ชิมลางงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก “เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊” ก็ทำรายได้ทะลุ 50 ล้านภายในไม่กี่วัน สำหรับผู้กำกับฯป้ายแดง ‘เป้’ อารักษ์ อมรศุภศิริ โดยเจ้าตัวได้มาเผยความรู้สึก พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว รวมถึงเรื่องหัวใจ

•เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊ เริ่มคิดมานานไหม?

เป้ – “ผมคิดบทเอง เขียนบทมา 5 ปี ก็เริ่มเสนอโปรเจ็กต์ เพราะเรื่องพระเครื่อง มันอยู่ใกล้ตัวคนไทยมาก ทำไมพระเครื่องถึงเป็นวงการที่น่ากลัว ทำไมเล่นพระระวังโดนหลอก เพราะนี่พระ ของศักดิ์สิทธิ์นะ แล้วทำไมต้องดูออกแค่กลุ่มเดียว ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นการเขียนบทเรื่องนี้ แล้วผมก็เข้าไปเจาะลึกในวงการ ไปอยู่กับเซียนพระ ไปเดินพันธุ์ทิพย์ จนเป็นบ้านหลังที่ 2 ได้ประสบการณ์ ได้เรื่องราวการเขียนหนัง พอเขียนเสร็จก็ไปส่งค่าย แล้วก็ได้นักแสดงคุณภาพมาร่วมทำให้สำเร็จครับ”

•เราจิ้มนักแสดงเองหมดเลยไหม?

เป้ – “ผมจิ้มมา 2 คนครับ จิ้มคุณจ๋าย (อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี) กับคุณฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) ส่วนอาตู่ (นพพล โกมารชุน) ไปเรียนเชิญมา สำหรับ เจ้านาย (จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) กับ อ๊ะอาย (กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ) ผ่านการแคสติ้งมาครับ”

•นักแสดงมารวมกัน ตรงกับใจที่เราคิดไว้ไหม?

เป้ – “แจ๋วมากเลยครับ เพราะเป็นเรื่องที่สนุก เป็นสีสัน คือเมืองไทย มันมี Subculture (วัฒนธรรมย่อย) เยอะ อย่างวงการพระก็เป็นอีกวงการนึงที่มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง มีศัพท์แสง มีภาษาเป็นของตัวเอง มีวิธีการทำงานของมัน แล้วตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ท่าพระจันทร์เหมือนเมื่อก่อน มันอยู่ในอินเตอร์เน็ต ในเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ไอจี อยู่ในทุกอย่าง พระเครื่องมีเซียนพระที่เป็นเซเลบริตี้เยอะมาก เลยรู้สึกว่าการที่เราเอาเรื่องพวกนี้โผล่เข้ามาในสื่อหลักที่เป็นภาพยนตร์ มันยิ่งทำให้วงการนี้สนุกเข้าไปอีก”

•ปกติเป็นคนชอบเรื่องพระไหม?

เป้ – “ไม่ครับ ผมแค่สนใจว่ามันน่าทำเฉยๆ ไม่รู้ว่าเขาดูกันยังไง”

•พอได้ลงไปตลาดพระเครื่อง ดูรู้หรือยัง?

เป้ – “รู้ครับ รู้ว่ามีพระอยู่ 2 แบบ พระที่แขวนได้ กับพระที่ขายได้ พระที่แขวนได้คือคุณจะแขวนพระอะไรก็ได้ กราบไหว้บูชา เป็นเครื่องเตือนใจ เพราะหลักๆ แล้วฟังก์ชันของพระเครื่องคือการเตือนใจ ทำให้เราเข้าใกล้พุทธศาสนา

