เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เติร์ก-คหบดี กัลย์จาฤก ผู้จัดละคร “หักลิ้นช้าง” ช่อง 7 ลูกชายผู้กำกับรุ่นใหญ่ ‘ต๊ะ-นิรัตติศัย’ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2558 ระดับปริญญาโท จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาวิชาบริหารการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่นกัน โดยมี ต๊ะ-นิรัติศัย กัลย์จาฤก คุณพ่อ มาร่วมแสดงความยินดี
‘เติร์ก’ กล่าวว่า “รู้สึกปลาบปลื้มและดีใจมาก หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่จะเรียนจบ จนคว้าปริญญาใบนี้มาได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณคุณพ่อที่เป็นที่ปรึกษาให้ ในช่วงที่ผมเรียนปริญญาโทก็ต้องทำงานในกองถ่ายไปด้วยในเวลาเดียวกัน ทำให้มีความยากลำบากในการเรียนนิดหน่อย บางคนอาจจะบอกว่าเรียนปริญญาโทในหนึ่งอาทิตย์ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเอง แต่การได้รับมอบหมายงานจากอาจารย์ รวมถึงเนื้อหาที่เรียนมีความเข้มข้นมาก บางครั้งช่วงที่ผมอยู่ดูแลงานในกองถ่ายก็ต้องเอางานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำมานั่งทำด้วย บางครั้งระหว่างที่นั่งเรียนอยู่ในห้องก็ต้องมีการพูดคุยกับทีมงาน และติดตามความคืบหน้าของงานกองถ่ายไปด้วยเหมือนกัน”
ถามถึงความรู้สึกตอนรับพระราชทานปริญญาบัตร กับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผู้จัดฯ มหาบัณฑิตป้ายแดง กล่าวว่า “ครั้งแรกที่ได้ทราบว่าจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระบรมฉายาลักษณ์ นักศึกษาที่จบรุ่นเดียวกันน้ำตาไหลกันทั้งห้อง เพราะครั้งนี้เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้รับกับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน ผมรู้สึกดีใจและปลาบปลื้มมากเพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่าน ที่ดูแลพสกนิกรชาวไทยอย่างดีมาตลอด ดีใจที่อย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิตโอกาสได้รับปริญญากับรูปของพระองค์ ตอนที่ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจะเริ่มขึ้นนั้น ผม เพื่อนๆ บัณฑิต และอาจารย์ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่”
เมื่อถามว่า สนใจเรียนต่อปริญญาเอกไหม เติร์กกล่าวว่า “จริงๆ คุณพ่ออยากให้ศึกษาปริญญาเอกต่อ ส่วนตัวผมก็อยากเรียนต่อเหมือนกัน เพียงแต่หลังจากที่เรียนจบปริญญาโทก็อยากจะทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับงานละครอย่างเต็มที่ก่อน”
ด้าน ‘ต๊ะ-นิรัติศัย’ เผยความรู้สึกกับความสำเร็จของลูกชายว่า “ดีใจมาก เพราะว่าเขาก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญของบริษัท สิ่งที่เขาเลือกเรียนมันมาต่อยอดบริษัทของเราด้วย ซึ่งพอเขาทำได้สำเร็จในวันนี้ผมก็ดีใจ ที่ผ่านมาเขาก็เคยท้อแท้หลายครั้ง ถึงขั้นเคยมาขอหยุดเรียนไว้ก่อน เพราะต้องการทำงานให้ดีที่สุด ผมก็ต้องคอยให้กำลังใจ บอกว่าหยุดเรียนไม่ได้ยังไงก็แล้วแต่ต้องประคับประคองมันให้ไปได้ทั้งสองอย่าง ส่วนผมก็จะคอยช่วยในสิ่งที่ช่วยได้ ซึ่งเขาก็พยายามทำจนสำเร็จ ตรงนี้ก็ถือว่าเก่งเพราะเขาต้องทำงานและเรียนไปด้วย”
นอกจากนี้ ยังมี ฟาง-แพรสลิน เชาวลิต หรือ ฟาง-พิชญา เชาวลิต นักแสดงชื่อดัง สำเร็จการศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ สาขากฎหมายธุรกิจ
