เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 15 ปี กรุยทางด้วยการเป็นนักแสดง ก่อนจะก้าวสู่การเป็นนักร้องดัง จนได้ฉายา Queen of Pop Rock สำหรับศิลปินสาวยุค 90 ‘ใหม่ เจริญปุระ’ ที่ยืนหยัดอยู่วงการมากว่า 40 ปี มีทั้งผลงานการแสดงและงานเพลงมาจนถึงทุกวันนี้
แต่กว่าจะมีวันนี้ได้นั้นไม่ง่าย เส้นทางเต็มไปด้วยขวากหนาม ถึงจะมีพ่อเป็นถึงผู้กำกับฯดัง ‘รุจน์ รณภพ’ แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้เดินทางสายนี้
✦ ชีวิตเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ งานแสดงเรื่องแรกก็ปัง?
ใหม่ – “ภาพยนตร์เรื่องแรก ‘ขอแค่คิดถึง’ ถ่ายทำที่ประเทศอังกฤษ โดยหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย กำกับ ก็ประสบความสำเร็จระดับนึง ชื่นใจและตกใจ ฮือฮาตามสไตล์แบบเราฟันฝ่ามาเอง

ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้มาไกลใดๆ ก็แค่ว่า พ่อเห็นไหม ใหม่ได้เล่นของใหม่เอง คุณพ่อจะขึ้นชื่อไม่เคยยินดีให้ลูกทุกคนอยู่ในวงการ พี่สาว 3 คนโดนติดต่อให้ไปเล่น พ่อก็ไม่ให้ แล้วมาถึงคิวเรา เขาเป็นคนมาเสนอเอง แล้วก็เงียบหายไปเอง”
✦ เคยย้อนกลับไปคุยกับคุณพ่อไหม ว่าตอนนั้นทำไมถึงไม่อยากให้ลูกเข้าวงการ ทั้งที่พ่อก็เป็น ผู้กำกับฯ ชื่อดังมาก?
ใหม่ – “คุยหลายครั้ง คือสมัยก่อนจะมองว่าการเข้าวงการคือการเต้นกินรำกิน หาเช้ากินค่ำ ไม่แน่ไม่นอน เรียนหนังสือให้จบเถอะ พ่อแม่ทุกคนรู้สึกแบบนี้ และของแม่กับพ่อจะรู้สึกมากไปกว่านั้นว่า เสือ สิง กระทิง แรด ลูกฉันยังเด็ก แล้วพ่อก็อยู่ในนี้ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร

เขามาบอกภายหลังว่า ถ้าพ่อเอามาเล่น ทุกคนจะมองว่าเพราะเป็นลูกรุจน์ พอเราเล่นไปเรื่องนึง แล้วบอกพ่อว่า ตอนนี้ใหม่เป็น ใหม่ สิริวิมล แล้วนะ เราเล่นได้ พ่อก็บอกไม่ได้ เดี๋ยวเขาหาว่าชุบมือเปิบ เราก็เอาไง พ่อไม่ให้เล่นอีกแล้ว น้อยใจพ่อ เสียใจมาก สงสารแม่มาก”
✦ สุดท้ายก็ไม่ได้เล่นหนังที่พ่อกำกับ?
ใหม่ – “ไม่ได้เล่น จนทุกคนถาม เราก็ตอบแทนพ่อทุกอย่าง ตอบแล้วตอบเล่าจนแบบ โทษนะคะต้องไปถามคุณพ่อแล้ว ตอบแทนไม่ได้จริงๆ ตัวเราก็มีแผลในใจอยู่แล้ว ซึ่งถึงวันนี้คนก็ยังมองว่า เป็นเด็กเส้นที่เข้ามาเพราะพ่อ ต้องบอก ณ จุดนี้ ย้ำอีกครั้งว่า มาด้วยขวากหนามแน่นไปหมด ยินดีกับขวากหนามนั้น แล้วก็ภูมิใจที่เป็นแบบนั้น

วันนั้นไม่ภูมิใจหรอก พ่อลักปิดลักเปิด ทำไมผิดคำพูด เดี๋ยวให้เล่น ไม่ให้เล่น แต่วันนี้ใหม่เข้าใจ เราโตละ เริ่มเก็ตหลายๆ อย่างว่า พ่อมีครอบครัวใหม่ก็ดี บริษัทมีมาตรการก็ดี พ่อทำตัวลำบากด้วยก็ดี แต่กว่าเราจะเก็ต กว่าจะเข้าใจ เราผ่านน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า”
✦ กว่าจะเป็น ‘ใหม่ เจริญปุระ’ แผลเต็มตัว น้ำตาเสียไปไม่น้อย?
ใหม่ – “ไม่รู้กี่โอ่ง ขวากหนามเต็มไปหมด อาจารย์ไพจิตร (ศุภวารี) อยู่เบื้องหลังของใหม่ แกค่อนข้างสตรอง นำพาใหม่ไปตั้งแต่หนังเรื่องแรก พบพี่เบิร์ด ธงไชย แล้วก็พี่ต้น สุชาติ ชวางกูร ซึ่งเขาดังมาก พี่เบิร์ดกำลังจะเข้าแกรมมี่ พอได้มาสนิทกันก็จะมาพูดกับแม่ว่า น้องดูชอบร้องเพลงมาก ทำไมไม่ส่งไปแกรมมี่ ซึ่งเราไม่เคยคิดและมองภาพนั้น”