ฟังก์ชันที่ 2 อันนี้เราจะพูดถึง พระที่ขายได้ซึ่งต้องมีราคาที่กำหนดโดยการซื้อขายในตลาด ซึ่งคนที่ได้รับความน่าเชื่อถือจะเรียกกันว่า ‘เซียน’ ถ้าพระองค์นี้คุณได้มาจากพ่อหรือได้มาจากปู่ที่บอกว่าแท้แน่นอน แต่เซียนบอกว่าอันนี้ไม่เล่น ก็ไม่มีประโยชน์ เราจะเล่นกับเรื่องพวกนี้ เป็นสิ่งเดียวในโลกที่มีมูลค่าหลักถึงร้อยล้าน แต่มีการดูที่ไม่สากล ถ้าเพชร นิล จินดา อัญมณี ทองคำ ดูได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ แต่อันนี้ดูได้ด้วยหลักเซียน น่าเอามาเล่นมากก็เลยเขียนเรื่องนี้”

•การทำหนังเรื่องนี้ออกมา จะไม่ไปขัดขาเซียนพระใช่ไหม?

เป้ – “ผมเข้าไปในวงการเซียนพระ เขาก็เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง เป็นคำบอกเล่า หรือเรื่องราวในอินเตอร์เน็ตที่เล่าโดยเซียน เรื่องราวพวกนี้เกิดขึ้นจริงๆ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ขัดกับเซียน เซียนเขาพูดเรื่องพวกนี้กันอยู่แล้ว

วงการพระเครื่องเป็นวงการของสะสมที่เฉพาะตัวมากๆ ผมอยากให้โด่งดังไปทั่วดินแดนที่มีพุทธศาสนา เป็น Soft Power ของเมืองไทยที่ Thailand Only สร้างรายได้และสร้างความสนุกสนานให้คนไทยได้เยอะมาก เซียนหลายๆ คนมองถึงแง่นี้ว่าถ้ามีภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องนี้ออกไป น่าจะช่วยวงการ

แต่ก็ต้องมีคนไม่ชอบบ้าง ว่ามันไม่ใช่แบบนี้ เราก็พยายามทำให้ใกล้เคียงกับเรื่องที่ได้ยินมาให้มากที่สุด แล้วก็ใส่ความสนุกแบบภาพยนตร์ลงไป ผมคิดว่าเป็น WIN WIN Situation แล้วเซียนๆ รุ่นใหญ่จะมีหลายๆ คนที่เข้ามาช่วยโปรเจ็กต์นี้”

•ตอนนี้กลายเป็นเซียนเป้ไปแล้ว?

เป้ – “ผมไม่เก่งขนาดนั้น แต่ก็เช่าพระเยอะเพราะต้องเช่ามาอยู่ในฉาก แล้วก็ชอบเองด้วย คือผมชอบพระเครื่อง รู้สึกเป็นแฟชั่นที่สวยงาม และฟังก์ชันของมันคือการเตือนใจให้เราอยู่ใกล้พุทธศาสนา หลายๆ คนอาจจะมองว่า ถ้าจะเข้าใจหลักแก่นของมัน พระเครื่องไม่จำเป็นเลย ใช่ครับ ไม่จำเป็น แต่คนที่ไม่เข้าใจและคนที่ยังอ่อนแออยู่อย่างผม ใช้มันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวได้”

•เบื้องหน้ากับเบื้องหลัง พอได้ทำคู่กันไป มีความแตกต่างกันเยอะไหม หรือได้เรียนรู้อะไรใหม่?

เป้ – “ผมทำเบื้องหน้ามานานมาก ตอนทำเบื้องหน้า เรามีความไม่เข้าใจเบื้องหลังว่าทำไมมันไม่เป๊ะแบบนี้ เราเตรียมตัวมาให้คุณอย่างเป๊ะ พอผ่านมา 1 ปี เรามาทำเบื้องหลัง เราเข้าใจเบื้องหลังทุกอย่าง บางทีมันเป๊ะไม่ได้ เพราะมีปัจจัยมากมาย มันไม่ง่ายเลยที่จะควบคุม”

•ความกดดัน ความคาดหวังทวีคูณขึ้นมากไหม?

