นิวไลน์ ซีเนม่า พาย้อนไปหาจุดเริ่มต้นของการพลิกลำดับความตายในภาพยนตร์แฟรนไชส์เลือดสาด “Final Destination Bloodlines-ไฟนอลเดสติเนชั่น ทายาทโกงตาย”
สเตฟานี นักศึกษาวิทยาลัยต้องเจอกับฝันร้ายที่รุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อตามหาคนคนหนึ่งที่อาจสามารถทำลายวงจรนี้และช่วยครอบครัวของเธอจากการตายอันน่าสยดสยองที่รอพวกเขาอยู่

งานกำกับฯ ของ อดัม บี. สไตน์ และ แซ็ก ไลพอฟสกี้ แสดงโดย แคทลิน แซนต้า ฮวนนา, ทิโอ บริโอนส์, ริชาร์ด ฮาร์มอน, โอเว่น แพทริก จอยเนอร์, รยา คิลสเตดต์, แอนนา ลอร์ พร้อมด้วย เบร็ก แบสซิงเจอร์ และ โทนี่ ทอดด์
อดัม บี. สไตน์ เผยถึงความสนุกของหนังว่า “ความสนุกอยู่ที่ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นำไปสู่ความตายได้ ซึ่งเป็นศิลปะพื้นฐานของการสร้างภาพยนตร์ เตือนว่ามีการสปอยล์ ทุกคนตายกันหมดเลย”
แซ็ก ไลพอฟสกี้ เสริมว่า “ทุกคนรู้ว่าต้องตายกันหมด รู้ว่าฉากนี้จะต้องมีคนตาย นั่นคือความท้าทายที่ต้องทำให้เดาทางไม่ถูก”

อดัม บี. สไตน์ เผยอีกว่า “ความตื่นเต้นอย่างหนึ่งคือเอฟเฟ็กต์และฉากผาดโผนจริงที่เราต้องถ่ายทำกัน ทีมงาน โปรดิวเซอร์ สตูดิโอต่างตื่นเต้นที่จะถ่ายทำจริงในหนังให้ได้มากที่สุด เราเลยสร้างร้านอาหารขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วก็ระเบิดมันกระจุย ซึ่งเวลาเราทำหน้าที่ผู้สร้างภาพยนตร์ มันคือเรื่องสนุกที่ทำอะไรแบบนั้นได้ ทีมงานก็เก่งเรื่องการสร้างฉากผาดโผนหลุดโลก”
“ซึ่งหนังเริ่มต้นด้วยปี 1969 ที่คู่รักวัยรุ่นไอริสและพอลมาถึงร้านอาหารสกายวิวที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่บนตึกที่มีความสูง 500 ฟุต ความยิ่งใหญ่ของฉากสกายวิวในฉากเปิดตัวคือการเตือนล่วงหน้าถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง ร้านอาหารสกายวิวมีการก่อสร้างขึ้นมาจริงเพื่อเลียนแบบเครื่องเล่นพินบอล พอเริ่มเกิดความวุ่นวาย เฟอร์นิเจอร์ลื่นไหลมารวมกันเป็นตัว S เมื่อร้านอาหารเริ่มลาดเอียง ผู้คนก็เริ่มลื่นไถลมาชนกันเหมือนพินบอล จนกระทั่งหล่นลงมาจากเครื่องเล่น”

ด้านนักแสดงเล่าถึงความสนุก ความประทับใจในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้
‘แคทลิน แซนต้า ฮวนนา’ พูดถึงตัวละคร ‘สเตฟานี่’ ของเธอว่า “เป็นนักเรียนวิทยาลัยที่ฉลาดมาก แต่เธอต้องทรมานจากฝันร้ายที่คอยขวางไม่ให้เธอใช้ศักยภาพอย่างเต็มกำลัง จากนั้นเธอกลายเป็นแอ๊กชั่นฮีโร่ขึ้นมาทันที ฉันคิดว่าสเตฟานี่มี 3 ร่าง เธอดูเป็นคนลึกลับในช่วงแรก พยายามหาคำตอบว่าเพราะอะไรถึงฝัน ทำไมเกิดขึ้นซ้ำๆ เมื่อเธอรู้เหตุผลก็กลายเป็นผู้ปกป้องครอบครัว จนสุดท้ายเธอกลายเป็นผู้อยู่รอดจากทุกอย่างที่เธอและครอบครัวผ่านพ้นมา”

‘ทิโอ บริโอนส์’ รับบท ‘ชาร์ลี’ พี่น้องของ สเตฟานี่ และเป็นแฟนตัวยงของแฟรนไชส์ เขากล่าวว่า “FINAL DESTINATION 3 เป็นหนึ่งเรื่องโปรดของผมตลอดกาล ส่วนการร่วมงานกับ แคทลิน เป็นคนที่น่าทึ่ง เธอร่วมงานด้วยอย่างง่ายดาย เวลาเข้าฉากไม่รู้สึกว่ากำลังแสดงกันอยู่เลย แต่รู้สึกเหมือนคุยกับพี่สาวมากกว่า”