✦ เริ่มล้างภาพนักแสดง เริ่มต้นเป็นนักร้องตอนไหน?
ใหม่ – “มีห้วงที่ใหม่อายุ 18 ไม่อยากเป็นนางเอกหนังละ ถ่ายหนังประมาณ 10 กว่าเรื่อง รู้ว่าเป็นนางเอก เป็นนักแสดงเป็นยังไง เราหยุดตรงนี้ดีกว่า เด็กคนนึงทำไมมันเหนื่อยจัง ระหว่างกำลังกดเบรกหยุดตัวเอง เริ่มมีละครเวทีเข้ามา แล้วพี่เบิร์ดมาพูดอีก ก็เริ่มมองว่า หรือควรไปเรียนร้องเพลง ก็ไปเรียนร้องเพลง พอมาเล่นหนังมิวสิคัล วัยร็อกเพลงร้อน เจอพี่เล็ก บุษบาดาวเรือง ในวันถ่ายหนัง บอกว่าถ้าชอบร้องเพลง วันหลังมาหาพี่ได้นะ

ใหม่ก็เข้าไปแกรมมี่หาพี่เล็ก พอเข้าไปพี่เล็กบอกให้เจอพี่เต๋อ (เรวัต) เลย พี่เต๋อไม่ว่างประชุม พี่เล็กก็ไม่เสร็จประชุม เลยบอกเจอเจ้าของแกรมมี่เลยละกัน คุณไพบูลย์ (ดำรงชัยธรรม) ก็เดินเข้าไป เอาเพลงให้ฟัง พี่บูลย์ฟังได้ครึ่งเพลงบอกว่าอยู่กับพี่นะ 5 ปี เราตกใจ เขาบอกถ้าอยู่กับพี่ หนูต้องล้างภาพความเป็นนางเอกหนังภาพนักแสดงทั้งหมด มาฝึกเรียนร้องเพลง ก็มาฝึกเรียนไปอีกร่วม 2 ปี”
✦ อัลบั้มแรกประสบความสำเร็จมาก ได้รางวัลเยอะ รู้สึกยังไงบ้าง?
ใหม่ – “โอ้เย้มากที่ใหม่ลบคำสบประมาท ว่าเป็นนางเอกจะมาทำลายวงการเพลงหรือเปล่า แล้วก็พิสูจน์ตัวเองร้องสดๆ ออกโลกดนตรี 7 สีคอนเสิร์ต ประสบความสำเร็จ อัลบั้ม 1 เฉียดล้าน อัลบั้ม 2 ประมาณ 8-9 แสน พอมาอัลบั้มที่ 3 พุ่งเลย ใหม่ค่อยๆ ชนะใจ ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า พัฒนาตัวเองเรียนเพิ่มเติมตลอดเวลา

คาถาสำหรับตัวใหม่เอง ความอ่อนน้อมถ่อมตน อย่ามั่นใจว่าเธอเริ่ด แกยังไม่เก่งหรอก ต้องทำอีก จะมาคิดว่าเธอเจ๋งเพราะยอดขาย มันไม่ใช่ ต้องขอบคุณแกรมมี่ ใหม่เชื่อว่าแกรมมี่เป็นมหาวิทยาลัยชีวิตให้กับใหม่ เพราะเราเรียนไม่จบ แต่ชีวิตต้องมาดำเนินอยู่กับพวกเขา อยู่กับพี่น้องในตึกหรือชีวิตจริงที่เราเจอคนข้างนอก สิ่งเหล่านี้ในมหาวิทยาลัยสอนเราไม่ได้ ทุกน้ำตาที่เจอมันเป็นครู”
✦ มงลงได้ฉายา Queen of Pop Rock ยุค 90?
ใหม่ – “ต้องขอบพระคุณ ใหม่ว่าคนที่จะได้รับฉายาแบบนี้หรือเป็น Queen จริงๆ ไม่ได้นั่งเล่นอยู่บนฟูกแล้วเปิดแอร์แรงๆ แน่นอน ต้องผ่านขวากหนาม ผ่านทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะและต้องทำงานหนักเหลือเกิน ไม่งั้นเขาคงไม่ให้มงกุฎเธอหรอก โดยเฉพาะเธอ ใหม่ เจริญปุระ ด้วยการทำงานที่เราทุ่มเทกำลังกาย แรงใจ ความจริงใจเทหมดหน้าตัก อันเนี้ยประชาชนเล็งเห็น แฟนคลับใหม่เล็งเห็น ผู้ใหญ่เล็งเห็น

