สุนารี ปลื้มปีติ! ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ส้มตำ” ดีใจเพลงลูกทุ่งไม่ตาย ยอมรับช่วงเปลี่ยนผ่าน เผยดนตรีอยู่กับที่ไม่ได้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

โดยมี นายกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม)

นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะศิลปินพื้นบ้าน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม และ สุนารี ราชสีมา ศิลปินรับเชิญ เข้าร่วมงาน

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในฐานะทรงเป็น “วิศิษฏศิลปิน” และ “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” ที่ทรงมีคุณูปการต่อเหล่าศิลปิน และศิลปวัฒนธรรมของชาติ”

“กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้น เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนทุกหมู่เหล่า มีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลนี้ รวมถึงเพื่อเป็นการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ให้เป็นที่รับรู้แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ”

ด้าน สุนารี เผยว่า “ดีใจที่ได้รับเชิญมาร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษาฯ เราเองเคยมีโอกาสได้ร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน น่าจะประมาณปี 2532 ในเพลงส้มตำ รวมถึงตอนที่เราอยู่กับค่ายชัวร์ออดิโอ้ก็มีโอกาสได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านทั้งหมด 1 ชุดเลย ชื่อชุดมณีพลอยร้อยแสง”

“รู้สึกเป็นเกียรติมากกับชีวิต ยังประทับใจไม่รู้ลืม แล้วก็รู้สึกว่าพอมีงานสำคัญที่จะต้องอัญเชิญบทเพลงเพลงนี้ไปร้อง ถ้าพี่ผึ้ง(พุ่มพวง)อยู่ คนก็จะนึกถึงพี่ผึ้ง แต่พอพี่ผึ้งไม่อยู่แล้ว เราก็เหมือนได้รับไม้ต่อในการร้องเพลงส้มตำ”

“เวอร์ชั่นที่เราร้องก็จะคนละแบบกับพี่ผึ้ง พี่ผึ้งจะเป็นการส้มตำที่จัดจ้าน ถ้ามองภาพเป็นแม่ค้าคือตำส้มตำแล้วบรรยายไปด้วย จะเห็นการใส่อะไรอย่างคล่องแคล่วว่องไว แต่ของเราจะเป็นสไตล์เนิบๆ ช้าๆ ค่อยๆ บรรจงใส่เครื่องปรุง”

“ทุกครั้งที่ได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านจะรู้สึกปีติมาก แล้วก็ทำให้นึกถึงงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่ง สมัยที่พระองค์เสด็จที่ศูนย์วัฒนธรรม ตอนนั้นมีพี่ผึ้งร้องเปิดงาน ส่วนเราร้องปิดงาน รู้สึกประทับใจในพระองค์มาก ท่านทรงทักทายศิลปินทุกคนที่มาร่วมงาน พระองค์ทรงชอบเพลงลูกทุ่งมาก แล้วก็ทรงมีพระเมตตาต่องวงการลูกทุ่ง”

“ต้องบอกว่าช่วงนั้นลูกทุ่งเหมือนได้พระองค์ท่านอุ้มชูขึ้นมาเลย พอจัดงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งทั้ง 2 ครั้ง ศิลปินหลายคนพอลืมตาอ้าปากได้ อย่างรุ่นครูบาอาจารย์ที่บางคนเกือบถูกลืมไปแล้วได้กลับมามีชีวิตใหม่ มีคนจ้างงาน ได้ทำเพลงใหม่กัน ได้มาออกรายการใหญ่ๆ สำคัญระดับประเทศ เราก็รู้สึกเป็นพระมหากรุณาธิคุณมากๆ”

รู้สึกยังไงที่เพลงลูกทุ่งไม่ตาย เด็กยุคใหม่เอาเพลงลูกทุ่งมาใช้ในการประกวดเวทีต่างๆ มากขึ้น? “ดีใจมากค่ะ จริงๆ แล้วจะเป็นลูกทุ่งดั้งเดิมหรือร่วมสมัย เรามองว่ามันเป็นงานศิลปะที่ไม่มีพรมแดน เมื่อก่อนมันอาจจะถูกยอมรับน้อยกับการผสมสานดนตรีในแบบใหม่ๆ กับลูกทุ่งแบบดั้งเดิม มีการตำหนิอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จริงๆ มันคืองานศิลปะหมดเลยที่ผสมสานเรื่องของดนตรีและวัฒนธรรม”

“เรายังมีความรู้สึกว่าเพลงลูกทุ่งมันก้าวกระโดดมาก สามารถผสมผสานกับภาษาถิ่นได้และวัฒนธรรมสากลได้อย่างไม่รู้สึกว่ามันตะขิดตะขวงเลย กลายเป็นว่าเข้ากันและโดดเด่นมาก”

“ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเพลงลูกทุ่งต้องแบ่งแยกขนาดนั้น แต่มันอาจจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่เราต้องยอมรับ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ดนตรีมันอยู่กับที่ไม่ได้หรอก มันมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว ช่วงแรกๆ เราอาจจะไม่คุ้นชินก็มีเคอะเขินหูนิดนึง แต่สุดท้ายมันก็คือเพลงลูกทุ่งกันเหมือนกัน แค่ว่าขออย่างเดียวเนื้อหาอย่าให้มันส่อเสียดมากก็พอแล้วค่ะ”

สำหรับ งานเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษาฯ พิธีเปิดงานมีขึ้นในวันพุธที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

จากนั้นมีการจัดกิจกรรม อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การเสวนา การแสดงดนตรีและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ และอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

และในวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. ณ Avenue A ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน