หลังจากที่นักแสดงชื่อดัง คารีสา สปริงเก็ตต์ ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่รู้สึกไม่สบายใจ พร้อมกับขอโทษพนักงานคนหนึ่ง จากกรณีที่เจ้าตัวได้ไปรับประทานอาหาร ที่ร้านส้มตำแห่งหนึ่งกับแฟนหนุ่ม และมีพนักงานมาขอถ่ายคลิปตอนรับประทานอาหาร แต่แฟนหนุ่มของนักแสดงสาวได้ปฏิเสธพนักงานดังกล่าวไป

ล่าสุด คารีสา ที่ได้มาร่วม พิธีบรวงสรวงซีรีส์จาก Viu (วิว) “มายา” ที่ ตึก GMM แกรมมี่ เพลส ก็ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “มันก็คงไม่ถึงกับรู้สึกผิดหรือโหดร้าย พนักงานเขาคงโดนให้มาทำสิ่งนี้อีกทีหนึ่ง แล้วเขาคงตกใจ เราก็ไม่อยากให้เขาเสียกำลังใจในการทำงานในวันนั้นมากกว่า”
เหตุการณ์วันนั้นมันเป็นอย่างไร? “เหมือนวันนั้นไปกินส้มตำ แล้วเป็นวันที่หนูวิ่งประมาณ 7 ที่ แบบไปหลายงานช่วยเพื่อน แล้วเราเองก็ตั้งใจอยากจะกินส้มตำมาก เหมือนเราก็แต่งหน้าเต็ม พี่เขาก็เลยขอเข้ามาถ่ายวิดีโอตอนกินได้ไหมคะ แล้วเหมือนแฟนเราก็คือบอกว่าไม่ได้ครับ แล้วเขาคงไม่คาดหวังการถูกปฏิเสธ แล้วหน้าเขาก็เหมือนเสียใจ เราก็เลยสงสารเขา ก็เลยบอกเขาว่าถ้ากินเสร็จจะถ่ายกี่คนก็ได้ จะยืนให้ถ่าย
หนูว่าที่แฟนตอบไปเขาคงเห็นว่าตอนนั้นเราอยู่กัน 2 คน ไม่มีผู้จัดการ ไม่มีผู้ช่วย เขาคงจะรู้สึกว่าการถ่ายวิดีโอตอนกินข้าวเราอาจจะไม่สวย ถึงแม้เราจะเป็นคนสวย เขาก็เลยบอกว่าอย่าวิดีโอเลย คือเวลาที่ใครเข้ามาแล้วขอถ่ายรูปคู่ หนูก็ไม่เคยเจอเขาปฏิเสธนะ จริงๆ เหนื่อยก็ให้ถ่ายนะ ถ้าเหนื่อยเกิน ก็จะบอกถ่ายทีเดียวได้ไหม”

กับโมเมนต์นั้นแฟนเป็นยังไงบ้าง? “หนูว่าเขาแค่ไม่ชินมากกว่า เขาคงไม่ได้ถูกเทรนมาว่าชีวิตส่วนตัวเป็นชีวิตของคนอื่น เขาไม่ได้ถูกเทรนแบบเรามา เขาคงรู้สึกถ่ายวิดีโอเหรอ มันแปลว่าติดเขาด้วยนะ แล้วมันจะต้องยังไง แล้วเราแค่กินอาหาร ไม่ได้อยู่ในสื่อ”
เขาอาจจะเป็นห่วงความเป็นส่วนตัวของเรา? “หนูว่าเขาไม่ได้เป็นห่วงตัวเองนะตอนนั้น เขาเป็นห่วงเรา เขาพูดแทนเราว่าถ่ายวิดีโอน่าจะเป็นภาพที่ไม่สวยนะ แล้วเราก็เหนื่อยมาก อยากให้เรากินให้อิ่มก่อน แล้วเขาก็ทราบดีว่าถ้าเราไม่อิ่มเราไม่เคยจะน่ารักเลย แต่เราเองนี่แหละที่เห็นหน้าพนักงานแล้วรู้สึกเหวอนิดนึง ถือว่าจังหวะแหละ คนมาขอเราถ่ายรูปอยู่แล้ว แต่ว่าวันนั้นมันคือจังหวะ คำขอร้อง และมันคือวิดีโอมากกว่า”
แปลว่าเราใส่ใจมาก ถึงได้อัดมาเป็นคลิปเลย? “ไม่รู้สิ ตอนนี้คนเศร้าง่าย ไม่อยากให้เรื่องเล็กๆ ไปสะเทือนใจใคร เดี๋ยวเขาจะจำนานเกิน (เป็นห่วงความรู้สึกเขาเหมือนกัน?) เป็นห่วง เพราะเขาคงไม่อยากจะมาถ่ายเราหรอก เขาน่าจะโดนสั่งมาอีกทีนึง”
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องแลกกับชีวิตในวงการบันเทิง? “มันแลกไหม หนูอยู่มานานจนหนูไม่ได้คิดเรื่องนี้ไปแล้ว เหมือนมันมาตั้งแต่ 14 แล้วพอเด็กมันถูกเทรนจนอะไรที่มันอะลุ้มอล่วยได้ ก็ทำให้คนที่เขามาหาเรามาเจอเราเขามีความสุขมากที่สุด แต่หนูว่าสมัยนี้เราเจอนักแสดง ดารา อินฟลูเอนเซอร์ได้ง่ายมากขึ้น เพราะฉะนั้นจังหวะก็ต้องอาจจะนิดนึง แต่ก่อนอีเวนต์มันตื่นเต้นมาก แต่เดี๋ยวนี้มันเจอง่ายขึ้น อาจจะไม่ต้องตลอดเวลา”
มันก็ขัดกับลุคคารีสาที่เฟียสๆ แต่ว่ามาขอโทษ มาใส่ใจแฟนๆ มากขึ้น? “หนูขอโทษตลอดนะ ขอบคุณมาตั้งแต่ 14 ตอนพี่เกดหนูก็ขอบคุณ หนูขอโทษ ขอบคุณมาตลอด คุณจะตกใจอะไรกัน”
มีอะไรที่จะบอกคนที่ให้กำลังใจเราไหม? “ไม่มีอะไรจะบอกเลย หมายถึงว่า ไม่มีใครเข้าใจหนูหรอก ไม่มีใครเข้าใจเราในทุกมิติหรอก แต่ว่าเราก็ใช้ชีวิตแบบแก้ไขไปในทุกๆ วัน อะไรเล็กๆ น้อยที่เรารู้สึกว่าเขาจะมีความสุขหรือไม่มีความสุขก็ค่อยๆ ทำไป คือหนูก็ไม่ได้ถูก หรือน่ารักตลอด ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจไม่ว่าจะเป็นดารา เป็นอินฟลู เป็นคนธรรมดา ไม่ได้ดี ไม่ได้น่ารักทุกวัน แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งแปลก มันเป็นเรื่องปกติ อย่าไปคาดหวังอะไรมากกมาย”