เป้ – “ทวีคูณครับ ผมตั้งใจกับมันมากกว่าการแสดง เพราะงานแสดงรับผิดชอบแค่ส่วนเดียว เหมือนเราเป็นเฟืองตัวนึงในรถทั้งคัน แต่การเป็นผู้กำกับฯเราเป็นเครื่องยนต์ใหญ่สุด เราก็เลยต้องเต็มที่กับมัน เรียกว่าเดิมพันสูงกว่า ถ้ามันพลาด การที่จะมีแรงไปทำต่ออีกเรื่องนึงมันน้อยมาก มันไม่ง่ายเลยการที่กว่าจะขุดพลังงานออกมาทำเรื่องนึงได้”

•กำกับฯ เอง เขียนบทเอง แล้วก็ลงไปสำรวจตลาดเอง?

เป้ – “คือการทำตลาดพระ เป็นเรื่องของการรีเสิร์ชครับ ผมเจอเอ็มหัตถ์เทพมา 3 ปีกว่าแล้ว เขาคือเซียนพระที่พาผมเข้าสู่วงการพระจริงๆ โดยเขาเป็นที่ปรึกษาโปรเจ็กต์นี้ทั้งหมด และก่อนหน้านี้ 2 ปีผมเริ่มเขียนบท เริ่มถามเพื่อนบางคนที่เล่นพระ แต่ยังไม่เข้าไปเล่นพระจริงๆ จนเขียนบทเสร็จขายผ่านแล้วถึงเริ่มเช่าพระแบบเสียตังค์ หลักหมื่นหลักแสน คือเอาไปเข้าฉากด้วยแล้วก็สะสมด้วย เคยมีของสะสมสมัยก่อนเป็นพวกนาฬิกา มีก็ขายแล้วเอาไปเช่าพระ”

•หลังๆ จะเห็นในมาทางงานแสดง งานกำกับฯ เรื่องเพลงยังไงต่อ?

เป้ – “ยังทำอยู่ แต่ตอนนี้ยังออกเพลงใหม่ไม่ได้ เพราะยังยุ่งอยู่กับการกำกับ มีออกอัลบั้มใหม่ ‘อกหัก ติดยา หมาตาย’ มีเพลง อยากเป็นเสี่ยเลี้ยงต้องทำไง, แฟนใหม่เธอใช้ไม่ได้ และ พาของคุณมาเอง แต่ออกได้แค่ 3 เพลง แล้วผมไปทำงานกำกับก่อน เลยไม่มีเวลา เดี๋ยวพอหมดจากหนังนี้แล้วก็กลับไปออกอัลบั้ม เพราะอัดไว้แล้ว

ต้องขอบคุณคนที่ให้โอกาสครับ ทั้งงานแสดง งานดนตรี ผมมีค่ายเพลง What The Duck ที่ให้โอกาสยังให้ผมออกเพลงได้เรื่อยๆ แล้วก็ยังมีคนจ้างไปแสดง ไปกำกับฯ หนัง โอกาสไม่ได้หามาง่ายครับ”

•ที่ผ่านมาก็มีช่วงที่เป็นขาลงของเรา เป็นอย่างไรบ้าง?

เป้ – “มีช่วงนึงที่มีชื่อเสียง ไปตามหน้าหนังสือต้องมีเราซักเล่ม เดินไปตามสี่แยก ต้องมีหน้าเราตลอด จะมีช่วงนึงที่เขาไปชอบคนอื่นแล้ว ตอนเราดังก็งง ตอนที่เราเฟดไป เราก็งงเหมือนกัน รับมือลำบาก

แต่พอผ่านเฟดแรกเราเข้าใจแล้วว่าเป็นแบบนี้ อยู่ต่อมาก็วนกลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ได้ดังเท่าเดิม รุ่นใหม่เริ่มรู้จักเราจาก 4Kings จาก วัยหนุ่ม2544 เป็นเกียรติมากๆ ไม่อยากไปไหนครับ จะเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังก็อยากทำต่อ เพราะกลายเป็นสิ่งที่ผมไม่รู้ตัวแล้วว่ามันสนุกขนาดนี้ เป็นอาชีพที่น่าอิจฉา เพราะเป็นอาชีพที่ไม่เคยทำซ้ำ เป็นอาชีพที่เราเห็นคุณค่าของมันมากๆ ก็เลยสนุก เลยพยายามทำตัวให้ไม่มีภาระ เพื่อจะทำอาชีพนี้ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังหรือเบื้องหน้า อยากลุยต่อไป”

•คำว่าภาระของเรา เช่นอะไรบ้าง?

เป้ – “ก็พยายามไม่เป็นหนี้ มีเงินทุนสำรองพอที่จะทำในสิ่งที่ชอบ โดยไม่ต้องไปทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ เรื่องครอบครัวด้วย ก็ยังไม่คิดจะสร้างครอบครัวมีลูกตอนนี้ เพราะถ้าจะหายไป 3 เดือน เพื่อไปกำกับฯหนัง หรือไปเล่นหนังที่ญี่ปุ่น มันไม่ง่าย คงใจจะขาด ตอนนี้เลยยังลุยได้เต็มที่ ถึงแม้อายุผมควรจะมีแล้วก็ตาม”

•เรื่องความรักเราเปิดตัวพูดถึงอีกฝ่ายหวานมาก?

เป้ – “ความจริงผมหวานตลอด ทุกครั้งที่ตั้งใจว่าจะบอก ผมก็จะบอกด้วยความให้เกียรติ ด้วยความมีความสุข แต่ส่วนใหญ่ที่เลือกไม่บอก เพราะอีกฝ่ายอยู่ในวงการ พอบอกแล้วปวดหัว ผมเข็ดจากประสบการณ์ความรักในวงการตั้งแต่ช่วงเด็ก เลยรูดซิปปาก

แต่คราวนี้เขาไม่ได้อยู่ในวงการ ค่อนข้างเงียบสบาย พอถามว่ามีแฟนไหม เลยบอกว่ามี ผมก็เล่าเรื่องมุมผม ไม่ต้องไปถามมุมเขา ก็เลยบอกได้ แต่ผมจะไม่บอกว่าเป็นใคร อย่างหนึ่งคือไม่มีใครสนใจเรื่องผมเยอะเท่าเมื่อก่อนด้วย ไม่ต้องมีคนไปขุดว่าผมไปเดตกับคนโน้นคนนี้ ชีวิตง่ายขึ้น และถึงแม้ที่ผ่านมาผมจะเดตกับคนในวงการ ผมก็ไม่เคยหลบนะ เพราะผมให้คุณค่ากับชีวิต”

•กับคนนี้คบมานานแค่ไหนแล้ว?

เป้ – “6 เดือนแล้ว ตอนนั้นไปถ่ายงานให้เพื่อนแล้วเขาชวนน้องคนนี้มาถ่ายด้วย เห็นครั้งแรกปิ๊งเลย เพราะเขาสวย ผมก็โสดพอดี โสดมาปีกว่า ผมก็จีบเต็มร้อย ตรงไปตรงมา ทำให้เขารู้เลยว่าชอบ เขาอยากเงียบๆ ที่เราชอบเขามากๆ ก็เพราะเขาเป็นแบบนี้ ไม่ต้องการชื่อเสียงจากเรา ไม่ต้องการทรัพย์สินจากเรา แล้วตลกน่ารักก็พอแล้ว”

•เป็นอีกหนึ่งกำลังใจในชีวิตการทำงาน?

เป้ – “ก็ใช่ครับ มีแฟนมันก็ดีกว่าไม่มี เหมือนมีคนที่คอยอยู่ด้วยตลอดครับ”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน