ตัดสินใจออกมาดูแลตัวเอง ไม่ต่อสัญญากับบ้านเก่า GMM TV หวังสะสมประสบการณ์ที่หลากหลาย สำหรับ ‘วิคเตอร์’ ชัชชวิศ เตชะรักษ์พงศ์ ล่าสุดมีผลงานภาพยนตร์ “สวัสดีวันจันทร์(ส)” ที่ร่วมงานกับ โอบ โอบนิธิ, พีพี ปุญญ์ปรีดี, ปูน มิตรภักดี และ เบล วริศรา มาฝากแฟนๆ โดยเจ้าตัวมาอัพเดตชีวิตให้ฟัง

เป็นไงบ้างบทบาทในภาพยนตร์ “สวัสดีวันจันทร์(ส)”?
วิคเตอร์ – “ผมรับบท รักษ์ เพื่อนสนิทเอิร์ธ (โอบนิธิ) เป็นนักไลฟ์ขายของที่ชอบเรื่องมูเตลูมากๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ผมรู้สึกว่าข้อความที่เขาอยากถ่ายทอดเป็นสิ่งใหม่สำหรับวงการภาพยนตร์ไทย ถ้าคนที่อยู่ในลูป มันเอ็นจอยกับการใช้ชีวิตอยู่ในนั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ เราแกล้งให้เขาเจอในสิ่งที่ไม่ชอบ คือการได้ออกจากลูป เป็นไอเดียแปลกใหม่ มีความเป็นการ์ตูนแฟนตาซี มีความกาวอยู่ในเรื่องนี้ ผมอยากเล่นภาพยนตร์แบบนี้นานแล้ว พอได้โอกาส แคสต์ เลยตั้งใจมาก เพราะอยากเล่นจริงๆ ก็ขอฝากด้วยนะครับ”

ชีวิตตอนนี้หน่อย?
วิคเตอร์ – “หลังออกจากบ้านเก่า ก็อยากลองหาอะไรใหม่ๆ ทำไปเรื่อยๆ เป็นช่วงที่เพิ่งได้อิสระมา เลยอยากออกนอกกรอบ ตัวเอง อยากทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ งานถ่ายอะไรพวกนี้เราทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่อยากลองหาอะไรที่เป็นอีกหนึ่งวิชาชีพใหม่ๆ อยากเป็นพ่อค้า หาอย่างอื่นทำดู แต่ยังอยู่ระหว่างทาง กำลังหาตัวเองไปเรื่อยๆ”

อยู่วงการบันเทิงมาแล้วกี่ปี?
วิคเตอร์ – “นับตั้งแต่เริ่มเข้าวงการบันเทิง ประกวดร้องเพลง เป็นพิธีกร นักแสดง นักร้อง เกิน 10 ปี ถามว่าอิ่มตัวไหม อิ่มตัวในลักษณะที่เราได้ประสบการณ์มาเยอะมาก รู้จักคนมากมาย ได้เห็นโลก หรือวงจรของวงการบันเทิงว่าเป็นยังไง เราเห็นเกือบหมดทุกมุม อยู่สายงานนี้มานานก็ตอบตัวเองได้ว่าเราชอบงานแนวนี้แหละ ทำสิ่งนี้ได้ด้วยความชอบ แล้วมันโอเค เราคงคีพอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว”

ที่บอกอยากเป็นพ่อค้า แสดงว่าอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายของ?
วิคเตอร์ – “ใช่ครับ ผมอยากขายอาหาร เอ็นจอยกับการกิน ทุกคนอาจจะเห็นบริบทที่ผมชอบเล่นกีฬา ออกกำลังกาย แต่ถามว่าผมอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกายไหม ผมยังคิดไม่ออก ไม่เห็นภาพตัวเอง เอาจริงๆ ตอนนี้ผมมียิมมวยของตัวเองเปิดอยู่ ลูกค้าก็มี แต่จะทำสุดทางไหม อาจจะไม่ขนาดนั้น

ผมอยากลองทำหลากหลาย ตอนนี้ผมเปิดยิมมวยแล้ว แต่ยังไม่เคยขายอาหาร จะรู้ได้ไงว่าผมทำสิ่งนี้ได้ดีกว่าสิ่งนั้น ยกเว้นผมทำทั้ง 2 อย่างถึงจะเปรียบเทียบได้ว่าอันไหนดีกว่าหรือเหมาะกับเรา อยากเป็นพ่อค้าขายอาหาร ตอนนี้อยู่ในกระบวนการวางธุรกิจโมเดล คิดเรื่องระบบหลังบ้าน
ผมเริ่มโตก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากทำอะไรใหม่ๆ ปลายปีที่แล้วมีแก๊ปว่างเป็นเดือน ก็ไปเรียนเป็นช่างไฟฟ้า ช่างแอร์ รับงานล้างแอร์ด้วย ทำเป็นงานอดิเรก ว่างๆ อยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ”

ดูสนุกกับการทำอะไรหลายๆ อย่าง มองตัวเองหลังจากนี้ยังไง?
วิคเตอร์ – “ผมไม่เห็นภาพตัวเองในอนาคตเลย ที่ผ่านมาเคยมองภาพว่าอีก 5 ปี หรือเอาแค่ปีหน้าเราจะเป็นยังไง สุดท้ายเละไม่เป็นไปตามแผน เลยรู้สึกว่าอย่าไปคาดหวัง ชีวิตมันก็แค่ใช้ชีวิตเราไป อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าโอกาสอะไรจะเข้ามา มันจะเข้ามาเอง ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง”
มาเรื่องหัวใจบ้าง ตอนนี้ความรักเรากับพิกเล็ทเป็นยังไงบ้าง?
วิคเตอร์ – “ดีครับ โอเคเหมือนเดิม ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ คบมา 8-9 ปีคบกันแบบไม่รีบ ไม่กดดันอีกฝ่าย โชคดีเรา 2 คนมีเป้าหมายในชีวิตใกล้กันมากๆ เห็นภาพใกล้เคียงกัน รวมถึงผมและเขาเป็นคนใจเย็นมาก เมื่อก่อนผมใจร้อน ไม่ดีเลย รู้สึกเป็นความสัมพันธ์ที่ Toxic พอเปลี่ยนตัวเองให้ใจเย็นขึ้น มันดีหมดเลย ทั้งชีวิตความรัก หรือแม้แต่เรากับพ่อแม่ คุยกันด้วยความเข้าใจ”

อนาคตจะได้เห็นข่าวดี?
วิคเตอร์ – “ก็หวังว่า แต่อย่าไปคาดหวังไม่งั้นกดดันตาย เพราะถ้าตั้งเป้าไว้อีก 2 ปีแต่ง มาแล้วเรื่องนั้นเรื่องนี้ คิดเต็มไปหมด ผมมองว่าถ้ามันจะเกิด เราจะรู้เองว่าถึงเวลาแล้วที่จะก้าวสู่สเต็ปถัดไป ตอนนี้เอ็นจอยชีวิตใช้ชีวิตไปก่อน จะได้ไม่รู้สึกเสียดายทีหลัง ตอนนี้เราทั้งคู่ก็อยู่ข้างๆ กันแบบนี้ เป็นกำลังใจให้กันครับ”
อชริญา บุญชู