แซ่บเป็นเหตุ ‘ไนกี้ นิธิดล’ ถูกนักการเมืองLGBTQ+ ขอเลี้ยง เสนอหลักล้าน เชื่อของฟรีไม่มีในโลก เผยเหตุผลปฏิเสธ ไม่ชอบถูกบังคับ อยากให้คนจดจำความสามารถ

ด้วยความแซ่บของนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ “ไนกี้ นิธิดล” จึงกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมอย่างมาก ในหมู่ LGBTQ+ ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเคยถูกรุ่นใหญ่ในวงการและนักการเมืองเกย์ชื่อดังขอรับเลี้ยง

โดยนักแสดงหนุ่ม ได้เปิดใจกับ ข่าวสดบันเทิง ว่าเจอในลักษณะแบบนี้ติดต่อมาค่อนข้างบ่อย เสนอเงินให้สูงถึงหลักล้าน พร้อมทั้งเผยกฏเหล็กในการรับงาน

ตอนนี้โสดไหม? “ก็มีเข้ามาเรื่อยๆแต่ก็ไม่ได้เปิด และก็ไม่ได้ปิดขนาดนั้น แต่ว่าเป็นเพราะหลายคนไม่ได้โฟกัสเรื่องนั้นกับผมมากกว่า แล้วตัวผมเองก็ให้น้ำหนักไปทางการแสดงมากกว่า กับผลงานในวงการบันเทิง เรื่องอันนั้น บางทีกลายเป็นว่าเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกมันก็ไม่ดี ก็เลยอยากให้คนโฟกัสไนกี้ในเรื่องของการแสดงมากกว่า ตัวตนมันก็อีกแบบนึงแหละ แต่ถามว่าวงการบันเทิงมันน่าจะให้คนเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่า ว่าเออเราพัฒนาตัวเองจริงๆนะ เราแข็งแรงในวิชาชีพเรามากขึ้นนะ เพราะอย่างเรื่องหัวใจเจอใครที่ใช่ที่คลิก วันนึงเราปิดไม่ได้อยู่แล้ว”

ส่วนวันนี้? “ยังอยู่แบบนี้ดีกว่า ได้เจออะไรหลายๆอย่างก็รู้สึกว่าเอออยู่กับตัวเอง อยู่กับแบบนี้ดีกว่า อยู่ไปก่อนไม่ได้รีบร้อน เพราะว่ายังมีหลาน เห็นพี่สาวเลี้ยงลูกแล้วเราเครียดเลย เครียดแทนเพราะว่าพี่สาวเขาก็ส่งอัพเดตให้ดูตลอด ก็เครียดนะกับการเลี้ยงเด็กคนนึงมันไม่ง่ายเลย ก็คือขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามาเลยมันไม่ง่ายจริงๆ อาจจะยังไม่ถึงเวย์มั้งอาจจะยังไม่ใช่เวย์นี้”

เราเนื้อหอมในหมู่ LGBTQ จริงๆเราเปิดกว้างในเรื่องตรงนี้ไหม? ต้องบอกว่าทุกวันนี้ไม่ได้ปิดแล้ว เปิดหัวใจให้มันกว้างขึ้น แล้วเรามองเห็นว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงรักหญิง ชายรักชาย ชายหญิง มันได้หมด ทุกคนมีความรักที่ดีให้กัน ผมว่าถ้าเรามีความรักดีๆให้กัน ไม่ทำร้ายกันก็โอเคสุดแล้ว ผมว่าง่ายๆ สั้นๆ ถ้ารักกันแบบปรารถนาดีให้กัน

ผมว่าแบบนี้จะอะไรก็แล้วแต่เราไม่ซีเรียสก็เปิดรับหมด เราอาจจะชอบก็ได้นะ ถ้าเราปิดตัวเองเราก็ไม่รู้ว่าเราชอบอะไรกันแน่ แต่บางทีเราอาจจะไปเปิดใจเพื่อหาประสบการณ์แบบนี้ ว่าเราชอบไหม แบบนี้ก็รู้สึกฮีลใจเราได้นะ ประมาณนั้น”

เห็นว่าเสน่ห์แรงถึงขั้นก็ไปดึงดูด นักการเมืองคนใหญ่คนโตมาขอรับเลี้ยง? “อันนี้เป็นเรื่องเล่าขำๆแล้วกันครับ ไม่ได้ซีเรียส ผมไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่ว่าคนรอบข้างเขาซีเรียสกันเยอะ ทุกอย่างมันก็เป็นไปตามเท่าที่เห็น อะไรที่มันใช่มันก็คือใช่ อะไรที่มันไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของงานมากกว่า

ส่วนใหญ่เวลาไปทำงาน จะเป็นเรื่องของการทำงาน ไม่ได้มีเรื่องอื่นเลย แล้วเราก็ไม่ได้ไปต่อใดใด สุดท้ายสำหรับผม อะไรที่มันคือความจริงวันนึงทุกคนก็จะเห็นความจริงเองว่า อ๋อมันไม่ใช่มันเป็นแบบนี้นะ มันแค่เป็นสิ่งที่ที่ผ่านมา เป็นเรื่องเล่าขำๆ เราก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ลักษณะนี้ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ความที่เรามาทาง..”

