรักแม่ผึ้งเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนสุพรรณเหมือนกัน ซึ่งแม่ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าเราจะได้เป็นนักร้อง พ่อก็เหมือนกัน เพราะตอนเด็กๆ มันจะมียุคมืด เราจะมีอยู่ยุคนึงซึ่งเป็นยุคฟันหลอ ไม่สวย แล้วพอมาเป็นนางงามมาเป็นนักแสดง พ่อจะพูดตลอดเลยว่าฉันไม่คิดนะว่าวันนั้นเธอจะโตมาเป็นเธอในวันนี้ เราก็เลยมันคิดยากขนาดนั้นเลยเหรอ แต่พอเราเห็นรูปก็อ๋อ คือพ่อแม่ก็ภูมิใจ เพลงออกเมื่อไหร่ส่งลิงก์มาให้ด้วย
ยังไงก็ฝากเพลง Eyes On Me ด้วยนะคะ เป็นซิงเกิลแรกของอแมนด้า ออบดัม ที่ผันตัวมาเป็นศิลปิน สามารถไปดูเอ็มวีกันได้ที่ยูทูบ Ch3 Thailand Music หรือแอปพลิเคชั่น 3plus แล้วก็อยากจะบอกกับทุกคนว่า วันนี้แค่เรียกน้ำย่อยเบาๆ แต่จะได้เห็นเพอร์ฟอร์แมนซ์กันเต็มๆ 11 กุมภาพันธ์นี้ ที่พาร์ค พารากอน ซึ่ง เป็นงานแถลงข่าวของช่อง 3 ที่หนุ่มๆ จะไปจับสลากดูกันว่าในงานบอลเขาจะได้อยู่สีไหน มาดูทั้งอแมนด้าและมาเจอหนุ่มๆ ด้วยก็ถือว่าวิน-วินเลย เพราะฉะนั้น ไม่มาไม่ได้แล้วนะคะ”

• ขอถามเรื่องหัวใจหน่อย?
อแมนด้า – “ไม่มีเลยค่ะ อาจจะเพราะไลฟ์สไตล์ตอนนี้ คือเราไม่ได้ไปอยู่ข้างนอกไปให้คนได้มาเจอหรือว่าอะไร แล้วพอคนไม่ได้เจอก็คิดว่าอาจจะมีคนคุยอยู่แล้วมั้ย ไม่ได้ไปงานไหนให้ได้เจอเลย ยังอยู่แต่กับแม่ๆ เนี่ย ไม่เจอชายแท้เลยแม่เอ้ย ให้ไปหาผู้ชายที่ไหน เขาอาจจะคิดว่าเรามีแล้ว หนูยังไม่มีค่ะ เข้ามาได้”
• โสดนานแค่ไหนแล้ว?
อแมนด้า – “สักพักหนึ่งแล้ว ปีกว่าแล้ว ชีวิตหนูก็ไม่ได้เหงา ชีวิตหนูก็ลั้ลลาเฮฮา วันว่างๆ ก็ไปดูแม่เจินเจิน มันไม่ได้มีเวลาให้เหงาไง ไม่ไปดูคอนเสิร์ตแม่เจินเจิน ก็ไปนั่งกินหมูกระทะ ไปเดินงานวัด นี่คือชีวิตของหนูมันก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าเหงา แต่ถ้ามีก็ได้ไม่ติด (หัวเราะ)”
• สเป๊กเราเป็นยังไง?
อแมนด้า – “ไม่เลือกค่ะ ไม่เลือกดีกว่า ขนาดเลือกยังไม่มาเลย (หัวเราะ) ไม่มีสเป๊กค่ะ แค่พูดคุยกันได้รู้เรื่อง”
อภิชญา ดำรงธารกุล