ความสำเร็จของใหม่ทุกจิ๊กซอว์มีผล ใหม่พยายามทำการบ้าน และเขาก็พยายามจับจุด จนออกมาเป็นตัวตนเรา แล้วเราก็สื่อสารมันออกไปให้คนดูเข้าถึง มันไม่ได้ง่ายกว่าจะมีวันนี้ กว่ามงจะลง”
✦ ประสบความสำเร็จได้รางวัลเยอะแยะ แต่รางวัลสูงสุดคือการที่คุณพ่อคุณแม่ยอมรับและภูมิใจในตัวเรา เล่าโมเมนต์นั้นให้ฟังหน่อย?
ใหม่ – “ก่อนพ่อเสียชีวิตปีสองปี พ่อไปบอกลูกพี่ลูกน้องว่าภูมิใจในตัวใหม่ ใหม่มันเก่งนะ เขาไม่ได้บอกเราโดยตรง จนวันหนึ่งใหม่ทำบุญเลี้ยงพระที่บ้าน เขามาหาใหม่ ส่งพ่อขึ้นรถเสร็จ รถออกไปแล้ว อยู่ๆ รถถอยกลับมา ก็นึกว่าพ่อลืมของ เขาลงมาแล้วร้องไห้ บอกว่าขอบคุณน้าใหม่ที่เกิดมาเป็นลูกผม (น้ำตาคลอ) ใหม่ลงไปกองที่พื้น มันยิ่งกว่ารางวัลโนเบล พ่อพูดไปร้องไห้ไป ตอนนั้นใหม่อายุ 30 กว่า เขาก็พูดว่าเมื่อ 30 กว่าปีเอาเด็กคนหนึ่งอาบน้ำในกะละมัง นึกไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ ขอบคุณจริงๆ ที่เกิดมาเป็นลูกผม

ส่วนแม่เขาอาจจะเขินอายกว่าที่จะพูด แต่เราเห็นในแววตาซึ่งเราสัมผัสได้ รู้สึกเป็นความสำเร็จและความสุขอีกรูปแบบหนึ่งที่เราได้ทำให้บิดามารดาที่เขาให้กำเนิดเราภูมิใจ”
✦ เป็นศิลปินในยุคที่มีความรักก็เปิดไม่ได้?
ใหม่ – “ต้องคุยกันใต้โต๊ะ (หัวเราะ) เวลาจะมีแฟนต้องแอบคุยโทรศัพท์ เรื่องจะมีแฟนในวงการนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่มีทางยอมรับ แต่ขอโทษนะคะตอนนั้นฉันก็ฮอตพอสมควร (หัวเราะ) แต่ก็ต้องผ่านเสือที่บ้านไปให้ได้ก่อน คือคุณแม่ เพราะดุมาก หวงที่สุด ใหม่เข้าใจแม่นะ มีลูกสาวทั้งหมดสี่คน แล้วเฮี้ยวหมด และมาอยู่ในวงการอีก แม่อาจจะมีความกดดันเพราะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว และพ่อจะสบประมาทมาตั้งแต่ต้น

ใหม่ว่าความสำเร็จของผู้หญิงไม่จำเป็นต้องแต่งงาน ไม่ได้แปลว่าการที่ใหม่จะแต่งงานรดน้ำสังข์มีพิธีใหญ่โตหรูหรา นั่นคือความสำเร็จที่พ่อแม่ต้องภูมิใจอย่างเดียว เราสามารถสร้างความภูมิใจให้พ่อแม่ได้อีกแบบหนึ่ง แม่ลำบากกับใหม่มาเยอะ และใหม่มีแม่คนเดียว ใหม่ต้องทำมันให้ดีเพื่อแม่ เราต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเราและทำมันให้ออกมาดีให้ได้ ซึ่งนี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใหม่ภูมิใจ”
✦ ความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ใหม่ – “ก็อยู่ดีมีสุข แฮปปี้ในจุดที่ยืน แฮปปี้ในสิ่งที่เป็นความหวังดีปรารถนาดีต่อกัน ใส่ใจซึ่งกันและกัน อยู่เป็นเพื่อนกันทั้งที่ดีและร้าย รู้จักกันมา 30 กว่าปี ดูแลกันมา 17 ปี ถือว่าเป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่งที่พระเจ้าประทานให้ ใหม่เป็นคนที่ห่วงมากเรื่องครอบครัว และพอมีคนที่เขาดูแลเราได้แล้วก็รักครอบครัวเรา รักแม่เรา แค่นี้ก็พอแล้ว ที่สุดแล้ว และที่สำคัญเขาทำด้วยความจริงใจ มันยิ่งกว่าของขวัญใดใด”

✦ กว่าจะเปิดใจให้เขานานไหม?
ใหม่ – “จริงๆ เราโตมาด้วยกัน ก็เลยไม่ต้องใช้คำว่าเปิดใจหรือปิดใจ การที่เราได้เรียนรู้ใครซักคนมาตั้งแต่เด็กเราเลยไม่ต้องมาเสแสร้งปั้นแต่ง เราเห็นกันและกันในทุกรูปแบบ ก็เลยกลายเป็นน้ำใสใจจริงที่ไม่ต้องแสดง เราคบกันเหมือนเพื่อนตาย มองเขาเป็นทุกอย่าง เป็นพี่เป็นน้องเป็นเพื่อน เป็นคนนำพาเรื่องราวดีๆ ให้กันและกันค่ะ”
อนงค์ จันทร