สายแซ่บใช่ไหม? “โชว์บอดี้ เราถ่ายแบบค่อนข้างเยอะ ผมโอเคผมแล้วก็แฮปปี้พี่ๆ LGBTQให้ความรักแล้วก็ความเมตตา ผมรู้สึกดีและเข้าใจทุกอย่างไม่ได้มีปัญหาอะไร ใครจะรักเราหรือใครจะไม่ชอบเรา ไม่เป็นไร วางเฉยดีกว่า เพราะเราอยู่วงการมานานแล้ว รู้ว่าไม่มีใครหรอกที่จะทำให้ทุกคนรักเราได้หมด คนรักเรามี แต่ก็จะมีคนที่ไม่ชอบเรา

ถามจิตใจเรามากกว่า ว่าเราต้องไปอะไรกับเขาไหม ไม่ชอบเราก็ไม่เป็นไรแต่วันนึงไม่แน่หรอกบางผลงานของเรา เขาอาจจะชอบเราก็ได้ มันก็มี เลยไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการที่ใครจะยังไง ก็แล้วแต่ก็คือตั้งใจทำผลงานต่อไปต่อไปให้ดีที่สุด”

แล้วคนที่เข้ามาขอเลี้ยง เขาเสนอราคาให้เราเท่าไหร่? “ผู้จัดการบอกว่าหลักล้านเลยนะ (หัวเราะ) เลยบอก อ๋อ เหรอ ไม่เอาอยู่ดีครับ บอกไปว่าไม่เอาไม่ได้ทำทางนี้ เราก็ภูมิใจในสิ่งที่เราทำภูมิใจกับผลงาน ภูมิใจกับทุกหยาดเหงื่อแรงกายที่เราทำเอง เรารู้สึกแฮปปี้ตรงนี้มากกว่า ฉันภูมิใจกับเงินที่หามา มันจะเอาไปใช้อะไรมันก็เงินเรา ไม่ใช่เงินเขา

แต่ถ้าเราเอาเงินคนอื่นมาใช้ เป็นบุญคุณเลยนะ นู่นนี่นั่น เธอต้องอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ใช่ เราเป็นคนสไตล์ ไม่ชอบคำสั่ง ไม่ชอบความกดดัน เงินเรามีความสุขในแบบของเรา และเราไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ คนที่ให้ไม่มีใครจะไม่อยากได้อะไรคืน ไม่มีของฟรีบนโลก คนที่ให้เรา เขาต้องการ 1 2 3 4 อยู่แล้ว

เราก็คิดว่า เราจะอยากเอาตัวเรา เข้าไปอยู่ตรงนั้นไหมล่ะ ถ้าเราอยากจะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ตรงนั้น เราก็ยอมแบบนั้น แต่ถ้าเราไม่ชอบ แล้วรู้ว่ามันจะต้องเกิดอะไร ก็หนีออกมาดีกว่า เอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นดีกว่า”

แสดงว่าไม่ใช่แค่รายเดียว? “หลายราย ถ้ารับก็อาจจะไปอยู่ดูไบแล้วเป็นเศรษฐีดูไบ ไม่ต้องทำงานไม่ต้องเหนื่อยแล้ว แต่ที่ทำงานทุกวันนี้เหนื่อย แต่มีความสุข ได้เห็นคนดู ได้เห็นคนชม ผมชอบดูคอมเมนต์ดีๆ ชมว่าซีรี่ส์เรื่องนี้เข้มข้นจังเลย สนุกจังเลย เดือดจัง เป็นความสามารถมากกว่า แล้วเราก็เอาไปพัฒนาตัวเองอีก เพราะเหมือนว่าเรายังรู้สึกว่าไม่เก่ง ทั้งที่คนบอกว่ามันดีมันโอเคแต่ในใจเราคิดว่ามันยังได้อีกยังต้องพัฒนาตัวเองต่อไป”

แล้วกฎเหล็กที่จะไม่รับงานเลย? “เรื่องของงานเอ็นฯงานกินข้าว ผมจะไม่รับเลย ผมขอรับเป็นงานในวงการ ด้านการแสดง อีเวนต์ ไปโชว์ตัว เล่นเอ็มวี หรือไปถ่ายอะไรก็ตาม ไปถ่ายสกู๊ป ไปถ่าย Vlog เป็นงานพวกกินข้าวจะไม่รับเลย งานกินข้าวคือไม่หิวครับ เดี๋ยวซื้อกินเองได้ครับ กลัวว่าจะต้องจุกแน่เลย (หัวเราะ) กลัวกินอิ่มมากเกินไป เดี๋ยวจุกครับ กินเองดีกว่ากินพอดีๆในแบบพอเพียง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน