ได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือหลายคนในละคร “ชะตาหงส์” ทำให้นางเอกสาวดาวรุ่งแห่งช่องวัน 31 ‘ผิงผิง’ ณิชา ปิยะวัฒนานนท์ มีแพสชั่นทางด้านการแสดง คิดลงเรียนการแสดงเพิ่ม เพื่อพัฒนาฝีมือตัวเอง

• ละคร “ชะตาหงส์” ตอนนี้เป็นไงบ้าง?
ผิงผิง – “กระแสดี เรตติ้งดีมากๆ เลยค่ะ นักแสดงเห็นแล้วชื่นใจมาก เกินคาด อยากให้ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ โดยบทบาทในเรื่อง หนูรับบทเหมหงส์ เป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านอาหาร เป็นลูกสาวแม่ค้าน้ำพริก ที่รับบทโดยพี่พิมพ์ (พิมพ์มาดา) มีฝีมือการตำน้ำพริก จนวันหนึ่งเจอจดหมายที่ระบุว่าปู่ได้ยกทรัพย์สมบัติให้แม่ แต่พินัยกรรมตัวจริงถูกซ่อนไว้ในบ้านของปู่ เราจึงกลับไปทวงทุกอย่างคืน”

• บทบาทที่ได้รับยากไหม?
ผิงผิง – “ตัวบทบาทไม่ยากสำหรับหนู แต่สิ่งที่ท้าทายคือการทำอาหาร เพราะที่จริงหนูทำอาหารไม่เป็น แต่ในเรื่องต้องเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ทำอาหารค่อนข้างเก่งเลย โปรเฟสชั่นแนล เพราะฉะนั้นท่าทางการปรุงจะต้องมั่นใจมาก ซึ่งเราต้องไปฝึกตรงนี้เยอะมากๆ ไม่ถึงขั้นเรียน แต่ให้คุณแม่แนะนำ แล้วพอเข้าซีนก็มีพี่แหม่ม จินตหรา พี่พิมพ์คอยสอน
หลังลองทำแล้วแม่บอกอร่อย แต่ล่าสุดตำน้ำพริกให้แม่ค่ะ แม่บอกไหนลองตำให้ดูหน่อย อยากลองชิม เลยตำน้ำพริกกะปิ แม่ก็บอกครั้งแรกถือว่าอร่อยเลยนะ แต่ครั้งต่อไปไม่รู้จะเหมือนเดิมไหม (หัวเราะ)”

• ตอนถ่ายทำยากไหม ด้วยเราทำอาหารไม่เป็น?
ผิงผิง – “ช่วงแรกค่อนข้างเป็นปัญหานิดนึงค่ะ มันจะมีซีนที่เห็นชัดมากว่าหนูทำอาหาร จะใช้คนอื่นแทนไม่ได้ อย่างซีนแรกหั่นมะนาว หนูคิดว่ามะนาวคือหั่นครึ่ง แล้วหนูก็หั่นครึ่งเลย จนตากล้องบอกเดี๋ยวคัตแป๊บนึง พี่ตากล้องมาสอนหั่นมะนาว เพราะหนูเพิ่งรู้ว่าต้องหั่นแบบรอบๆ เว้นแกนตรงกลาง รอบหลังท่าได้แล้ว ท่าสวย ผู้กำกับฯไม่ห่วงแล้วค่ะ (ยิ้ม)”

• นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ต้องห่วงเรื่องอะไรสำหรับตัวเราเองอีก?
ผิงผิง – “น่าจะเป็นหนูซนมากเลยมั้งเวลาอยู่ในกอง ด้วยละครดราม่า พอคัตปุ๊บ เราก็อยากรีแล็กซ์ หนูเลยชวนพี่ๆ เต้น ชวนเล่นนู่นนี่นั่น บางทีอาจจะซนไปนิดนึง เวลาพี่ดอม (เหตระกูล) กับพี่พิมพ์ (พิมพ์มาดา) คัตก็เป็นอีกคนนึงเลย อย่างพี่พิมพ์ตอนแรกเล่นปกติ แต่พอแอ๊กชั่นปุ๊บถึงดราม่า ซึ่งเรื่องนี้ดราม่าเยอะมาก เข้มข้นมากทุกตัวละครเลย น้ำตาออกตลอดค่ะ เสียใจก็ออก ดีใจปลื้มปริ่มใจก็ออก ออกทุกตอนเลยค่ะ”

