ธุรกิจปัง-รักก็รุ่ง! เคน ภูภูมิ เผยเก็บเงินขอแต่ง เอสเธอร์ ใน 2 ปี ยังไงก็คนนี้แหละ! – ปลื้มธุรกิจไปไกล เกินความคาดหวัง
เป็นอีกคู่ที่แฟนๆลุ้นข่าวดี หลังหัวใจกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง สำหรับ “เคน ภูภูมิ” ที่ไม่เพียงแต่ชีวิตรักกับ “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” จะกลับมาหวานไม่แพ้วันแรก แต่เส้นทางธุรกิจก็สดใสไม่แพ้กัน
ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจในงาน “A fair อร่อยเกรดเอ” ถึงธุรกิจขนมปังที่โตไวเกินคาด พร้อมเผยความตั้งใจเก็บเงินอีก 2 ปี เตรียมพร้อมขอคนรักแต่งงาน
เคน ภูภูมิ ได้นำธุรกิจ “เคนภูปัง (Ken Phu Pang)” มาร่วมขายในงาน “A fair อร่อยเกรดเอ by A Supachai” พร้อมเผยถึงหวานใจและธุรกิจที่ปังเกินคาด
โดยเคนเผยว่า “สำหรับธุรกิจของเราก็ขยายสาขาแล้ว ซึ่งธุรกิจนี้ก็เกินความคาดหวัง คือเราเป็นคนทำเองทั้งหมดเป็นขนมปังโฮมเมด ซึ่งตอนนี้มี 5 สาขา เรายังบริหารจัดการได้สบาย ธุรกิจขยายเร็วไปกว่าที่คิด แต่ก็ขอกลับมาบริหารหลังบ้านใหม่ สร้างระบบ สร้างทีม คือเราไม่อยากให้ร้านเราโตกว่าทีมเรา เราอยากให้ทีมเราโตกว่าร้าน ทีมเราจะได้ดูแลร้านได้ดี อยากให้ทีมแข็งก่อนแล้วค่อยลุยกันอีกรอบ ก็ขอบคุณทุกคนมากที่มาสนับสนุนธุรกิจของผม
ในพาร์ตของธุรกิจของเราก็สนุกครับ แต่ก็ต้องมีอะไรให้คิดเยอะเหมือนกัน และมีอะไรที่ต้องชาเลนจ์ตัวเองกับทีมตลอดเวลา ซึ่งเรื่องปวดหัวมันก็มีเข้ามาเรื่อยๆ แต่มันก็รู้สึกว่าก็เป็นแบบนี้แหละการที่เราจะต้องโต มันก็จะต้องผ่านอะไรยากๆ แบบนี้แหละ ทุกแบรนด์มันเป็นหมด ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้มันก็จะโตเอง ส่วนอุปสรรคก็คิดว่าเจอนิดนึงในภาพรวม แต่ก็ยังคอนโทรลต่อได้ หลังจากนี้วิธีการรับมือก็จะต้องรันการโปรโมตไปเรื่อยๆ ดีกว่า และรักษาคุณภาพของตัวสินค้าเราให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่คิดว่ายากที่สุดในการทำธุรกิจตรงนี้ผมว่าของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เรื่องยากที่สุดคิดว่า ห้ามหยุดขยัน คือมันต้องสู้ต่อ ต้องอดทน ห้ามที่จะเรียนรู้ ผมว่าอันนี้สำคัญ ซึ่งเราก็มีลงพื้นที่สาขาบ่อยๆ เพื่อทำคลิปโปรโมต ส่วนในเรื่องของการตรวจงานคือเรามีทีมเข้าตรวจอยู่แล้ว แล้วก็ประชุมออฟฟิศเข้าเช็กบ้าง คืออยากจะทำให้มันเป็นระบบมากกว่า เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก
เราก็จะพยายามพา “เอสเธอร์” ไปชิมเรื่อยๆ คือเราก็อยากรู้ว่าเขากินอร่อยไหม ซึ่งเรากินอร่อยคนเดียวไม่ได้ เราต้องการคอมเมนต์ต่างๆ ซึ่งเขาก็ช่วยทำคอนเทนต์การตลาดและช่วยคิดด้วย ถามว่าเรียกเป็นธุรกิจครอบครัวได้ไหม จริงๆ เขามีหุ้นส่วนอยู่ในธุรกิจอยู่แล้ว คือผมให้หุ้นเขาอยู่แล้ว ถามว่าเขาโอเคไหมที่เราจะยังไม่ขยายสาขาเพิ่ม ในตัวเอสเธอร์เขาก็โอเคนะ คือมันเป็นสิ่งที่ดีของทุกคนคือ การขยายสาขาเพิ่มมันไม่ได้แปลว่าเป็นการเจริญรุ่งเรือง การขยายสาขาเพิ่มไปเรื่อยๆ มันอาจจะทำให้เราเป็นหนี้ได้ คือถ้าเราทำตรงนี้ให้มันดีผมว่ามันมั่นคงและยั่งยืนกว่าที่เราจะไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ทำให้ตัวเองแข็งแรง
การบริหารเอสเธอร์ไม่ได้เป็นคนบริหาร เอสเธอร์มีแค่หุ้นอย่างเดียว รับปันผลอย่างเดียว และช่วยทำคอนเทนต์ ส่วนเรื่องการบริหารและการทำงานเป็นทีมฝั่งของเรา ส่วนที่หลายคนบอกว่าไม่ค่อยได้เห็นคอนเทนต์ของเรา คือช่วงนี้ไม่ว่างทั้งคู่เลยเอสเธอร์มีถ่ายหนัง ผมก็มีถ่ายซีรีส์อยู่ แล้วก็ทำงานสลับกัน ก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลาทำคอนเทนต์ เวลาวันว่างก็ประชุมทำนู่นนี่นั่น”
วางรากฐานของชีวิตเรายังไง? “ก็พยายามที่จะทำหลายๆ อย่างให้มันดีขึ้นกว่านี้อีกนิดนึง ส่วนเรื่องอื่นก็พยายามตามมาเป็นสเต็ปๆ”
คนบอกว่าเราทำงานหนักเพื่อเก็บเงินไปขอเอสเธอร์แต่งงาน? “ก็ถ้าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็โอเคครับ ก็อยากพร้อมนะ ก็พยายามอยู่ ตอนนี้ก็เก็บเงินอยู่ ซึ่งธุรกิจนี้เปิดมาด้วยกัน 8 เดือน ถามว่าเงินเก็บถึงครึ่งหรือยัง ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมว่าเงินจำนวนมันไม่ได้สำคัญเท่ากับความพร้อม ถามว่ารอฤกษ์ รออะไรไหม คือมันไม่มีฤกษ์ครับ ถามว่าอยากแต่งไหมคิดว่ามุมมองคล้ายๆ กัน คือรู้สึกว่าถ้าทุกอย่างมันโอเคแล้ว มันไม่ต้องทำงานเยอะๆ มันก็จะมีเวลาใช้ชีวิตในอีกรูปแบบนึง ผมว่าผมกับเขาน่าจะมองมุมเดียวกัน ให้เร่งขยันทำงาน ให้ไปอีกจุดหนึ่งเราจะได้เดินไปแบบไม่ต้องวิ่งมันจะเหนื่อยเกิน”
“คือถ้าธุรกิจมันลงตัวแล้วก็อาจจะพร้อมแต่งครับ ก็อยากจะเก็บเงินอีกซักสองปี (จะแต่งเลยไหม?) ก็พยายามอยู่ ถามว่ามีคิดที่จะทำเซอร์ไพรส์ไหม ก็คือยังไม่ได้คิด แต่คิดว่ามันควรจะต้องมีเซอรไพรส์ คือผู้หญิงทุกคนต้องชอบเซอร์ไพรส์อยู่แล้วแหละ สำหรับความกดดันที่โดนแฟนๆ ถามหรือนักข่าวถามเรื่องการแต่งงาน ก็ไม่ได้กดดันคือถามๆ ได้แต่กดดันตัวเองเรื่องการทำงานมากกว่าคือมันเป็นเรื่องปกติที่จะถามเพราะว่าเราก็ 30 นิดๆ แล้วหลายคนก็แต่งไปแล้วก็เลยเข้าใจได้ ซึ่งก็โดนถามทุกรอบ เราก็เข้าใจได้ ก็รู้สึกว่า ถ้ามันจะเปลี่ยนสเต็ปมันก็ควรจะเปลี่ยนสเต็ปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เราแฮปปี้กันทั้งคู่ แต่ยังไงก็คนนี้แหละ”