โดย ‘ฟาง’ เล่าถึงความสำเร็จของปริญญาโทใบนี้ว่า “หลังจากจบปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ ม-ธรรมศาสตร์ ฟางก็ลงสมัครเรียนปริญญาโทต่อที่นี่เลย ใช้เวลาเรียนประมาณสามปีกว่าๆ เหตุผลที่เรียนต่อปริญญาโทคณะเดิม เพราะตอนที่เรียนปริญญาตรีนิติแล้วรู้สึกว่าตัวเองชอบ หลายคนอาจจะมองว่ากฎหมายเรียนยาก แต่ว่าพอได้มาเรียนจริงๆ มันสนุก ยิ่งปริญญาโทเรียนต่อทางสาขากฎหมายธุรกิจก็ยิ่งสนุกใหญ่เลย เพราะฟางทำธุรกิจอยู่ด้วย จึงได้นำสิ่งที่เรียนมาใช้ในชีวิตจริง อย่างตอนนี้ที่ฟางทำธุรกิจของตัวเองอยู่ก็ดูแลเองทั้งหมด รวมถึงในเรื่องฝ่ายกฎหมายก็ร่างสัญญาเองทุกอย่าง อีกอย่างฟางมองว่าในอนาคตสามารถนำความรู้เรื่องกฎหมายที่เรียนมาช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย”
เมื่อถามว่า หลังจากเรียนจบแล้วตั้งใจจะทำงานที่ตรงกับสาขาที่เรียนไหม ดาราสาวกล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้คิดที่จะทำงานโดยตรง แค่อยากจะนำความรู้ที่มีไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะว่าจริงๆ แล้วกฎหมายอยู่ในทุกเรื่อง อย่างเป็นนักแสดงเองก็ต้องมีเรื่องการเซ็นสัญญา ตรงนี้ฟางก็ดูเอง ร่างเอง เขียนเองหมดเลย ถือว่าดูแลผลประโยชน์ให้ตัวเองได้”
“ส่วนว่าสนใจจะเป็นทนาย อัยการ หรือผู้พิพากษาไหม สนใจค่ะแต่ว่าค่อยๆ ไป ฟางเองก็สามารถสอบตั๋วทนายได้อยู่แล้ว อาจจะค่อยๆ สอบตั๋วทนายไป แต่ถ้าถามกันจริงๆ ฟางเคยมีโอกาสไปคลุกคลีกับพี่ๆ ที่เป็นทนายแล้วรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่มีแรงกดดันพอสมควร เลยคิดว่าตัวเองอาจจะไม่เหมาะกับการเป็นทนายเท่าไหร่ น่าจะเหมาะกับพวกกฎหมายธุรกิจที่เรียนมานี่แหละ อาจจะไปรับเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้ตามบริษัทต่างๆ ส่วนงานในวงการบันเทิง ฟางก็ยังทำปกติ เพราะยังไงงานมนวงการก็เป็นงานที่ฟางรักมากที่สุดค่ะ” ดาราสาวคนเก่ง กล่าว
ถามต่อว่าสนใจเรียนต่อปริญญาเอกไหม ฟางกล่าวว่า “จริงๆ มีความคิดและสนใจอยู่ค่ะ ตอนนี้ก็กำลังปรึกษากับอาจารย์ที่คณะ ท่านก็แนะนำว่าถ้ามีไฟและอยากเรียนต่อจริงๆ ก็ลองเสนอโปรเจ็กต์มาได้ ซึ่งถ้าจะเรียนต่อปริญญาเอกก็คงจะเป็นด้านกฎหมายเหมือนเดิม”
ครอบครัวว่ายังไงบ้างกับปริญญาโทใบนี้ ดาราสาวยิ้มก่อนบอกว่า “ทุกคนดีใจค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ คุณยายก็เป็นปลื้มมาก ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ที่ฟางเข้ามาเป็นนักแสดง ทุกคนในครอบครัวก็จะห่วงว่าจะทิ้งเรื่องการเรียนหรือเรียนไม่จบมั้ย แต่ฟางก็บอกกับพวกเขาเสมอว่าสามารถทำควบคู่กันได้ ฟางก็พิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่ตอนที่เรียนจบปริญญาตรี และตอนนี้ก็มาจบปริญญาโทอีกใบค่ะ สำหรับครอบครัวยังไม่ได้ให้ของขวัญอะไร
ส่วนของขวัญที่จะให้กับตัวเองคิดว่าน่าจะเป็นทริปไปเที่ยวพักผ่อนทั้งในและต่างประเทศ เพราะตอนที่ทำธีสิสปริญญาโทใบนี้ ฟางถึงกับร้องไห้เลย เพราะมันเหนื่อยมาก ตอนช่วงที่ใกล้จะส่งธีสิสและสอบปิดเล่มก็อ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำแทบไม่ได้นอน ไหนจะต้องทำงานไปด้วยอีก เรียกว่าเหนื่อยหนักสุดๆ แต่วันนี้ก็โล่งใจและภูมิใจ ที่สามารถทำมันได้สำเร็จ”
“ส่วนคนพิเศษคือพี่เอเอ (พีรวัชร์ เหราบัตย์) วันนี้ก็น่าจะตามมาร่วมยินดีค่ะ จริงๆ ปริญญาโทใบนี้ความสำเร็จส่วนหนึ่งต้องยกให้พี่เอเอด้วย เขาเป็นคนที่ผลักดันให้ฟางเรียนและคอยให้กำลังใจตอนที่ฟางท้อแท้มากๆ ส่วนของขวัญที่เขาจะให้ก็คิดว่าน่าจะเป็นทริปที่จะไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันค่ะ” มหาบัณฑิตคนเก่ง กล่าว