• กดดันไหม?
ผิงผิง – “หนูกดดัน ยอมรับเลยว่าช่วงแรกกดดันมากๆ ตั้งแต่วันแรก มีพี่บอกว่าระวังนะพี่ๆ ผู้ใหญ่เก่งๆ ทั้งนั้นเลย ระวังตัวเราจะหายไปจากเรื่อง ถ้าเราเล่นไม่ถึงจะโดนพี่ๆ กลบ ตอนแรกหนูก็เครียดมาก ช่วงแรกเราไม่เคยร่วมงานกับพี่เขามาก่อน เลยไม่รู้ว่าเนเจอร์เขาเป็นยังไง วิธีการทำงานเขาอาจจะต้องการสมาธิ เราจะไปรบกวนเขาหรือเปล่า
แต่หนูโชคดีมากๆ เลย พี่ๆ ทุกคนน่ารัก เขาเห็นแล้วว่าเรากังวล เขาเข้าชาร์จเลยว่ากังวลใช่ไหม พี่เขาแนะนำว่าต้องทำแบบนี้นะ ลองเล่นแบบนี้ดูแล้วกัน เลยรู้สึกหายกดดันแล้วรีแล็กซ์ไปด้วย”

• กับคู่เรา ‘ปลื้ม ธยศทรณ์’ เป็นไงบ้าง?
ผิงผิง – “สนิทกันค่ะ ในกองคือเต้น TikTok ทำคอนเทนต์ด้วยกันตลอดเวลา บางทีหนูจะไปชวนพี่แหม่มเต้นก็เกรงใจ ก็จะมี ปลื้ม ธยศทรณ์ นี่แหละค่ะ คอยเล่นด้วยกับหนู เพราะปลื้มเขาก็เคยเป็นเด็กฝึกมาก่อน ในรายการ LAZ iCON เขาเลยมีพื้นฐานเต้นแล้วก็ร้องได้อยู่แล้ว ชอบเต้นด้วยกันทั้งคู่ก็เลยเต้นเลย”
• เจอกันครั้งแรกไหม?
ผิงผิง – “เจอครั้งแรกค่ะ ก็ต้องปรับเยอะมากเหมือนกัน เจอกันครั้งแรกคือเวิร์กช็อปละครเรื่องนี้เลย ตั้งแต่เจอกันครั้งนั้นรู้สึกเหมือนสนิทกันมานาน จนผู้กำกับฯถามว่าเคยสนิทกันมาก่อนหรือเปล่า หนูบอกเคยเจอกันครั้งแรกครั้งหนึ่ง แต่ไม่เคยคุยกัน แล้วเพิ่งมาเจอกันอีกครั้งนึงวันนี้ที่ได้คุยกันเยอะๆ ล่าสุด แล้วก็สนิทกันเลยด้วยความที่อายุเท่ากันด้วยค่ะ”

• เคมีคู่เราเป็นยังไงบ้าง?
ผิงผิง – “ต้องถามคนดูค่ะ แต่ถ้าถามในความเห็นของหนู จากที่เห็น ฟีดแบ็กรู้สึกว่าแฟนๆ ชอบ เห็นไปตัดคลิปน่ารักๆ โมเมนต์ในละคร”
• นอกจากเรื่องนี้ มีผลงานอะไรอีกบ้าง?
ผิงผิง – “ตอนนี้มีแค่ ชะตาหงส์ ค่ะ แต่คิดว่าหลังจบเรื่องนี้ หนูจะลงคลาสแอ๊กติ้งเพิ่ม เพราะพอลงเรื่องนี้ได้ทำงานกับพี่ๆ นักแสดงเก่งๆ รู้สึกว่าเรามีแพสชั่นการแสดง อยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ”
อนงค์ จันทร