‘ริชาร์ด ฮาร์มอน’ รับบท อีริก ลูกพี่ลูกน้องของ สเตฟานี่ การแต่งหน้าของ ‘ฮาร์มอน’ ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงทุกวัน ทีมแต่งหน้าเอฟเฟ็กต์ 3 คนแปลงโฉมให้มีรอยสักหลายลายและซับซ้อน รวมถึงห่วงตรงจมูกและหัวนมปลอม

ไลพอฟสกี้กล่าวว่า “ริชาร์ดคือทหารตัวจริง เขานั่งหลายชั่วโมงทุกวันเพื่อสร้างรอยสัก เวลาที่เราเห็นเขาถูกห้อยด้วยจมูก มันคือห่วงจริงและจมูกจริงของเขา เขาต้องทุ่มเท ยอมถูกดึงจมูกจนเจ็บเพื่อให้มันดูสมจริงมากที่สุด ขณะเดียวกันต้องถูกห้อยอยู่บนเปลวไฟของจริงด้วย มันคือบทพิสูจน์ถึงความทุ่มเทต่อตัวละครของเขา”
‘โอเว่น แพทริก จอยเนอร์’ รับบท บ๊อบบี้ ลูกพี่ลูกน้องอีกคนของสเตฟานี่ ที่ไม่ยอมพลาดฉากการตาย แม้ว่าเขาจะไม่มีถ่ายทำก็ยังมา “ใครอยากจะพลาดวันตายกันล่ะ? พวกเขาสนุกสนานกันตลอด มีมุขตลกใหม่ๆ และเราจะได้เห็นบางอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นด้วย”

‘แอนนา ลอร์’ รับบท ‘จูเลีย’ เล่าว่า “จูเลียเป็นพวกชอบเสียดสี ฉันไม่ได้มองว่าเธอเป็นคนอบอุ่น แต่เธอรักครอบครัวและปกป้องพี่น้องของเธอ ตอนที่สเตฟานี่เปิดเผยแผนการตายที่กำลังจะมาเยือน ฉันรู้สึกว่าเธอไม่เข้าใจมันเลยสักนิด ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้ต่างจาก FINAL DESTINATION ภาคอื่น เพราะมันจะทำร้ายจิตใจคุณอยู่บ้าง ยิ่งเรารักครอบครัวนี้เท่าไหร่ ตอนจบก็ยิ่งเศร้ามากขึ้นเท่านั้น”

‘รยา คิลสเตดต์’ รับบท ‘ดาร์ลีน แคมป์เบลล์’ คุณแม่ของสเตฟานี่ที่หายไป เล่าว่า “สิ่งหนึ่งที่ฉันรักคือการมีผู้หญิง 3 ช่วงวัย ในเรื่องมีทั้งไอริส ดาร์ลีน และสเตฟานี่ ดาร์ลีนคือคุณแม่ที่อยู่ระหว่างผู้หญิง 2 ยุค และสายสัมพันธ์ระหว่างแม่-ลูก ที่ดูไม่ชัดเจน เมื่อภาพยนตร์เปิดเผยเรื่องราวคุณจะเข้าใจที่ดาร์ลีนทิ้งลูก 2 คนกับสามีไป ในเรื่องจะเห็นวงจรชีวิตที่มีความน่าสนใจ ส่วนพวกเราก็ต้องวิ่งหนีความตาย แสดงผาดโผนและผ่านการตายประหลาดๆ ทุกอย่าง ทำให้ไม่มีเวลาจะเศร้าโศก เพราะเราต้องมีชีวิตอยู่รอดให้ได้ ฉันคิดว่านั่นคือความน่าสนใจของเรื่องราวค่ะ”

‘เบร็ก แบสซิงเจอร์’ รับบท ‘ไอริส’ สาววัยรุ่นที่ปรากฏตัวเมื่อปี 1969 เธอเล่าว่า “ช่วงคืนสำคัญของไอริสที่สกายวิวเมื่อปี 1969 ไอริสและพอลหาเพลงคลาสสิคยุค 60 มาฟัง เต้นรำกันถึง 2 วัน นั่นเป็นช่วง 2 วันที่ฉันชอบมากในฉาก มันสนุกมากเลย แต่ในการถ่ายทำฉันต้องฟังเพลงนั้นพร้อมกับพื้นเต้นรำที่กำลังแตก น้ำตาเริ่มไหลบนใบหน้า มีเสียงกรี๊ดจากการเห็นคนตายและการถล่ม หลังจากถ่ายเสร็จ ครั้งต่อมาที่เปิดเพลย์ลิสต์ฉันกลับรู้สึกว่าเปลี่ยนเถอะ ไม่สามารถย้อนกลับไปหามันได้แล้ว”

‘โทนี่ ทอดด์’ รับบท ‘บลัดเวิร์ธ’ เผยว่า “ผมคิดว่าบลัดเวิร์ธใช้เวลาในชีวิต 80% กับห้องเก็บศพ เขาคุ้นเคยกับศพ เหตุการณ์ประหลาด และเรื่องเหนือธรรมชาติ ผมรักบลัดเวิร์ธ เขาเป็นคนน่าสนใจและมีความลึกลับ ผมรับผิดชอบหน้าที่ในหนังเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ผมต้องสร้างตัวละครนี้ให้เข้าใจได้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน” ทอดด์กล่าว
พบกับการเล่าขานบทใหม่ของแฟรนไชส์นองเลือด “FINAL DESTINATION BLOODLINES” ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์